ไฮ ขันจันทา ปริญญาชาวนานักต่อสู้ - สารคดี.คอม

ไฮ ขันจันทา ปริญญาชาวนานักต่อสู้

พฤษภาคม 9, 2010 
1


เรื่อง : วีระศักร จันทร์ส่งแสง
ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

 


มหาบัณฑิตวัยย่าง ๘๐ ถ่ายรูปกับลูกหลานที่มาร่วมแสดงความยินดีที่กรุงเทพฯ (๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓)

 

ไฮ ขันจันทา
การศึกษา ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ภูมิลำเนา บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี
เกิด วันศุกร์ เดือน ๑๒ ปีมะแม พ.ศ. ๒๔๗๔
พ่อแม่ นายคำพา-นางคูณ เคนงาม
พี่น้อง ๘ คน ๑.โฮน ๒.แอ ๓.เกี้ยว ๔.เผือก ๕.ใบ ๖.ไหว ๗.ใส ๘.ไฮ
ลูก ๑๔ คน (เสียชีวิตเมื่อยังเด็ก ๔ คน เหลือ ๑๐ คน) ๑.คำพัน ๒.บัวผัน ๓.กรองแก้ว ๔.บุญโฮม ๕.อาภรณ์ ๖.บัวสอน ๗.คำมอญ ๘.เขมพร ๙.ชิตณรงค์ ๑๐.เพ็ชร
หลาน-เหลน ๘๐ กว่าคน
ประสบปัญหา ฝายห้วยละห้า ของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ทำน้ำท่วมที่นา
ประสบการณ์ ต่อสู้เรียกร้องโดยร้องเรียนตามส่วนราชการ และการประท้วง รวม ๒๗ ปี
ประสบความสำเร็จ ได้ที่นารวม ๖๑ ไร่คืนเมื่อปี ๒๕๔๗ และเพิ่งได้เงินบรรเทาความทุกข์ยาก ๑.๒ ล้านบาท

 

แทบทั้งชีวิตในวัยย่าง ๘๐ ปี นางอยู่นอกสายตาสังคมมาโดยตลอด เฉกเช่นคนเล็กคนน้อยทั่วไป โดยเฉพาะในช่วง ๒๗ ปีที่ออกเรียกร้องทวงที่นาคืน นางแทบไม่ต่างจากฝุ่นธุลีในสายตาคนของรัฐ-ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

จนในวาระงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปีนี้ (๒๕๕๓) ก็ปรากฏชื่อนางเป็นผู้ได้รับปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยที่เปิดกว้างที่สุดของประเทศไทย

โดยฐานะทางการศึกษา นางจบแค่ชั้นประถม ๔ จากโรงเรียนประชาบาลในหมู่บ้านชายแดนริมฝั่งโขง เมื่ออายุ ๑๔ ปี จนวัยล่วงเข้า ๘๐ ก็มาได้ปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ถือเป็นเกียรติประวัติของหญิงชาวนานักต่อสู้-ผู้ได้รับ และนับเป็นเกียรติเป็นศรีแก่สถาบันการศึกษาชั้นนำกับการประสาทปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่บุคคลผู้ควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง จากการใช้หลักรัฐศาสตร์ตามวิถีชาวบ้านต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เรียกร้องตามทวงที่นาของตนอย่างอดทนยาวนาน กระทั่งรัฐต้องยอมรับความผิดพลาดและชดเชยเยียวยาความเสียหาย เรื่องราวชีวิตนางกลายเป็นสัญลักษณ์และกรณีตัวอย่างการต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชน

งานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปีนี้ ไฮ ขันจันทา ดูจะเป็นมหาบัณฑิตที่โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัยมากที่สุด ภาพและเรื่องของนางเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์รายวัน และนางยังเป็นบัณฑิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพิเศษ ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปฏิสันถารกับนางภายหลังเสร็จสิ้นพิธี

และเมื่อภาพและเรื่องราวของบัณฑิตผู้เฒ่าไปปรากฏอยู่ใน www.oknation.net/blog/oakvanda ก็มีเสียงร่วมแสดงความยินดีเข้ามาอย่างล้นหลาม

“ดีใจกับยายไฮ น้ำตาไหลเลย ขอบคุณที่สังคมยังมองเห็นคุณค่ายายไฮ ยายคือไอดอลของผู้หญิงไทย ของคนไทย ของคนรากหญ้าที่หาญกล้าด้วยมือของตัวเอง ๓๒ ปีกับการต่อสู้กับห้วยละห้า ผ่านรัฐบาลนับไม่ถ้วน ทั้งรัฐบาลเผด็จการ รบ.ประชาธิปไตยครึ่งใบ รบ.ปชต.เต็มใบ จนสามีตรอมใจตายเพราะครอบครัวยายเรียกร้องสิทธิของตัวเอง ปริญญาอาจน้อยไป แต่สังคมได้แบบอย่างคนสู้แห่งคุณธรรม ไม่งอมืองอเท้า ไม่ท้อถอย ไม่กลัวจะล้มเหลวไม่หวั่นอุปสรรค ไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรม นี่คือสิ่งที่ยายมอบให้คนไทย ขอกราบแทบเท้ายายค่ะ และขอรับไม้ต่อจากยายต่อสู้กับความอยุติธรรม จะไม่ปล่อยคนชั่วคนผิดให้ลอยนวล…!!!” (kwant, ความคิดเห็นที่ ๗)

“ปลื้มใจกับยายมากๆ ครับ ทำให้ผมคิดถึงแม่ผมครับ มหาบัณฑิต ยายในดวงใจครับ” (ดินดำน้ำชุ่ม, ความคิดเห็นที่ ๑๑)

“นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทยถูกประกาศอย่างเป็นทางการวันนี้ โดย ม.รามคำแหง สมกับเป็นมหา’ลัยเปิดที่ยายไฮสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจริงๆ ขอแสดงความยินดีมากๆ กับยายไฮด้วยคนค่ะ” (lim, ความคิดเห็นที่ ๒๒)

“ยินดีกับคุณยายสุดๆ ค่ะ… คุณยายเป็น idol ของหนู :)” (pornsuri, ความคิดเห็นที่ ๔๐)

ยายไฮเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ หลังวันสตรีสากล ๑ วัน หากจะนับว่านี่เป็นรางวัลแด่หญิงยอดนักสู้สำหรับปีนี้ด้วย ก็คงนับได้อย่างไม่เกินเลยความจริง


แม่ใหญ่ ไฮ ขันจันทา หญิงนักต่อสู้แห่งหมู่บ้านโนนตาล อุบลราชธานี ได้คืนสู่วิถีของชาวนาอีกครั้ง หลังใช้เวลา ๒๗ ปีเรียกร้องทวงที่นาที่จมอยู่ใต้ฝายห้วยละห้า จนได้คืนมาในปี ๒๕๔๗ กระทั่งได้รับการยกย่องจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมอบปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ในปี ๒๕๕๓ (มิถุนายน ๒๕๔๗)




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com



Pages: 1 2 3 4






หน้า: 1 2 3 4

สัก ๒๐ กว่าปีก่อนผมมีโอกาสเข้าไปทำงานสารคดีตามรอยนักวิจัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  ระหว่างเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ กลางป่าในบ่ายวันหนึ่ง พลันก็ได้ยินเสียง “โฮก” ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้ยินเสียงเสือโคร่งคำรามกลางป่า ผมยืนนิ่ง รออยู่สักพัก  สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสเห็นตัวเป็น ๆ ความจริงในใจก็หวั่นว่าถ้าเสือโผล่มาจะทำอย่างไร ถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดที่สุดกับเสือโคร่งในธรรมชาติ  ไม่นับการได้เห็นเสือโคร่งจากการตามนักวิจัยที่ศึกษาเสือโคร่งโดยทำกรงดักล่อเสือเพื่อติดปลอกคอวิทยุ หรือการไปดูเสือโคร่งตามสวนสัตว์และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อีกครั้งหนึ่งในป่าดงดิบภาคใต้ คือการเห็นเสือไฟ (แบบแวบ ๆ) วิ่งตัดหน้ารถยนต์ เสือเมืองไทยมีทั้งหมดเก้าชนิด ผมได้เห็นเกือบทุกชนิดในสวนสัตว์และกรงเพาะเลี้ยง ยกเว้นแมวป่าหัวแบนชนิดเดียวที่ไม่เคยเห็น ได้แต่ดูในภาพถ่ายเก่าในอดีตการถ่ายภาพของเสือทั้งเก้าชนิดในสภาพธรรมชาตินับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก จนกระทั่งมีการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า camera trap  ภาพของเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในธรรมชาติจึงได้รับการบันทึกเป็นหลักฐานว่าในเขตอนุรักษ์บางแห่งนั้นยังเป็นถิ่นแพร่กระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าหายากเหล่านี้ ภัยคุกคามหลัก ๆ ที่มีมาตลอดเวลายาวนานที่มีต่อเผ่าพันธุ์เสือ คือ การล่าเอาหนังและหัวไปประดับบารมี เอาอวัยวะไปกินเป็นยาบำรุงตามตำรับยาสมุนไพรของจีน รวมทั้งการเอาอวัยวะไปทำเครื่องรางของขลังด้วยเชื่อว่าเสือมีพลังอำนาจลึกลับในธรรมชาติ เสือเป็นสัตว์จำพวกนักล่าที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร อยู่ตำแหน่งบนสุดในระบบห่วงโซ่อาหาร การดำรงอยู่ของสัตว์นักล่าในที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเสือหรือหมาใน แสดงว่าในที่นั้นต้องมีประชากรของสัตว์กินพืชอื่น ๆ อยู่หนาแน่น มีจำนวนมากและหลากหลายเพียงพอให้พวกมันพึ่งพาได้  และการที่สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมากได้ผืนป่านั้นก็ต้องมีขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ และมีพันธุ์ไม้หลากหลายด้วย ทุกวันนี้เสือจึงเหลืออยู่แต่ในผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะป่าธรรมชาติบ้านเราถูกตัดถูกทำลายไปมากมาย ล่าสุดนอกจากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังคาดว่าโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงในอนาคตอันใกล้ นั่นคือการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกครั้งใหญ่ สตีเฟน ฮอว์กิง สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม เคยออกมาเตือนว่า มนุษย์กำลังทำลายล้างทรัพยากรบนโลกด้วยอัตราแบบทวีคูณ และภายใน ๑๐๐ ปีมนุษย์อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ถ้าไม่หาทางหนีไปอยู่ดาวดวงอื่น
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ลูกปลาข่าหรือโลมาอิรวดีนอนตายเกยตื้นแถบสี่พันดอน ลาวตอนใต้ใกล้ชายแดนกัมพูชา (ที่มาภาพ : laoedaily.com.la) เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ เว็บไซด์ laoedaily.com.la ของลาวรายงานการพบซากโลมาอิรวดีบริเวณสี่พันดอนใกล้ชายแดนกัมพูชา ท้ายแม่น้ำโขงลงมาจากโครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง
ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : สัมภาษณ์ บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช : ถ่ายภาพ ดร. นณณ์ ผาณิตวงศ์ กรรมการบริษัทน้ำตาลนครเพชร จำกัด และนักวิชาการอิสระด้านระบบนิเวศน้ำจืด เพิ่งเดินทางกลับจากฟิลิปปินส์ เขาและตัวแทนประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ได้รับรางวัล ASEAN Biodiversity Heroes จากผลงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ถึงแม้จะเกิดมาในครอบครัวฐานะดี ทางบ้านมีกิจการ มีบริษัทของตัวเอง แต่วัยเด็กของเขาน่าจะแตกต่างจากคนมีอันจะกินทั่วไป ตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วพ่อชอบพาเขาออกท่องเที่ยวตกปลาตามป่าเขาและทะเล วันดีคืนดีแม่ก็ส่งไปเข้าค่ายสิ่งแวดล้อมบนยอดดอย  ทุกครั้งที่ครอบครัวออกไปเที่ยวห้าง ก่อนกลับจะนัดรวมพลกันที่ร้านหนังสือ มีส่วนทำให้ชายวัย ๔๒ ปีเติบโตมากับหนังสือสิงสาราสัตว์ ที่สนใจมากเป็นพิเศษคือปลากับสัตว์เลื้อยคลาน  เคยเขียนบทความและเป็นบรรณาธิการนิตยสาร AQUA ตำนานหนังสือปลาที่ดีมากเล่มหนึ่งของไทย เมื่ออายุ ๒๐ ปลาย ๆ กลับจากเรียนต่อในต่างประเทศ เขาช่วยดูแลกิจการโรงงานน้ำตาล อู่ต่อเรือ ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ ฯลฯ  มรดกของครอบครัว พร้อม ๆ กับร่วมกับเพื่อนคอเดียวกันตั้งกลุ่ม Siamensis*  และเว็บไซต์ Siamensis.org ให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ  ดร. นณณ์หรือที่หลายคนเรียกว่า “ดร. ปลา” ยังคอยตอบกระทู้คนที่เข้ามาถามว่า งู กิ้งก่า สัตว์เลื้อยคลานรูปร่างหน้าตาประหลาด ๆ ที่พบตามบ้านเป็นสัตว์มีพิษหรือไม่ หากตอบช้าไปไม่กี่นาที สัตว์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อครู่นี้ก็มักถูกตีตายทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีพิษภัยต่อคน ดร. นณณ์ให้สัมภาษณ์ สารคดี ว่า เมื่อแรกตั้งกลุ่มสยามเอ็นสิส จุดหมายคือใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ในกลุ่มเพื่อน นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่พวกตนชอบทำจะมีบทบาทกับวงการอนุรักษ์ของไทย เช่นเดียวกับการรับรางวัลใหญ่ ASEAN Biodiversity Heroes ที่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ ดร. นณณ์ ผาณิตวงศ์ คนที่ ๒ จากขวา รับรางวัล ASEAN Biodiversity Heroes ร่วมกับตัวแทนประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ชาติ ณ กรุงมะนิลา
๑๔ เหตุการณ์ที่ทำให้ป่าทุ่งใหญ่ฯ เป็นพื้นที่พิเศษ อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ๑ ระหว่างปี พ.ศ.๒๑๓๓ – พ.ศ.๒๑๔๘ สันนิษฐานว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเคยหยุดทัพบริเวณทุ่งใหญ่ และใช้เป็นฐานที่มั่นเพื่อเตรียมรบกับข้าศึกทางฝั่งพม่า จนเป็นที่มาของคำว่า “ทุ่งใหญ่นเรศวร” ส่วนคำว่า
“ด้วยแววตานี้ที่ เทพา เป็นสิ่งยืนยันว่าสังคมไทยยังมีความหวัง” รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม หนึ่งในภาพถ่ายของ วันชัย พุทธทอง จัดแสดง ณ