เพราะเหตุใดอาจารย์จึงให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ด้วยตนเอง
เพราะสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงทุกวัน วันนี้เราวิเคราะห์สถานการณ์ออกมาอย่างหนึ่ง ถึงวันพรุ่งนี้เขาไปตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้นอีกแล้ว หรือไปกั้นกระสอบทราย ทำให้เราตามไม่ทันถ้าดูแต่แผนที่หรือเอกสาร เพราะข้อมูลที่มีอยู่ไม่ตรงกัน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญจากอิสราเอลที่รับมอบข้อมูลตรงจากหน่วยงานรัฐ ก็ยังถามผมว่าข้อมูลที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ที่บอกว่าข้อมูลไม่ตรง เพราะเขาเขียนในเอกสารอย่างหนึ่งแล้วทำอีกอย่างหนึ่ง เช่นในเอกสารระบุว่าติดตั้งเครื่องสูบน้ำตรงนี้ มีกำลังสูบรวมกันเท่านี้ แต่พอเราเดินทางไปดูของจริง ปรากฏว่าบวกลบคูณหารแล้วไม่ตรงกัน อย่างกรณีคลองแสนแสบที่ผมเคยวิเคราะห์ว่าน่าจะมีปัญหา เนื่องจากตามเอกสารแจ้งว่าติดตั้งเครื่องสูบเพียง ๑๕๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ของจริงปรากฏว่าเขาอัดเครื่องสูบน้ำเพิ่มเป็น ๒๑๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ออกมาให้ข้อมูลยืนยันตามเอกสาร เพราะกลัวข้อมูลจะขัดแย้ง
บางครั้งเราเสนอคำแนะนำไป เช่นให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วงกลางคลอง เพราะบางคลองมีความยาวมากเกินไป รอให้น้ำไหลเองตามธรรมชาติไม่ไหว แนะนำไปก็ไม่มีเสียงตอบรับ แต่พอเราไปลงพื้นที่ดูปรากฏว่าเขามาติดตั้งเครื่องสูบเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวแล้ว
ถ้าผมไม่ออกไปสำรวจดูข้อเท็จจริงก็วิเคราะห์ไม่ได้ อย่างเรื่องประตูกั้นน้ำคลองสามวา ชาวบ้านตกลงกับเจ้าหน้าที่ว่าจะเปิดขึ้น ๑ เมตร ผมต้องไปดูกับตาว่าเปิด ๑ เมตรจริงหรือเปล่า แล้วผมอยากรู้ข้อมูลการไหลของน้ำ อยากรู้ว่าเปิดประตูระบายน้ำแล้วน้ำไหลเข้ามาเท่าไหร่ เพื่อจะได้นำไปวิเคราะห์และให้ข้อมูลต่อประชาชน ผมส่งทีมงานไปถามเจ้าหน้าที่ เขาก็บอกว่าไม่รู้ นี่เป็นเรื่องยากในการทำงาน
พูดง่าย ๆ คือเมื่อคุณไม่ให้ข้อมูลผม ผมลงมือวัดของผมเองได้ ระดับน้ำท่วมสูงเท่าไหร่ น้ำไหลเร็วเท่าไหร่ คลองลึก-กว้างเท่าไหร่ ที่ผ่านมาหลายอย่างเราต้องวัดเอง
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจารย์มีข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาอะไรบ้าง
ผมคิดว่าเราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ คือปล่อยให้น้ำไหลผ่านนครสวรรค์มาวันละเกือบ ๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเบื้องต้นผมเสนอแนวทางเร่งด่วน ๒ แนวทางคือ ๑.การใช้มาตรการเชิงโครงสร้างโดยทำฟลัดเวย์ หรือเส้นทางระบายน้ำ เป็นทางธรรมชาติให้น้ำไหลผ่านไปเฉย ๆ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ไล่ลงมาด้านล่าง เน้นพื้นที่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่เน้นฝั่งขวาเพราะพื้นที่เจริญมากกว่า ภาครัฐไม่จำเป็นต้องไปไล่ซื้อที่ดินชาวบ้าน ในช่วงฤดูกาลปรกติก็ปล่อยให้ชาวบ้านทำไร่ทำนาไปตามวิถีเดิม เพียงแต่เราขอเช่าที่ดินเขาตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนของทุกปี หากปลูกอะไรไว้แล้วยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ให้ภาครัฐรับซื้อทั้งหมด หากพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหายก็ไม่เป็นไร เพราะเราเช่าที่ดินจากชาวบ้านไว้แล้ว จากนั้นจัดการถมดินสองข้าง บดอัดให้เป็นคันกั้นน้ำ ให้มีความสามารถรับน้ำได้อย่างน้อย ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีการขยายขนาดคลองเดิมทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งขุดคลองฟลัดเวย์ระบายน้ำคู่ขนานกับการสร้างถนนวงแหวนรอบที่สาม เรื่องฟลัดเวย์เป็นแผนระยะยาว จะตกลงกันทันน้ำท่วมครั้งต่อไปหรือไม่ยังเป็นเรื่องท้าทาย
สำหรับมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ผมเสนอให้มีการสร้างระบบสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถประเมินความรุนแรงของเหตุการณ์ ประเมินการใช้แนวทางต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจได้อย่างมีความมั่นใจ
คนไทยเคยยกย่องตัวเองว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญเรื่องน้ำ เพราะว่าเราคลุกคลีกับน้ำมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ อาจารย์คิดว่าคำกล่าวนี้ยังเป็นจริงอยู่หรือไม่
ผมว่าไม่จริงนะ ถ้าเราเป็นผู้มีความรู้เรื่องน้ำจริง ทำไมถึงเอาตัวไม่รอด ปล่อยให้เกิดความเสียหายมากมายขนาดนี้ ถึงเวลานี้ต้องตั้งคำถามว่าเรารู้เรื่องน้ำจริงหรือเปล่า ถ้ารู้จริง ตัดสินใจถูกหลักการ ทำไมถึงเสียหายยับเยิน ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้
คนไทยควรสรุปบทเรียนอะไรบ้างจากอุทกภัยครั้งนี้
ก่อนจบจากรายการที่สถานีไทยพีบีเอส ผมคิดว่าจะขอเวลาสรุปบทเรียน ตอนนี้เริ่มเขียนไว้แล้วแต่ยังเป็นร่างคร่าว ๆ ในที่นี้ผมขอพูดกว้าง ๆ ก่อน
เรื่องหนึ่งคือภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายเรื่องคนไทยยังไม่รู้ ทั้งที่มีการศึกษามาตั้งนานแล้ว สหประชาชาติออกรายงานมาก็มากแล้ว แต่ทำไมแต่ละรายงานไม่เคยแปลเป็นภาษาไทยให้คนไทยอ่านเลย รายงานสุดท้ายบอกชัดเจนเลยว่าประเทศไทยฝนจะตกหนัก น้ำจะท่วม
แล้วเรื่องภาวะโลกร้อน รัฐบาลก่อน ๆ เดินผิดทาง เขาไปให้ความสำคัญกับการเจรจาลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเราเป็นประเทศที่ตัวนิดเดียว จะไปสู้มหาอำนาจได้ยังไง เวลามีประชุมระดับโลกเรื่องนี้ รัฐบาลไทยส่งคนไทยไปเข้าร่วมมาก แต่ไม่มีบทบาท ผมเคยถามว่าไปทำไม เขาบอกว่าไปคอยจดว่าเขาพูดอะไรกัน ล่าสุดการเจรจาในที่ประชุมหลายครั้งล้มเหลว ไม่มีทางที่ประเทศมหาอำนาจจะลดการปล่อยก๊าซ เขาต้องคำนึงถึงความร่ำรวย (GDP) ของเขามากกว่า แทนที่จะออกไปเจรจาเรื่องการลดก๊าซ เราต้องหันกลับมาบอกคนไทยว่า ภัยมาถึงตัวแล้วนะ คุณปรับตัวเถอะ ผังเมืองต้องปรับนะ เป็นต้น
เรื่องต่อไปคือพฤติกรรมน้ำหลากปีนี้ เราต้องบอกความจริงว่าน้ำมีปริมาณเท่าไหร่ มาอย่างนี้เท่านี้ แล้วทำไมไม่ผลักไปทางนี้ ขณะที่คูคลองต่าง ๆ ของเราขาดการเหลียวแล ขาดศักยภาพในการระบายน้ำ คูคลองเรามีมากก็จริงแต่ใช้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนมาก
เรื่องของเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด หรือเรื่องของโลจิสติก เราไม่มีการวางแผนมาก่อนว่าน้ำท่วมแล้วการคมนาคมขนส่งจะเป็นอย่างไร คนบ่นเรื่องนี้กันมาก วันก่อนผมไปคุยกับผู้บริหารศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่ง เขาบอกว่าศูนย์กระจายสินค้าที่บางบัวทองจมน้ำไปแล้ว เหลือเพียงศูนย์ฯ เดียวบริเวณเขตลาดกระบัง ถ้าตรงนี้พังอีกแห่ง ประเทศไทยจบเลยนะ ไม่มีของขาย เรื่องนี้จึงมีความจำเป็นต้องคุยกันก่อน ถ้าเกิดน้ำท่วม ศูนย์กระจายสินค้า เส้นทางคมนาคมจะเป็นอย่างไรต้องวางแผน
เรื่องความขัดแย้งระหว่างชุมชน เช่นกรณีคลองสามวา ลำลูกกา สายไหม กรณีชุมชนเหนือบิ๊กแบ็ก รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมนี่สำคัญมาก เราไม่บอกเขาก่อนว่าจะทำอะไร พอเขาไม่ร่วมด้วยก็เกิดปัญหา หลังจากเขาเข้ามาร่วมแล้ว การแก้ไขปัญหาก็ดีขึ้น
เรื่องการประกาศอพยพ เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคน เวลาผู้ว่ากรุงเทพมหานครออกทีวี ต้องประกาศพื้นที่เฝ้าระวังและประกาศให้อพยพเสมอ คนก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรนอกจากสองอย่างนี้แล้วเหรอ บางครั้งการประกาศก็ทำให้คนแตกตื่น กรณีนิคมอุตสาหกรรมนวนครเป็นบทเรียน มีการประกาศอพยพคนสองแสนคน ตอนนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมติดอยู่บนสะพานลอยเป็นชั่วโมง จะข้ามไปอีกฝั่งทำไม่ได้ คนแน่นมาก เขาอพยพประชาชนกันแบบลูกทุ่ง ไม่มีการวางแผน
สุดท้าย การบริหารจัดการครั้งนี้ทำกันแบบทำไปทดลองไป ลองแบบนี้สิ ผลจะออกมาเป็นยังไง ไม่มีแผนงานล่วงหน้า หรือการจำลองเหตุการณ์ล่วงหน้า
เหตุการณ์ครั้งนี้มีเรื่องอะไรที่อาจารย์สะเทือนใจที่สุด
มีอยู่ ๒ เรื่อง กล่าวคือ เรื่องแรกเป็นเรื่องยากที่สุดในการตัดสินใจที่มาประเมินสถานการณ์ เป็นเพราะทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าบ้านผม ทรัพย์สินผม และที่สำคัญครอบครัวผมจะต้องมาเป็นแบบนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้น การที่ไม่มีเวลาในการจัดการตนเอง ไม่มีเวลาให้ครอบครัว เป็นเพราะผมตัดสินใจแบบนี้ แล้วคุณจะอธิบายกับครอบครัวคุณอย่างไร ผมเป็นมนุษย์ย่อมมีความรู้สึกผิด แต่ที่ตัดสินใจทำไปเพราะว่าชีวิตผมถูกสอนมาให้ช่วยเพื่อนมนุษย์
เรื่องที่สะเทือนใจต่อมา คือมีคนโทร.มาหาผม บอกว่าจะฆ่าตัวตายหากผมไม่รับโทรศัพท์เขา เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงและยืดเยื้อ มีผู้คนมากมายตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ และผมก็ไม่เคยเจอ มันเป็นความเครียดของคนที่ไม่รู้ข้อมูล จะอยู่กันไปกี่วัน จะท่วมอีกเท่าไหร่ ปรกติมีคนโทร.มาหาผมเยอะ บางทีผมไม่รับเพราะยังยุ่งอยู่ แต่คนนี้โทร.มา ผมรับเลย เป็นผู้หญิงสูงอายุเขาบอกว่าฉันจะฆ่าตัวตายแล้วนะถ้าคุณไม่รับโทรศัพท์ ผมถามคุณป้าว่าอยู่ที่ไหน ท่วมเท่าไหร่ เขาบอกเมตรเดียว ผมบอกว่าของผมท่วม ๓ เมตร ผมก็เป็นผู้อพยพเหมือนกัน ความรู้สึกเขาเลยผ่อนคลายขึ้น เขาบอกว่าป้าจะฆ่าตัวตายเพราะป้าเหนื่อยแล้ว เครียดมาก ถ้ายังมีก้อนใหญ่มาป้าไม่ไหวแล้ว ผมเลยบอกว่าป้าไม่มีก้อนใหญ่แล้ว มาเท่านี้แหละ ต่อไปมีแต่จะลดลง
ขอขอบคุณ : สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เอื้อเฟื้อสถานที่
Pingback: ฉบับที่ ๓๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔