ยาสมีน ลาริ สถาปนิกหญิงแกร่ง กับสถาปัตยกรรมเพื่อรับมือภัยพิบัติ

Dec 28, 2016 
1


จักรสิน น้อยไร่ภูมิ

ยาสมีน ลาริ (Yasmeen Lari) สถาปนิกหญิงคนแรกของปากีสถาน ขณะอยู่ในชุมชนซึ่งเสียหายจากน้ำท่วมใน ค.ศ. ๒๐๑๐ ที่เธอเข้าไปฟื้นฟู

อาคารที่ได้รับการสร้างใหม่ภายในชุมชนที่ประสบอุทกภัย

ยาสมีน ลาริ ขณะดูแลการก่อสร้างอาคาร ซึ่งทั้งหมดสร้างโดยคนในชุมชน

ย้อนกลับไปประมาณครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา บทบาทของผู้หญิงยังถูกจำกัดและไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคม เช่นเดียวกับในวงการสถาปัตยกรรมที่ช่วงเวลาดังกล่าวจะหาสถาปนิกผู้หญิงที่ได้รับการยอมรับได้น้อยมาก แต่เมื่อสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลง ผู้หญิงได้รับการยอมรับมากขึ้น เริ่มมีสถาปนิกหญิงที่มีชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้
เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ปากีสถาน ซึ่งตามวัฒนธรรมดั้งเดิมแล้วมีกฎเกณฑ์เข้มงวดเกี่ยวกับผู้หญิงมากมาย แต่ก็มีสถาปนิกหญิงคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับมาก เธอคือ ยาสมีน
ลาริ (Yasmeen Lari)

ยาสมีน ลาริ ถือเป็นสถาปนิกหญิงคนแรกของปากีสถาน เกิด ค.ศ. ๑๙๔๑ ที่เมืองเดรากาซีข่าน (Dera Ghazi Khan) ทางตอนกลางของประเทศปากีสถาน ก่อนจะย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร หลังจบการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมจากโรงเรียนสถาปัตยกรรมออกซฟอร์ด (Oxford School of Architecture) ใน ค.ศ. ๑๙๖๔ ยาสมีน ลาริ ในวัย ๒๓ ปี จึงกลับมาที่ปากีสถานอีกครั้งพร้อมกับสามี ซูเฮล ซาเฮียร์ ลาริ (Suhail Zaheer Lari) ทั้งคู่เปิดสำนักงานสถาปัตยกรรมในนาม Lari Associates ขึ้นที่กรุงการาจี (Karachi) เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ และเธอพบว่าเธอเป็นสถาปนิกหญิงคนแรกและคนเดียวในปากีสถานในช่วงนั้น บริษัทของเธอได้รับงานออกแบบชิ้นสำคัญ ๆ มากมาย จนเธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสถาปนิกปากีสถาน ระหว่าง ค.ศ. ๑๙๘๐-๑๙๘๓

แม้ว่าสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ที่บริษัทของเธอและสามีออกแบบจะเป็นอาคารสมัยใหม่ในเมือง แต่ ยาสมีน ลาริ เองก็ยังสนใจศึกษาสถาปัตยกรรมของผู้มีรายได้น้อย และการอนุรักษ์อาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นเธอและสามีจึงก่อตั้งองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร Heritage Foundation of Pakistan ขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๘๐ หลังจากเธอเกษียณตัวเองจากการเป็นสถาปนิกในบริษัทเมื่อ ค.ศ. ๒๐๐๐ ยาสมีน ลาริ ก็หันมาทำงานด้านการอนุรักษ์และสถาปัตยกรรมเพื่อผู้มีรายได้น้อยในนามขององค์กรนี้อย่างเต็มตัว

ใน ค.ศ. ๒๐๐๕ ภูมิภาคฮาซารา (Hazara) และแคชเมียร์ (Kashmir) ทางตอนเหนือของประเทศปากีสถานเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก และเกือบทั้งหมดล้วนมีรายได้น้อย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ Heritage Foundation of Pakistan จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบสถาปัตยกรรมและฟื้นฟูชุมชนของผู้ประสบภัยในท้องถิ่นห่างไกล โดยเธอนำเทคนิคการก่อสร้างที่ได้เรียนรู้จากสถาปัตยกรรมพื้นเมืองมาประยุกต์สร้างสถาปัตยกรรมในรูปแบบร่วมสมัย ที่แข็งแรง ราคาถูก และก่อสร้างง่าย โดยใช้ทักษะของคนในชุมชน

จนกระทั่ง ค.ศ. ๒๐๑๐ ยาสมีน ลาริ มีโอกาสออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติอีกครั้ง ร่วมกับองค์กรสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง Architecture for Humanity หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภูมิภาคสินธ์ (Sindh region) ซึ่งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ โดยยึดแนวทางที่ได้เรียนรู้มาจากครั้งก่อน คือประยุกต์เทคนิคการก่อสร้างจากอาคารพื้นถิ่น และเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายซึ่งผู้คนคุ้นเคย ทั้งไม้ ดิน และไม้ไผ่ “ดินนั้นสามารถนำมารีไซเคิลได้ และมีอยู่ทุกที่ ไม้ไผ่ก็มีความแข็งแรงมากและปลูกใหม่ขึ้นทดแทนได้ทุก ๆ ๒ ปี” สถาปนิกหญิงกล่าวถึงข้อดีของวัสดุธรรมชาติ

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้น ยาสมีน ลาริ และทีมงานได้พัฒนาอาคารโครงสร้างไม้ไผ่รูปแบบพิเศษซึ่งประยุกต์จากอาคารรูปแบบกระโจม โดยมีผังเป็นรูปวงกลม ทำให้เกิดโครงสร้างที่แข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้มาก จึงสร้างอาคารที่สูงสองชั้นได้ โครงสร้างอาคารออกแบบให้สามารถทนต่อแรงปะทะจากน้ำ และยังยกพื้นสูงเพื่อหนีน้ำหากเกิดน้ำท่วมอีกครั้งในอนาคต นอกจากโครงสร้างไม้ไผ่แล้ว อาคารบางส่วนยังก่อผนังด้วยดินซึ่งมีความแข็งแรง กันน้ำท่วมและแผ่นดินไหวได้ดี ยาสมีน ลาริ และทีมงานได้ออกแบบที่พักอาศัยให้ผู้ประสบภัยเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๓,๖๐๐ หลัง ทำให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะสถาปนิกหญิงผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับผู้ประสบภัย

ตลอดระยะเวลากว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ผลงานของ ยาสมีน ลาริ ทุกชิ้นถือเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นจากการหลอมรวมงานออกแบบ วัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้างที่เหมาะสม ตลอดจนปัจจัยด้านที่ตั้ง ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ รวมทั้งผู้ใช้งานและสภาพสังคมเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ดีบนพื้นฐานการพึ่งพาตนเองได้ภายในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุด “คุณไม่อาจออกมาจากความยากจนได้ ถ้าคุณจะต้องกลับมาสร้างใหม่ในทุก ๆ ปี ทางเดียวที่จะก้าวไปข้างหน้า คือการสร้างให้คนในชุมชนสามารถดูแลตัวเอง และรับมือกับภัยพิบัติได้หากมันเกิดขึ้นอีกครั้ง” สถาปนิกหญิงคนแรกของปากีสถานกล่าว

แหล่งข้อมูล

ภาพจาก

 

  • ตีพิมพ์ใน สารคดี ฉบับที่ 381 พฤศจิกายน 2559



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com







You might also like



Related Post

More Story
Live แนะนำนิตยสารสารคดี ฉบับ 382 ธันวาคม 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 Facebook Live แนะนำนิตยสารสารคดี ฉบับ 382 ธันวาคม 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ...