กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

ผู้เข้าชม 116 ครั้ง

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า องค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาแพ ประสูติเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2403 พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ

ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลีเมื่อพระชนมายุ 8 พรรษา ทรงศึกษาอยู่จนสามารถแปลธรรมบทได้ และทรงศึกษาภาษาอังกฤษกับครูฝรั่งเมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา นอกจากนี้ยังทรงศึกษาโหราศาสตร์กับครูที่เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์มาแต่พระชนม์ยังน้อย ทรงผนวชเป็นสามเณรตามราชประเพณี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อพระชนมายุ 14 พรรษา ทรงผนวชเป็นสามเณรอยู่ 2 เดือนเศษ จึงทรงลาผนวช ครั้นพระชนมายุ 20 พรรษาก็ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จมาจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จากนั้นได้เสด็จไปจำพรรษาที่ 2 ณ วัดมกุฏกษัตริยาราม ในสำนักของ พระจันทโคจรคุณ (ยิ้ม) และได้ทรงทำ “ทัฬหีกรรม” อุปสมบทซ้ำอีกครั้งหนึ่งตามธรรมเนียมนิยมของพระสงฆ์ธรรมยุต หลังจากทรงแปลพระปริยัติธรรมได้เป็นเปรียญ 5 ประโยคแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาพระอิศริยยศเป็น “กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส” ทรงดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะรองในธรรมยุตินิกายเมื่อปี 2424 เมื่อ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สิ้นพระชนม์ในปี 2434 รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารสืบต่อ นับเป็นเจ้าอาวาสพระองค์ที่ 3 อีกสองปีต่อมารัชกาลที่ 5 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

จากนั้นก็ได้ทรงเริ่มพัฒนากิจการพระศาสนาที่สำคัญคือ ทรงสนับสนุนให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่เล่าเรียนพระธรรมวินัยในภาษาไทย ต่อมาได้แพร่หลายออกไป พระองค์จึงได้ทรงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับคณะสงฆ์ในเวลาต่อมา ที่เรียกว่า “นักธรรม” ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของคณะสงฆ์สืบมาจนปัจจุบัน

ทรงจัดตั้ง มหามกุฎราชวิทยาลัย ในปี 2436 เป็นการทรงริเริ่มจัดการศึกษาของภิกษุสามเณรแบบใหม่ คือ เล่าเรียนพระปริยัติธรรมประกอบกับวิชาการอื่นๆ ที่เอื้อต่อการสั่งสอนพระพุทธศาสนา ให้เป็นสถานศึกษาของภิกษุสามเณรและกุลบุตร

ปีต่อมาทรงออกนิตยสาร “ธรรมจักษุ” จากนั้นทรงขยายการศึกษาออกไปยังหัวเมืองทั่วประราชอาณาจักร โดยให้วัดเป็นโรงเรียนให้พระเป็นครู นับเป็นการวางรากฐานการศึกษาระดับประถมศึกษาของไทย นอกจากนี้ยังทรงจัดระเบียนการปกครองคณะสงฆ์ใหม่ให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” ในปี 2453

ภายหลังได้ทรงประชวรเป็นวัณโรคและสิ้นพระชนม์ในที่สุด เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 รวมพระชนมายุ 60 พรรษา ทรงดำรงตำแหน่งพระสังฆราช 10 ปี 7 เดือน

บทความที่คล้ายกัน :

  • ไม่มีบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง :

About admin

ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com