ภาพ : บุญกิจ สุทธิญาณานนท์

มหาบัณฑิตวัยย่าง ๘๐ ถ่ายรูปกับลูกหลานที่มาร่วมแสดงความยินดีที่กรุงเทพฯ (๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓)
| ไฮ ขันจันทา | |
| การศึกษา | ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| ภูมิลำเนา | บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี |
| เกิด | วันศุกร์ เดือน ๑๒ ปีมะแม พ.ศ. ๒๔๗๔ |
| พ่อแม่ | นายคำพา-นางคูณ เคนงาม |
| พี่น้อง | ๘ คน ๑.โฮน ๒.แอ ๓.เกี้ยว ๔.เผือก ๕.ใบ ๖.ไหว ๗.ใส ๘.ไฮ |
| ลูก | ๑๔ คน (เสียชีวิตเมื่อยังเด็ก ๔ คน เหลือ ๑๐ คน) ๑.คำพัน ๒.บัวผัน ๓.กรองแก้ว ๔.บุญโฮม ๕.อาภรณ์ ๖.บัวสอน ๗.คำมอญ ๘.เขมพร ๙.ชิตณรงค์ ๑๐.เพ็ชร |
| หลาน-เหลน | ๘๐ กว่าคน |
| ประสบปัญหา | ฝายห้วยละห้า ของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ทำน้ำท่วมที่นา |
| ประสบการณ์ | ต่อสู้เรียกร้องโดยร้องเรียนตามส่วนราชการ และการประท้วง รวม ๒๗ ปี |
| ประสบความสำเร็จ | ได้ที่นารวม ๖๑ ไร่คืนเมื่อปี ๒๕๔๗ และเพิ่งได้เงินบรรเทาความทุกข์ยาก ๑.๒ ล้านบาท |
แทบทั้งชีวิตในวัยย่าง ๘๐ ปี นางอยู่นอกสายตาสังคมมาโดยตลอด เฉกเช่นคนเล็กคนน้อยทั่วไป โดยเฉพาะในช่วง ๒๗ ปีที่ออกเรียกร้องทวงที่นาคืน นางแทบไม่ต่างจากฝุ่นธุลีในสายตาคนของรัฐ-ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
จนในวาระงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปีนี้ (๒๕๕๓) ก็ปรากฏชื่อนางเป็นผู้ได้รับปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยที่เปิดกว้างที่สุดของประเทศไทย
โดยฐานะทางการศึกษา นางจบแค่ชั้นประถม ๔ จากโรงเรียนประชาบาลในหมู่บ้านชายแดนริมฝั่งโขง เมื่ออายุ ๑๔ ปี จนวัยล่วงเข้า ๘๐ ก็มาได้ปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ถือเป็นเกียรติประวัติของหญิงชาวนานักต่อสู้-ผู้ได้รับ และนับเป็นเกียรติเป็นศรีแก่สถาบันการศึกษาชั้นนำกับการประสาทปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่บุคคลผู้ควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง จากการใช้หลักรัฐศาสตร์ตามวิถีชาวบ้านต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เรียกร้องตามทวงที่นาของตนอย่างอดทนยาวนาน กระทั่งรัฐต้องยอมรับความผิดพลาดและชดเชยเยียวยาความเสียหาย เรื่องราวชีวิตนางกลายเป็นสัญลักษณ์และกรณีตัวอย่างการต่อสู้เรียกร้องของภาคประชาชน
งานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงปีนี้ ไฮ ขันจันทา ดูจะเป็นมหาบัณฑิตที่โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาของมหาวิทยาลัยมากที่สุด ภาพและเรื่องของนางเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์รายวัน และนางยังเป็นบัณฑิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพิเศษ ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปฏิสันถารกับนางภายหลังเสร็จสิ้นพิธี
และเมื่อภาพและเรื่องราวของบัณฑิตผู้เฒ่าไปปรากฏอยู่ใน www.oknation.net/blog/oakvanda ก็มีเสียงร่วมแสดงความยินดีเข้ามาอย่างล้นหลาม
“ดีใจกับยายไฮ น้ำตาไหลเลย ขอบคุณที่สังคมยังมองเห็นคุณค่ายายไฮ ยายคือไอดอลของผู้หญิงไทย ของคนไทย ของคนรากหญ้าที่หาญกล้าด้วยมือของตัวเอง ๓๒ ปีกับการต่อสู้กับห้วยละห้า ผ่านรัฐบาลนับไม่ถ้วน ทั้งรัฐบาลเผด็จการ รบ.ประชาธิปไตยครึ่งใบ รบ.ปชต.เต็มใบ จนสามีตรอมใจตายเพราะครอบครัวยายเรียกร้องสิทธิของตัวเอง ปริญญาอาจน้อยไป แต่สังคมได้แบบอย่างคนสู้แห่งคุณธรรม ไม่งอมืองอเท้า ไม่ท้อถอย ไม่กลัวจะล้มเหลวไม่หวั่นอุปสรรค ไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรม นี่คือสิ่งที่ยายมอบให้คนไทย ขอกราบแทบเท้ายายค่ะ และขอรับไม้ต่อจากยายต่อสู้กับความอยุติธรรม จะไม่ปล่อยคนชั่วคนผิดให้ลอยนวล…!!!” (kwant, ความคิดเห็นที่ ๗)
“ปลื้มใจกับยายมากๆ ครับ ทำให้ผมคิดถึงแม่ผมครับ มหาบัณฑิต ยายในดวงใจครับ” (ดินดำน้ำชุ่ม, ความคิดเห็นที่ ๑๑)
“นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทยถูกประกาศอย่างเป็นทางการวันนี้ โดย ม.รามคำแหง สมกับเป็นมหา’ลัยเปิดที่ยายไฮสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจริงๆ ขอแสดงความยินดีมากๆ กับยายไฮด้วยคนค่ะ” (lim, ความคิดเห็นที่ ๒๒)
“ยินดีกับคุณยายสุดๆ ค่ะ… คุณยายเป็น idol ของหนู
” (pornsuri, ความคิดเห็นที่ ๔๐)
ยายไฮเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ หลังวันสตรีสากล ๑ วัน หากจะนับว่านี่เป็นรางวัลแด่หญิงยอดนักสู้สำหรับปีนี้ด้วย ก็คงนับได้อย่างไม่เกินเลยความจริง

แม่ใหญ่ ไฮ ขันจันทา หญิงนักต่อสู้แห่งหมู่บ้านโนนตาล อุบลราชธานี ได้คืนสู่วิถีของชาวนาอีกครั้ง หลังใช้เวลา ๒๗ ปีเรียกร้องทวงที่นาที่จมอยู่ใต้ฝายห้วยละห้า จนได้คืนมาในปี ๒๕๔๗ กระทั่งได้รับการยกย่องจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมอบปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ในปี ๒๕๕๓ (มิถุนายน ๒๕๔๗)

Pingback: ฉบับที่ ๓๐๒ เมษายน ๒๕๕๓