Gripen ฝูงบินพิฆาต ผู้พิทักษ์ด้ามขวานไทย

ผู้เข้าชม 1,372 ครั้ง
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช

ยามโพล้เพล้เย็นวันหนึ่ง ท่ามกลางความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านประเทศหนึ่ง

ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองบิน ๗ สุราษฎร์ธานี ตรวจพบเครื่องบินขับไล่ตระกูล MIG (ผลิตในรัสเซีย) ไม่ปรากฏสัญชาติ ๖ ลำ รุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาเรื่อยๆ

ราว ๒ นาทีถัดมา เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องบินขับไล่ (Fighter Controller) ที่ประจำอยู่ภาคพื้นดิน สั่งเครื่องบินพลเรือนออกจากน่านฟ้าที่กำลังจะเป็นน่านฟ้าสงคราม (Danger Zone)

บนรันเวย์ของกองบิน ๗  กริพเพน (Gripen) สภาพพร้อมรบ ๔ ลำ ติดตั้งอาวุธแบบอากาศสู่อากาศ (Air-to-air Mission) เต็มอัตราศึก แท็กซี่ไปที่หัวรันเวย์ (หมายถึงเคลื่อนไปตามลานบินจนถึงรันเวย์หรือทางขึ้นลงเครื่องบิน)

ข้อมูลเส้นทางการบิน เส้นทางสกัดกั้น แผนการบิน ฯลฯ ที่ป้อนเข้าระบบด้วยอุปกรณ์ Data Transfer Unit โหลดขึ้นแสดงบนจอ LCD ๓ จอตรงหน้านักบิน

๒๐ วินาทีถัดมา กริพเพนลำแรกทะยานสู่ท้องฟ้า ลำอื่นๆ ทะยานตามไป

พวกเขาเร่งความเร็วเหนือเสียงพุ่งเข้าสู่น่านฟ้าสงคราม ขณะที่ Fighter Controller บนภาคพื้นดินแจ้งพิกัดข้าศึกและสถานการณ์ในน่านฟ้าที่ได้จากเครื่องบินตรวจการณ์และแจ้งเตือนทางอากาศ (Airborne Early Warning) ซึ่งบินเตรียมพร้อม (Stand by) อยู่บนท้องฟ้าโดยมีกริพเพนคุ้มกัน ๔ ลำ

๒ นาทีถัดมา กริพเพน ๔ ลำเข้าใกล้ข้าศึก  ข้อมูลจากเครื่องบินตรวจการณ์และแจ้งเตือนทางอากาศแบบ SAAB 340 AEW/B ระบุว่า นอกจากฝูงบินขับไล่ไม่ปรากฏสัญชาติ ยังพบขบวนเรือรบไม่ทราบฝ่าย ๖ ลำรุกล้ำน่านน้ำมาทางอ่าวไทยและมีท่าทีคุกคามชัดเจน

หัวหน้าฝูงบินปรึกษาผู้บัญชาการผ่าน Fighter Controller  พวกเขาตัดสินใจปรับแผน

กริพเพน ๒ ลำเปลี่ยนภารกิจโดยลงจอดฉุกเฉิน (Emergency Landing) ที่สนามบินเอกชนขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งรันเวย์ยาวเพียง ๘๐๐ เมตร  หน่วยภาคพื้นดินประกอบด้วยรถปิกอัป ๒ คัน ทหารช่าง ๕ นายรออยู่แล้ว  ที่นั่น ระบบอาวุธถูกเปลี่ยนโดยติดตั้งจรวด RBS-15F ที่จะจมเรือฟริเกตได้เข้าไป

๑๐ นาทีถัดมา กริพเพน ๒ ลำทะยานขึ้นเหนือฟ้าอีกครั้งและบินไปทางอ่าวไทย  สักพักจอ LCD ในห้องนักบินยืนยันตำแหน่งเรือรบข้าศึกปรากฏเป็นเป้าสีแดงพร้อมจัดลำดับความสำคัญว่าควรทำลายเป้าใดก่อน อีกทั้งยังแสดงข้อมูลทั้งหมดของเรือทุกลำ ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งมาจากเรือหลวงจักรีนฤเบศรผ่าน Fighter Controller

กริพเพนลำหนึ่งล็อกเป้า อีกลำรับทราบว่าเพื่อนล็อกเป้าแล้วจึงล็อกเป้าหมายรองลงมา  ไม่กี่วินาที จรวด RBS-15F ๖ ลูกถูกยิงจากนอกระยะสายตา (Beyond Visual Range-BVR) ทำลายเป้าหมายที่อยู่ห่างไป ๙๐ กิโลเมตรอย่างแม่นยำ

ตัดกลับมาที่กริพเพนอีก ๒ ลำ  ๕ นาทีตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาเข้าสกัดกั้น MIG ๖ ลำด้วยจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-120 AMRAAM ข้าศึก ๔ ลำถูกทำลาย อีก ๒ ลำหลบได้ ทว่าก็ถูกล็อกตำแหน่งโดยเครื่องบินตรวจการณ์ฯ ทำให้จรวดนำวิถีระลอก ๒ ที่ยิงตามไปทันทีทำลายข้าศึกได้สำเร็จ

ในที่สุด กริพเพนทั้ง ๔ ลำกลับฐานอย่างปลอดภัย  เมื่อช่างเทคนิคภาคพื้นดินรับกริพเพนเข้าจุดจอด ระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องบินรายงานสถานะทั้งหมดของเครื่องและแสดงบริเวณที่ต้องตรวจสอบหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ผ่านเครือข่าย Wi-Fi เข้าสู่คอมพิวเตอร์พกพาของช่างเทคนิค ทำให้พวกเขาทำงานได้อย่างรวดเร็ว

๑๐ นาทีถัดมา กริพเพนพร้อมปฏิบัติการอีกครั้ง

แม้ว่าเหตุการณ์ข้างต้นคือสถานการณ์จำลองที่อาจเกิดขึ้นเมื่อตกอยู่ในภาวะสงคราม (War Times) แต่เช้าตรู่วันต้นปี ๒๕๕๔ ที่กองบิน ๗  ผมก็ได้เห็นภาพคล้ายกันนั้น และได้ยินบทสนทนาทางวิทยุที่แสดงถึงความรวดเร็วของปฏิบัติการทางอากาศ

“ทาวเวอร์ นี่คือ J-KNIGHT พร้อมออกปฏิบัติการ”

“J-KNIGHT ให้คุณใช้รันเวย์ ๒๒ ไต่ไปที่ ๑๕,๐๐๐ ฟุต”

“รันเวย์เคลียร์”
“รันเวย์เคลียร์”

ทันทีที่การสื่อสารทางวิทยุจบลง กริพเพนของผู้บังคับฝูง จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย ก็แผดเสียงกัมปนาทพร้อมพ่นเปลวเพลิงสีแดงจากท่อไอพ่น  เพียง ๒ วินาทีมันก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่หัวรันเวย์ กริพเพนอีกลำและ F-16 ๒ ลำ วอร์มเครื่องยนต์รอหอบังคับการบินอนุญาต  take off จนเสียงดังกระหึ่ม  ที่ Taxi Way (ทางขับ) กริพเพนอีก ๓ ลำเคลื่อนตามมาช้าๆ

อีกมุมหนึ่งของกองบิน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นเพื่อส่งฝูงเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศไทยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อสกัดกั้นข้าศึก

แม้สิ่งที่เห็นตรงหน้าจะเป็นการฝึกในยามสงบ แต่บทสนทนากับนักบินกริพเพนในสโมสรนักบิน (pilot lough) และคำบอกเล่าใน “ห้องบรีฟ” (Brief Room) เกี่ยวกับงานของกริพเพนและนักบินขับไล่กริพเพนชุดแรกของไทย ยังคงวนเวียนในสมอง

“ถ้ามีภัยคุกคามใน ๕ นาที เครื่องบินขับไล่ต้องถึงตำแหน่งสกัดกั้น ใช้เครื่องบินแบบไหนขึ้นกับภัยคุกคาม การวางกำลัง และแผนยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ”

“สมัยนี้การรบทางอากาศเอาชนะด้วยข้อมูลข่าวสาร เครื่องบินขับไล่ไม่ว่าค่ายไหนมีระบบอาวุธใกล้เคียงกัน ฝ่ายไหนรู้สถานการณ์มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ดังนั้นต้องทำงานเป็นทีม”

“ทุกครั้งที่ขึ้นสู่ท้องฟ้า เรามีภารกิจ เราถูกฝึกให้พร้อมรบ การฝึกที่เห็นคือการรบ  โอกาสเกิดอุบัติเหตุเท่ากับหนึ่งในล้าน ถ้าเกิดขึ้นต้องรู้ว่าจะทำอะไร  คนเข้าใจเครื่องบินและมีสติจะแก้สถานการณ์ได้ดี เพราะจะตกใจหรือไม่ตกใจตรงหน้าคือความตายเช่นเดียวกัน”

“นักบินขับไล่ไม่ต่างกัน ไม่ว่าเขาจะขับเครื่องบินแบบไหน ปรัชญาในการศึกทางอากาศคือ มีเครื่องขับไล่แบบ The Second Best (ดีแต่ไม่เป็นที่ ๑) ไม่มีประโยชน์ เพราะ The Best เท่านั้นที่จะได้รับชัยชนะ”

บางที ด้วยสาเหตุหลังสุดนี้เองที่ “กริพเพน” เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่งของโลก จึงถูกจัดหาเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทย ณ ฝูงบิน ๗๐๑ กองบิน ๗ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ภารกิจหนึ่งเดียวที่มันได้รับมอบคือ “คุ้มกันน่านฟ้าและผลประโยชน์ทางทะเล” ณ ด้ามขวานไทย

Pages: 1 2 3 4

About admin

ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com