สัมภาษณ์ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ผมไม่คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นอาชีพ…ผมตอบตัวเองได้เพียงว่า…ผมตายบนเวทีได้แค่นั้นเอง”

ผู้เข้าชม 10,558 ครั้ง

วรุณพร พูพงษ์ : สัมภาษณ์
จีนี่ เรคคอร์ด : ภาพ

“…ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่ มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งหนึ่งเคยก้าวไป แค่คนที่เชื่อในความฝัน จะเหน็ดจะเหนื่อยก็ยังต้องเดินต่อไป…”

ข้อความข้างต้นคือท่อนหนึ่งในเพลง “ความเชื่อ” ของวงบอดี้สแลม ร่วมขับร้องโดย แอ๊ด คาราบาว ผู้มีศักดิ์เป็นอาของนักร้องนำ–อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว เพลงนี้ถือเป็นเพลงสร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยมุ่งมั่นก้าวเดินตามความเชื่อ จุดไฟฝันในหัวใจ และหลายคนยังคงนึกถึงเพลงนี้ยามรู้สึกทดท้อสิ้นหวัง

เป็นเรื่องจริงที่บทเพลงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความบันเทิง ตูนรับรู้ถึงพลังของบทเพลงที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้แต่ละชีวิต เมื่อแฟนเพลงบอกเล่าประสบการณ์ครั้งคิดฆ่าตัวตายแต่ล้มเลิกความคิดหลังจากฟังเพลง “อกหัก” (อัลบั้มที่ ๔ Save My Life) ท่อนหนึ่งว่า “…ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย…”

ใช่เพียงผู้ฟังเท่านั้นที่ได้รับพลังผ่านบทเพลง แต่นักร้องนักดนตรีผู้ถ่ายทอดเสียงเพลงนั้นก็ได้รับพลังสะท้อนกลับด้วยเช่นกัน ดังที่ตูนกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่ผมแสดงออกบนเวทีล้วนเป็นพลังงานพิเศษที่ผมได้รับจากผู้ชมทั้งสิ้น”

บอดี้สแลม (Bodyslam) เป็นวงดนตรีร็อกที่เพลงส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลดนตรีร็อกฝั่งอเมริกาช่วงต้นยุค ๙๐ ผสานดนตรีโปรเกรสซีฟร็อก  พวกเขาเริ่มต้นอัลบั้มแรกด้วยดนตรีป๊อปร็อก ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของวัยรุ่นสู่เรื่องความเชื่อความฝันในอัลบั้มต่อ ๆ มา ด้วยท่วงทำนองที่หนักแน่นขึ้นอย่างอัลเทอร์เนทีฟร็อก

ตลอดการเดินทางบนถนนสายดนตรีร่วม ๑๐ ปี บอดี้สแลมบ่มเพาะ หล่อหลอมแนวคิด และสั่งสมประสบการณ์กระทั่งตกผลึกทางความคิด จนงานเพลงของพวกเขาค่อย ๆ ก้าวข้ามเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว สู่อัลบั้มที่ ๕ “คราม” ที่สะท้อนมุมมองต่อโลกและชีวิต เช่น เพลง “คราม” เปรียบสีครามของน้ำทะเลกับจิตใจมนุษย์อันยากแท้หยั่งถึง ผสานกับดนตรีที่มีการใช้ซินธิไซเซอร์ (เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งแตกต่างจากอัลบั้มที่ผ่านมา  หรือเพลง “คิดฮอด” ที่มีการผสมผสานดนตรีร็อกกับหมอลำ ร่วมขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์  สร้างปรากฏการณ์คล้ายเพลง “แฟนจ๋า” ของเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย เป็นต้น

ตูนบอกว่าพวกเขาไม่ได้พยายามโตหรือสร้างความต่างใด ๆ เพียงแต่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานเพลงตามแบบของบอดี้สแลมในแต่ละขวบปีเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าอัลบั้มคราม อัลบั้มล่าสุดของบอดี้สแลม ได้เปิดมิติใหม่ทางดนตรีรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ

จากการจัดอันดับเพลงยอดนิยมตามคลื่นวิทยุ เพลงในทุกอัลบั้มของบอดี้สแลมมักขึ้นสู่อันดับ ๑ หลายสัปดาห์ติดต่อกัน เช่นเพลงงมงาย, อากาศ, ความซื่อสัตย์, ปลายทาง, ความเชื่อ, ยาพิษ, อกหัก, คราม, ความรัก, คิดฮอด เป็นต้น  รวมถึงรางวัลจากหลายเวทีที่พวกเขาได้รับก็ถือเป็นเครื่องการันตีคุณภาพงานเพลงตลอดการเดินทาง ๕ อัลบั้ม เช่นปี ๒๕๔๙ เข้าชิงรางวัลศิลปินยอดนิยมประเทศไทยในงาน MTV Asia Awards  ปีเดียวกันได้รับรางวัล Song of the Year (เพลงความเชื่อ) จากเวที Fat Awards ครั้งที่ ๔  รางวัลศิลปินกลุ่มร็อกยอดเยี่ยม, อัลบั้มร็อกยอดเยี่ยม (อัลบั้ม Save My Life) และรางวัลเพลงร็อกยอดเยี่ยม (เพลงยาพิษ) จากเวทีสีสันอวอร์ด ครั้งที่ ๒๐ ในปี ๒๕๕๐  ล่าสุดปี ๒๕๕๔ ได้รับรางวัลเพลงร็อกยอดเยี่ยม (เพลงคราม) และเพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม (เพลงคิดฮอด) เวทีสีสันอวอร์ด ครั้งที่ ๒๓ ฯลฯ

ผลสำรวจความนิยมจากหลายสถาบันต่างยกให้บอดี้สแลมเป็นวงดนตรีที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด อาทิ สวนดุสิตโพลสำรวจ “ที่สุดแห่งปี ๒๕๕๑” บอดี้สแลมอยู่ที่ร้อยละ ๓๙.๗๖  เอแบคโพลสำรวจ “ที่สุดบันเทิงแห่งปี ๒๕๕๓” อยู่ที่ร้อยละ ๒๙.๒  ปลายปี ๒๕๕๓ บริษัทแอทแวนเทจ จำกัด จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้เฟซบุ๊กค้นหาบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดและชีวิต พบว่าบอดี้สแลมอยู่อันดับ ๓ รองจากวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ตูน บอดี้สแลม ชายหนุ่มวัย ๓๒ ปี นักร้องเพลงร็อกผู้เต็มที่กับท่วงท่าลีลาการแสดงและดนตรีอันหนักหน่วงในทุกคอนเสิร์ต  เขาคือกุญแจสำคัญที่พาวงบอดี้สแลมก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดหนึ่งของวงการดนตรี

เด็กสุพรรณฯ คนนี้สนใจเรื่องกีฬาและดนตรีตั้งแต่วัยเยาว์  ขณะอยู่มัธยมได้ตั้งวงดนตรีกับเพื่อนชื่อวงละอ่อน คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ด ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๙)  เมื่อเป็นนิสิตคณะนิติศาสตร์ รั้วจามจุรี ก็ไม่ทิ้งฝันด้านดนตรีจนมีโอกาสออกอัลบั้มชื่อ “ละอ่อน” ก่อนจะแยกตัวจากวงมาทำเพลงในแนวทางที่ชอบ  เมื่อเรียนจบทำงานเป็นสจ๊วตก็ยังรับงานร้องเพลงกลางคืนในนามวงกุหลาบขาว กระทั่งพิสูจน์ตัวเองจนได้ออกอัลบั้มแรกชื่อว่า “บอดี้สแลม” ในปี ๒๕๔๕

ทั้งหมดนี้ ตูนบอกทีมงาน สารคดี ว่า “ชีวิตผมเป็นเหมือนขั้นบันไดที่ค่อย ๆ เดินขึ้นมาทีละก้าว ถอยหนึ่งก้าว ขึ้นสองก้าว ไม่ได้ก้าวกระโดด แต่เดินมาเรื่อย ๆ ด้วยความสุข ความรัก หรือด้วยอะไรก็ตามที่มีในแต่ละช่วงเวลา จนวันหนึ่งหันกลับไปมองถึงได้เห็นว่า เราเดินขึ้นมาสูงมากโดยที่ไม่รู้ว่าจะเดินมาสูงขนาดนี้ ไกลขนาดนี้ แค่ก้าวเล็ก ๆ ที่ผมไม่หยุดเดิน ไม่หยุดไขว่คว้า มันพาผมมาโดยไม่รู้ตัว… “ตราบใดก็ตามที่เรายังไม่เลิกฝัน สิ่งที่เรามุ่งมั่นตั้งใจต้องมาถึงสักวันหนึ่ง”

หน้าของบทความ: 1 2 3 4

บทความที่คล้ายกัน :

About admin

ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com