ฟรานซ์ คาฟกา (Franz Kafka) นักเขียนนิยายชาวเช็ก หนึ่งในนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 เกิดวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 เป็นบุตรชายคนเดียวของพ่อค้าชาวยิว ที่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงแห่งแคว้นโบฮีเมีย (Bohemia) ปัจจุบันคือประเทศเช็ก

ด้วยความที่บิดามารดาเป็นชาวยิวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในกรุงปราก ในช่วงเวลาที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี ทำให้บิดาของคาฟกาได้รับแรงกดดันทางสังคม ดังนั้นเมื่อเริ่มมีฐานะดีขึ้น เขาต้องการจะมีเกียรติ ได้รับการยอมรับและเชิดหน้าชูตาในสังคม จึงส่งคาฟกาเข้าเรียนในโรงเรียนของเยอรมนีจนถึงระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาของชนชั้นปกครองในขณะนั้น

ในตอนแรกคาฟกาเลือกเรียนวิชาเยอรมันศึกษา แต่แล้วต้องเปลี่ยนไปเรียนวิชากฎหมายเพราะบิดาบังคับ เขาจบปริญญาเอกด้านกฎหมายเมื่อปี 2449 ได้ฝึกงานด้านกฎหมายอยู่หนึ่งปี หลังจากนั้นจึงเข้าทำงานที่สำนักงานประกัยภัยอุบัติเหตุของผู้ใช้แรงงานจนถึงปี 2465 ซึ่งเขาต้องออกจากงานก่อนวัยอันควร เนื่องจากป่วยเป็นวัณโรคปอด และเสียชีวิตด้วยโรคนี้เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2467 ที่เมืองเคียร์ลิง ใกล้ ๆ กรุงเวียนนา

ตลอดชีวิตคาฟกาพิมพ์งานเรื่องสั้นของตัวเองเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น ก่อนตายเขาได้ฝากให้เพื่อนสนิทคือ มักซ์ โบรด (Max Brod) ทำลายต้นฉบับทิ้งให้หมด แต่เขาได้นำต้นฉบับของคาฟกามาจัดพิมพ์เผยแพร่จนปรากฏถึงปัจจุบันนี้ คาฟกาเขียนเรื่องสั้นทั้งขนาดสั้นและยาวไว้ทั้งหมดประมาณ 30 เรื่อง และนวนิยายที่ยังแต่งไม่สมบูรณ์อีก 2 เรื่อง คือ “การไต่สวน” (The Judgement) และ “ปราสาท” (The Castle) ส่วนผลงานเรื่องสั้นที่สำคัญได้แก่ “กลาย” (Metamorphosis) และ “คดีความ” (The Trial)

ชีวิตของคาฟกาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบิดาซึ่งมีอำนาจและพละกำลังทางด้านร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งกว่า เขาจึงพยายามทำทุกอย่างที่บิดาไม่ชอบ เช่น พยายามจะแต่งงานกับผู้หญิงที่บิดาไม่เห็นด้วย และทำงานประพันธ์ซึ่งบิดาคัดค้าน คาฟกามีปัญหาทางด้านการคบหาสมาคมกับผู้อื่น เขาชอบเก็บตัวและอุทิศเวลาทั้งหมดให้กับการเขียนหนังสือ เขาสนใจศาสนา ปรัชญา และความเป็นยิวที่แท้จริงของชาวยิวตะวันออก มิใช่ยิวจอมปลอมที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคมดังเช่นบิดาของเขา

ด้วยสภาพจิตใจที่ไม่สงบและมีความขัดแย้งอย่างรุนแรง ได้กลายเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญให้เขาผลิตผลงานที่แสดงให้เห็นภาพของโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างนามธรรมกับรูปธรรม ซึ่งภาพความขัดแย้งนี้ไม่มีวันจะประสานกันได้เลย งานของเขาถ่ายทอดความน่าสะพรึงกลัวในสังคมสมัยใหม่ ผ่านตัวละครที่มีชีวิตโดดเดี่ยว แปลกแยก ทุกข์ทรมาน และเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เหนือจริงคล้ายฝันร้าย บรรยากาศของเรื่องมักมีลักษณะมืดมน ลึกลับ คลุมเครือ ไม่สื่อความหมายอย่างใดอย่างเด่นชัด เนื่องจากเขาต้องการที่จะปลุกเร้าให้ผู้อ่านรู้สึกกระวนกระวายใจและคลางแคลงใจอยู่ตลอดเวลา ดังที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า “หนังสือควรจะเป็นขวานสำหรับทะเลเยือกแข็งในตัวเรา…ถ้าหากหนังสือที่เราอ่าน ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าโดนทุบที่ศรีษะแล้วละก็ เราจะอ่านหนังสือเล่มนั้นไปทำไมกัน” ด้วยเหตุนี้งานของคาฟกาจึงมีมนต์ขลังให้นักอ่านและนักวิจารณ์รุ่นใหม่ ๆ นำมาตีความและถกเถียงเรื่อยมาจนปัจจุบัน