สวนมะนาวลุงจำรัส สุขยั่งยืนบนพื้นซีเมนต์

สิงหาคม 25, 2016 
0


ผลงานคัดสรรจากค่ายสารคดีครั้งที่ 12
สุนันทา จันทร์หอม เรื่อง
กิตติคุณ ขุนทอง ภาพ

limegarden01

“สถานีต่อไป วุฒากาศ..Next Station Wutthakat”

เสียงประกาศอันคุ้นหูบนรถไฟฟ้าบีทีเอสทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ สถานีนี้เป็นส่วนต่อขยายแยกตากสิน-บางหว้าของรถไฟฟ้าสายสีลม อาจจะเป็นเพราะความห่างจากตัวเมืองอยู่มาก เมื่อมองไปรอบๆตัวจึงเห็นผู้คนบางตา ฉันส่ายหน้าสลัดความมึนงงออกจากหัว ผู้คนจำนวนมากที่แออัดตอนเปลี่ยนสถานีที่สยามทำเอาสูญเสียการทรงตัวไปเล็กน้อย ฉันจับกระเป๋าพาดบ่า ลุกขึ้นยืนรอหน้าประตูทางออกพลันสายตาก็มองเห็นคอนโดมีเนียมจำนวนมาก มีทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ความเจริญกำลังแผ่ขยายมาตามเส้นทางรถไฟฟ้าฉันสังเกตหลายสิ่งรอบๆตัว พลางแปลกใจกับสถานที่ที่กำลังจะไปเยือน..

limegarden13

limegarden08

limegarden14

เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข

แสงแดดจางๆกระทบพื้นถนนที่มีรถหนาแน่น สายฝนโปรยปรายในช่วงบ่ายพอทำให้ความร้อนระอุเมื่อตอนกลางวันทุเลาลงบ้างสองขาของฉันเดินไปตามถนนที่ยังสร้างไม่เสร็จ คงไว้ด้วยอุปกรณ์ก่อสร้างจำนวนมาก ทั้งกองเหล็ก กองดิน กองทราย เศษปูนจากการทุบและขยายถนน รวมไปถึงซากสะพานลอยที่ถูกรื้อทิ้ง บอกให้รู้ว่าที่บริเวณนี้กำลังจะได้รับการพัฒนามากขึ้น พร้อมๆกับบ้านเรือนที่กำลังถูกกลืนหายไปในหมู่คอนโดมิเนียม

แต่ใครเลยจะรู้ว่า ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีวุฒากาศ มุ่งหน้าไปทางถนนราชพฤกษ์เพียง 500 เมตร จะมีสวนมะนาวกว้างกว่า 700 ตารางวารายล้อมไปด้วยตึกสูง ทันทีที่กดกริ่ง สุนัขหลายตัวเข้ามาต้อนรับ มีฉากหลังเป็นต้นมะนาวหลายต้นเขียวชอุ่มด้วยน้ำฝนที่มาเยือนหลังจากแล้งไปหลายเดือน เจ้าของสวนยิ้มต้อนรับเราอย่างอารมณ์ดี

“ผมเป็นคนแปลก ถ้าทำอะไรแล้วผมต้องทำให้มีจุดเด่นขึ้นมา แล้วเดินหน้าเรื่อยๆไป”

จำรัส คูหเจริญเปิดประโยคสนทนาเมื่อเห็นฉันกวาดสายตามองไปรอบๆสวนด้วยความสงสัย ตรงหน้าฉันคือชายวัย 78 ปี ผิวขาวตามแบบฉบับคนจีน ผมสีดอกเลามีริ้วรอยปรากฏทั่วใบหน้า แต่ทว่ารอยยิ้มยังคงสดใส รูปร่างสันทัดร่างกายแข็งแรง แม้จะดูโรยราไปบ้าง แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงดูกระชุ่มกระชวย ลุงคือชาวสวนแท้ๆแต่กำเนิด ผู้ใช้ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่มีสืบต่อการทำสวนบนที่ดินผืนนี้จากพ่อและแม่มาตลอดชั่วอายุ โดยมี ณัฏฐวัฏิคูหเจริญ หรือ ขาว อายุ 80 ปี ผู้เป็นพี่ชายเป็นผู้ช่วย และตั้งชื่อสวนแห่งนี้ว่า “สวนมะนาวลุงจำรัส” หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “สวนเกษตรธนบุรี”

เมื่อครั้งเป็นเด็กลุงจำรัสเคยทำสวนช่วยพ่อ แม่ และพี่ชาย จนมีความรักและความสนใจด้านเกษตรอย่างจริงจัง จนเมื่อได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ความรู้จากตำราเรียน และประสบการณ์จากการทำสวนมาทั้งชีวิตของเขาก็พอกพูนมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการคิดค้นและพัฒนาพันธุ์พืชต่างๆจนเป็นที่รู้จัก ชายผู้นี้เริ่มต้นวิถีเกษตรกรด้วยการปลูกกล้วยไม้เป็นอาชีพ ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์ระพี สาคริก บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย หลังจากทำสวนกล้วยไม้ได้ประมาณ 8 ปี เขาต้องพักการทำสวนเอาไว้ ก่อนจะเดินตามฝันของพ่อและแม่ที่อยากให้เขาได้เรียนหนังสือสูงๆ ได้ทำงานสบาย ไม่ต้องกลับมาเป็นชาวสวนที่มีชีวิตลำบากอย่างเช่นบรรพบุรุษ ลุงจำรัสมุมานะจนสามารถสอบชิงทุนของรัฐบาล และมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ.2506แต่ด้วยใจรักและมีเลือดเกษตรกรอยู่เต็มตัว จึงเลือกเรียนสาขาการเกษตรควบคู่กันไปด้วย เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นราวๆ 5 ปีครึ่ง หลังจากสำเร็จการศึกษาก็ตัดสินใจกลับมาเรียนต่อด้านพืชสวนและส่งเสริมการเกษตรในเมืองไทยและจบหลักสูตรส่งเสริมการเกษตรอีกมากมาย จากหลายมหาวิทยาลัย ก่อนเข้ารับราชการที่กรมไปรษณีย์ ในตำแหน่งนายช่าง ตรี โท และเอก ตามลำดับ ในระหว่างนั้นเขาก็ยังคงใช้เวลาว่างที่มีอยู่กับสวนแห่งนี้ จนกระทั่งกรมไปรษณีย์ปรับโครงสร้างเป็นการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ลูกชาวสวนผู้นี้ก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกองเคเบิ้ลใต้น้ำ การสื่อสารแห่งประเทศไทยเรื่อยมาจนครบเกษียณอายุก่อนกลับมาทำงานภายใต้บทบาทเกษตรกรอีกครั้งอย่างเต็มตัว

“กว่ามะนาวจะมีวันนี้ได้ ผมทำเสียไปตั้งเยอะ”

limegarden05

limegarden12

limegarden07

limegarden10

เจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงช่วงที่เริ่มต้นทำสวนมะนาวใหม่ๆ มีการลองผิดลองถูกในการผสมพันธุ์มะนาวต่างๆ เรียนรู้วิธีการปลูก การดูแลบำรุงรักษา ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ทุกขั้นตอนในการปลูกและบำรุงรักษาสำคัญเท่าๆกันหมด แต่ทุกอย่างเริ่มต้นมาจากดินเป็นหลัก เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ต้นเจริญเติบโตและแข็งแรง ดินทั้งหมดที่นำมาเพาะต้นมะนาว เป็นดินที่สั่งมาจากพื้นที่ภาคกลางเช่น จากสุพรรณบุรี หรือพระนครศรีอยุธยา ต้องไม่เป็นดินเค็มหรือดินกร่อยมีค่าความเป็นกรด-เบสอยู่ในระดับมาตรฐานดินเหนียวมีคุณสมบัติที่ดีในการยึดรากของมะนาวและมีอัตราการย่อยสลายของจุลินทรีย์ภายในดินต่ำ ทำให้รากของมะนาวยึดแน่นคงทนแข็งแรงและไม่ต้องคอยเปลี่ยนดินบ่อยๆบางครั้งจำรัสจะใช้ปูนขาวโรยหน้าดินเพื่อช่วยปรับสภาพของดินให้เป็นเบส และช่วยกันเชื้อรา ก่อนนำดินเหนียวมาเพาะ ต้องตากให้แห้งทั้งนอก และใน ไม่เช่นนั้นดินจะแน่นเกินไป ทำให้รากงอกออกมาไม่ได้
ลุงย้ำว่าแม้จะทำสวนมาตลอดทั้งชีวิต แต่พืชแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ต้องการการดูแลรักษาต่างกัน ทุกๆครั้งที่ปลูก จึงเหมือนเขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้น

“อาจารย์ผมเคยบอกว่าอย่าให้หัวสมองมันนิ่ง มันจะตาย ให้คิดเรื่อยๆไป อายุเท่าไหร่ก็ต้องคิด ต้องพัฒนา”

limegarden04

limegarden02

limegarden03

แตกกิ่งก้านความสุข

โดยปกติในการเพาะพันธุ์มะนาว สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งเกษตรกรแต่ละคนก็จะมีวิธี หรือเทคนิคแตกต่างกันไป แต่ที่สวนนี้ใช้วิธีปักชำ ลุงจำรัสใส่ใจในทุกขั้นตอนที่ปลูก เริ่มจากการคัดกิ่งมะนาวที่จะนำมาเพาะ ต้องเลือกกิ่งที่อายุกำลังพอดี หากกิ่งอ่อนเกินไปจะยังไม่แข็งแรง เมื่อเอาลงปลูกจะตาย หากเป็นกิ่งแก่จะออกรากยาก ขนาดของกิ่งและความยาวในการควั่นก็สำคัญเช่นกัน ถ้าเป็นกิ่งเล็กๆควั่นยาวจะตาย ควั่นสั้นจึงจะติด แต่ถ้าเป็นกิ่งใหญ่ ต้องควั่นให้สั้นจึงจะติด เมื่อตัดกิ่งมาแล้วต้องขูดเอายางออกให้หมด หลังจากนั้นเช็ดซ้ำอีกครั้ง

แล้วทิ้งไว้หนึ่งอาทิตย์จึงจะนำมาใช้ได้ลักษณะและความคมของใบมีดก็มีผล ลุงบอกว่าตนใช้มีดที่ใช้เป็นประจำตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เป็นมีดที่ทำมาจากใบเลื่อย มีความคมสูงมาก จนถึงปัจจุบันก็ทำมีดจากใบเลื่อยไว้หลายขนาดหลายแบบ เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันในสวน

“จริงๆถ้าถามว่าเทคนิคมีอะไรบ้าง ก็ไม่รู้หรอกอันไหนเทคนิค อันไหนไม่ใช่ เพราะเราทำสวนกันมาตั้งแต่จำความได้ เกิดมาก็เห็นสวนแล้ว ไม่ต้องมีคนสอน หรือบอกว่าต้องทำยังไง มันเป็นของมันเอง”

ลุงขาวผู้เป็นพี่ชายเท้าความ ที่ดินผืนนี้ใช้ทำสวนมานาน ปลูกพืชมาหลายชนิดก่อนหน้านี้ มีทั้งพลู มะลิ รักเร่ สร้อยทอง กล้วยไม้ หรือผลไม้อย่างมะม่วง ส้มโอ และล่าสุดก่อนทำสวนมะนาวคือโป๊ยเซียน มีคนมาซื้อถึงที่ ไม่ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง เมื่อความนิยมโป๊ยเซียนลดลง จึงผันมาปลูกมะนาวในปัจจุบัน สวนมะนาวแห่งนี้อยู่มาได้สิบกว่าปีแล้ว โดยปลูกบนที่ดินผืนเดิมจากบรรพบุรุษที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ได้มีการย้ายหรือขยายสวนไปที่ไหน แต่มีการปรับตัวไปเรื่อยๆตามสภาพเศรษฐกิจ พืชชนิดไหนราคาดีก็ปลูก ชนิดไหนราคาตกก็เปลี่ยน

“ตอนนี้มะนาวอยู่ตัวแล้ว สวนมีชื่อเสียงมากขึ้น ก็คงทำสวนมะนาวไปเรื่อยๆ”ลุงขาวกล่าว

มะนาวก็คือมะนาว แต่มะนาวที่นี่กับมะนาวที่อื่นต่างกันหลายอย่าง สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือมะนาวที่สวนแห่งนี้เป็นมะนาวที่เกิดจากการคิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้มีความต้านทานโรคได้สูงกว่ามะนาวที่อื่น ซึ่งมะนาวนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างหนึ่งของไทย ในช่วงฤดูแล้งจะมีผลผลิตออกมาน้อย ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น บางครั้งสูงถึง 5-10บาท ต่อผล แต่เมื่อเข้าฤดูฝนมะนาวจะถูกลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องโรคระบาด โดยเฉพาะโรคแคงเกอร์ เมื่อฝนตกชุก การระบาดของโรคจะเกิดรุนแรงมากขึ้น การรักษาโดยการพ่นสารเคมีเป็นไปได้ยาก เพราะน้ำฝนจะชะล้างออก ใบที่เกิดโรคก็จะหลุดร่วง ถ้าเกิดที่กิ่งก็จะทำให้กิ่งแห้งตาย หากลุกลามไปที่ผลก็จะเกิดจุดแผล ทำให้ขายไม่ได้ราคา

ลุงจำรัสจึงได้คิดปรับปรุงพัฒนาพันธุ์มะนาวที่มีความต้านทานโรคแคงเกอร์ขึ้นมาใหม่ คือเป็นลูกผสม จำรัส 28 (จ.28)และจำรัส 29(จ.29)เป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิต และประหยัดแรงงานที่จ้างมาป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช รวมทั้งลดปริมาณสารเคมี ซึ่งจะลดปัญหาเรื่องสารพิษตกค้างในผลผลิต ส่งผลให้สินค้าปลอดภัยต่อผู้บริโภค

มะนาวพันธุ์จำรัส 28 และพันธุ์จำรัส 29 ได้พัฒนามาจากมะนาวพันธุ์จำรัส 9 โดยมะนาวพันธุ์จำรัส 9 เป็นมะนาวลูกผสมระหว่างแป้นพวง ผสมกับมะนาวน้ำหอม ให้ลูกดก ผลโต น้ำมาก น้ำ เนื้อ และกลิ่น เหมือนมะนาวแป้น เปลือกบาง น้ำหนักผลอยู่ที่70-100 กรัม การเจริญเติบโตของต้นดี ใบใหญ่และต้านทานโรคดีมาก ส่วนมะนาวพันธุ์จำรัส 28 เป็นการผสมระหว่างมะนาวพันธุ์จำรัส 9 กับมะนาวแป้นจริยาเบอร์ 1 โดยทำการเพาะเมล็ดจนเป็นต้น ต้นนี้ออกดอกให้ผลเมื่อต้นยังเล็กอยู่ ผลโตมาก ทรงผลแบนแบบมะนาวแป้นทั่วไป เปลือกบางน้ำมาก ผลที่ออกมาในระยะเพียง 2 เดือนก็มีน้ำมากแล้ว ออกดอกง่ายและออกได้ทั้งปีโดยไม่ต้องบังคับ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับมะนาวพันธุ์จำรัส 29 ที่ผสมระหว่างมะนาวพันธุ์จำรัส 9 กับส้มโชกุนทุกประการ ต่างเพียงแค่มะนาวจำรัส 29 จะมีหนามที่ยาวมากกว่าเท่านั้น มะนาวทั้งสองพันธุ์นี้เหมาะที่จะปลูกในแหล่งปลูกที่มีการระบาดรุนแรงของโรคแคงเกอร์ เกษตรกรที่ขาดความรู้ความชำนาญในการควบคุมโรคก็สามารถปลูกได้ และเหมาะสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดู เพื่อที่จะขายได้ราคาที่สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง
ผลผลิตของความสุข

“2-3 ปีที่ผ่านมานี้ มะนาวขายดีมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งคือเดือนมีนาคม – พฤษภาคม จะมีราคาดี”

พี่ชายเล่าถึงผลผลิต เอกลักษณ์ของมะนาวที่นี่คือ ลูกใหญ่ หอม น้ำเปรี้ยว เม็ดน้อย เปลือกบาง แต่ที่นี่ไม่เน้นขายลูกมะนาว จะเน้นขายต้นให้คนไปปลูก ราคาอยู่ที่ต้นละ 200 บาท นำไปปลูกประมาณ 1 ปีก็ต่อทุนได้ เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว ปีแรกจะติดลูก50% ปีที่สองจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% ปีที่สามจะเก็บได้ทั้งต้น 100% นับว่าต้นมะนาวจากสวนมะนาวลุงจำรัสนั้นให้ผลผลิตดีมาก

มะนาวเป็นพืชที่ชอบน้ำในระดับกลางๆ ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป ดังนั้นหากฝนตกมากก็ไม่ได้ อากาศร้อนมากเกินไปก็ไม่ดีลุงขาวบอกว่าหน้าแล้งจะเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุด เพราะต้องคอยรดน้ำตลอด ไม่อย่างนั้นต้นจะตาย หรือไม่อย่างนั้นใบก็จะไหม้ หน้าฝนไม่ต้องรดน้ำเพราะฝนตกตลอด จะมีน้ำเต็มท้องร่องสวน เมื่อถึงหน้าหนาวและหน้าแล้งจะใช้น้ำฝนในท้องร่องรดต้นมะนาว แต่ช่วงหลังๆที่อากาศร้อนมากขึ้น แล้งมาก น้ำในท้องร่องไม่มีก็จะใช้น้ำประปารดต้นมะนาวแทน ซึ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายไปหลายพันบาทต่อเดือน อีกทั้งยังส่งผลให้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร เพราะคลอรีนในน้ำประปาส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นโดยตรงส่งผลให้มะนาวในหน้าแล้งมีราคาสูงมากนั่นเอง

แม้ว่าต้นมะนาวทั้งหมดที่นี่เป็นพันธุ์ที่ต้านทานโรคแคงเกอร์ได้ดี แต่อย่างไรก็ยังมีปัญหาจากสภาพแวดล้อมอื่นๆอยู่ เช่นโรคใบไหม้ หรือแมลงมากินดอกและต้นอ่อน เมื่อใบไหม้ก็จะใช้วิธีรดน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แล้วปล่อยให้ใบเก่าหลุดร่วงจนมีใบใหม่ผลิแทนที่ ปัญหาเรื่องแมลงก็จะนำลูกเหม็นไปผูกไว้ใต้ต้น แมลงจะไม่เข้ามานอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับในการเพิ่มผลผลิตคือการปลูกต้นมะนาวในบ่อซีเมนต์การปลูกในบ่อซีเมนต์สามารถปลูกให้ต้นมีขนาดทรงพุ่มเท่ากับการปลูกในแปลงดินได้ และง่ายต่อการรดน้ำเพื่อบังคับให้ออกลูกนอกฤดูกาล พร้อมๆกับการให้ปุ๋ยให้ยาอย่างสม่ำเสมอโดยที่สวนแห่งนี้จะเน้นใช้ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ผสมกัน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผลผลิตจากสวนมะนาวแห่งนี้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ลุงจำรัสและลุงขาวเดินนำเข้าไปในสวน ฉันเดินตามไป ฝ่าดงหนามของต้นมะนาวขนาดกลางจำนวนมาก เพื่อไปเห็นต้นมะนาวขนาดใหญ่ที่สุดในสวน มีอายุประมาณ 5 ปี แผ่กิ่งก้านเต็มบริเวณ ใบสีเขียวชอุ่มด้วยน้ำจากฝนที่ตกลงมาเมื่อครู่ มะนาวลูกโตออกมาเป็นพวง ขนาดใหญ่สมค่ำร่ำลือลุงจำรัสบอกว่ามะนาวพวกนี้ยังไม่สุก หากจะดูว่าผลสุกดีหรือไม่จะต้องดูที่เปลือก เปลือกจะตึงไม่มีรอยย่น ถึงจะสามารถเก็บไปขาย หรือนำไปใช้ประกอบอาหารได้ ช่วงเวลาเก็บผลผลิตจะเป็นช่วงเวลาที่ชาวสวนมีความสุขที่สุด เพราะผลผลิตถือเป็นรางวัลจากการตรากตรำทำสวนมาเป็นระยะเวลานาน คุณลุงทั้งสองคนดูแลต้นมะนาวเหล่านี้เหมือนลูก ผูกพันเสมือนครอบครัว เมื่อต้นมะนาวผลิดอกออกผล ก็เหมือนเห็นความสำเร็จของลูกที่ฟูมฟักเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดเช่นกัน

limegarden06

limegarden11

limegarden09

ความสุขยั่งยืนนาน

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ฉันยังอยู่กลางสวนมะนาวกลางกรุงแห่งนี้ เสียงรถไฟฟ้าดังขึ้นเป็นระยะ พ้นพื้นที่สวนไปไม่ไกลนักก็เป็นตึกสูงของคอนโดมิเนียม ฉันมองไปรอบๆด้วยความสงสัย ลุงขาวพูดขึ้นราวกับจะอ่านใจฉันออก

“แต่ก่อนแถวนี้เป็นสวนทั้งหมดแหละ แต่สวนอื่นๆเขาขายที่กันหมดแล้ว ตอนสร้างรถไฟฟ้า นายหน้ามากว้านซื้อที่ไปหมด ที่เราเห็นรอบๆ เป็นที่รกร้าง พวกนายทุนเขาซื้อไว้เก็งกำไรหมดแล้ว”

ฉันเลิกคิ้วด้วยความสงสัย สายตาส่งคำถามไปยังลุงทั้งสอง แล้วลุงขาวก็อ่านใจฉันออกอีกครั้ง

“ที่ไม่ขายที่นี่ เพราะมันเป็นที่ดินของบรรพบุรุษ เป็นสมบัติ แต่ก่อนแถวนี้เปลี่ยวนะ เดินทางไปมาลำบาก พอความเจริญเข้ามา ขโมยก็เข้ามาด้วย มันเดินทางมาง่ายแล้วไง”

“แต่มองอีกมุมก็ดี คนมาสวนง่ายขึ้นนะ”

น้องชายเสริมขึ้น ขณะที่พี่ชายยังเล่าต่อว่าเคยมีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินหลายครั้ง แต่ตนและน้องชายยืนกรานที่จะไม่ขาย เพราะไม่อยากย้ายไปไหน อยากทำสวนอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ

บ่ายแก่ๆ แต่แสงแดดยังไม่จางลงไป หยดน้ำบนใบมะนาวเริ่มแห้ง ลุงจำรัสเดินนำฉันผ่านเรือนเพาะชำมานั่งตรงมุมรับแขกด้านหน้า ในเรือนเพาะชำเต็มไปด้วยต้นอ่อนของมะนาวหลายร้อยต้นลำต้นมีหนามเต็มไปด้วยใบสีเขียวอ่อนบนกระถางสีดำใบเล็กวางเรียงรายดูแล้วสบายตาป้ายพลาสติกเล็กๆ เขียนหมายเลข 28 และ 29 เพื่อบอกสายพันธุ์ ระหว่างทางลุงคอยสังเกตต้นมะนาว ลูบใบ และหยิบตัวอย่างให้ฉันดูตลอด ฉันมองเห็นสายใยระหว่างลุงกับต้นไม้ นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมต้นมะนาวที่นี่ถึงไม่เหมือนที่อื่น

“ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องทำให้ดี พืชอื่นๆที่เคยปลูกมา ผมก็ผสมกันกว่าร้อยชนิด มะนาวนี่ผมทำถึงจ.46 แล้ว แต่ยังไม่ออก รู้ไหมทำไม? เพราะญี่ปุ่นเขาทำรถออกมาขายรุ่นหนึ่งนี่ เขาคิดไว้แล้วห้ารุ่นนะ ผมก็นักเรียนเก่าญี่ปุ่น นั่นแหละใช้วิธีคิดเดียวกัน”

ลุงเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี เพราะความอารมณ์ดีและยินดีถ่ายทอดความรู้เช่นนี้ จึงทำให้ปัจจุบันชายสูงวัยผู้นี้มีลูกศิษย์ที่สนใจทำเกษตรและปลูกมะนาวเป็นจำนวนมาก หลายคนมาซื้อเพื่อนำไปปลูกหลายร้อยต้น หลังจากซื้อแล้วก็แวะเวียนกลับมาหาเพื่อขอคำแนะนำอยู่บ่อยๆ เจ้าของสวนมะนาวผู้นี้บอกว่าความรู้อยู่ในห้องเรียนและคำบอกเล่า แต่ประสบการณ์จะเป็นครูสอนเราถ้าจะเอาไปปลูกเป็นอาชีพตนก็ยินดีจะสอน เพราะถ้านำต้นไปปลูก แต่ไม่รู้หรือไม่ทำตามวิธีการ ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างออกไป

“ใครซื้อต้นไปเราก็จะสอน กลัวเขาปลูกแล้วต้นตาย เขาจะเสียความรู้สึก”

ลุงมีลูกสาวผู้มีโอกาสที่จะสืบต่อสวนแห่งนี้ แต่เธอสนใจด้านเศรษฐศาสตร์มากกว่าการทำสวน ซึ่งก็ไม่แปลกมากนัก เพราะการทำสวนเป็นงานที่หนัก นอกจากจะต้องจับจอบจับเสียมแล้ว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่ต้องใช้เวลาและประสบการณ์ในการทำความเข้าใจ

“แต่จริงๆมันก็มีช่วงสบายนะ อย่างช่วงหน้าฝน ฝนตกบ่อยๆก็ไม่ต้องทำอะไรเยอะ บางวันก็อยู่เฉยๆ”

ลุงขาวบอก

“ช่วงไหนเงินน้อย ก็กินน้อยหน่อย อยู่แบบนี้สบายดี อยู่ไปได้ยาวๆ”

น้องชายพูดพลางหัวเราะ

สายฝนเริ่มปรอยลงมาครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดลง ฉันเก็บสัมภาระอย่างเร่งรีบด้วยกลัวฝนจะตกลงมาอีกครั้ง ลุงสองคนพี่น้องเดินมาส่งที่หน้าประตู ก่อนกลับฉันสูดอากาศสดชื่นในสวนแห่งนี้จนเต็มปอด ก่อนเตรียมตัวให้พร้อมไปเผชิญความวุ่นวายอีกครั้ง ก่อนกลับลุงจำรัสสำทับอีกครั้ง

“ถ้าคุณอยากเป็นลูกศิษย์ผมก็มาเลยนะ ยินดีสอน เป็นวิทยาทาน ผมมีความสุขกับการให้นะ ถ้าเห็นคุณหรือใครมีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้นจากมะนาวของผม ผมก็ดีใจนะ”

ฉันยิ้มรับไมตรีที่ส่งผ่านคำพูดและรอยยิ้มของชายสูงวัยผู้ใจดีก่อนยกมือไหว้อำลา เส้นทางระหว่างเดินกลับเข้าสู่ใจกลางเมืองยังคงขรุขระเต็มไปด้วยรถราและฝุ่นควัน จนอดหันหลังกลับไปมองพื้นที่เขียวขจีเล็กๆที่เพิ่งเดินจากมาไม่ได้ ทุกวันนี้เราอาจมองเห็นน้ำใจหรือความเมตตาผ่านม่านตึกสูงในเมืองหลวงได้ยากเย็นนัก แต่ที่สวนมะนาวลุงจำรัสแห่งนี้กลับมีให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนอย่างเต็มเปี่ยม และไม่มีทีท่าว่าจะหมดหรือลดน้อยลง ชายชราทั้งสองปลูกต้นมะนาวด้วยความรักขึ้นมาต้นแล้วต้นเล่า ก่อนส่งต่อผลผลิตแห่งความสุขให้ผู้อื่นอยู่เรื่อยๆ ลูกแล้วลูกเล่าเช่นกัน

banner-camp-12-for-web




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








มันฝรั่งที่เราพบเจอในอาหารจานฝรั่งจนคิดว่ามันเป็นพืชกินได้ที่มีต้นตอมาจากฝรั่งนั้นแท้ที่จริงไม่ใช่
มหาอำนาจจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดของโลก
ชาวนาวันหยุด
ยางพารา จากปักษ์ใต้ไปทั่วแดนไทย / การค้นพบทางฟิสิกส์ครั้งยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ ๒๑ – ๔๘ ปีกับการตามหา “อนุภาคพระเจ้า” - สัมภาษณ์ โจ อินแคนเดลา, อัลเบิร์ต เดอ