ก่อนปิดตำนานนักปั้นน้ำตาลย่านตลาดน้อย

มีนาคม 6, 2017 
2


sugarart

อาม่าขาง้อ แซ่อึ้ง เจ้าของร้านขนม “เฮียบเตียง” ชุมชนตลาดน้ัอย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า

“หลังเทศกาลตรุษจีน ทั้งเจดีย์และสิงโตน้ำตาลจะเริ่มขายดีมาก เจดีย์ขนาดใหญ่ขายได้ 110 บาท ถ้าเป็นเจดีย์เล็กราคา 60 บาท ส่วนสิงโตน้ำตาลขายเป็นคู่ ตัวใหญ่คู่ละ 3,000 บาท ตัวเล็กคู่ละ 550 บาท ลูกค้าก็มีทั้งคนทั่วไปซื้อไหว้เจ้าพ่อเสือ และทางศาลเจ้าพ่อเสือจ้างทำเป็นของขวัญจับฉลากชื่อผู้โชคดี แล้วขายคู่ละ 650 บาท”

“สมัยก่อนสิงโตคู่หนึ่งขายราคาไม่กี่ร้อยบาท เดี๋ยวนี้ยังเหลือคนสั่งซื้ออยู่บ้างแต่ก็น้อย ลูกค้าติงว่าราคาแพงเกิน แต่นี่เป็นงานฝีมือนะ วันหนึ่งปั้นได้ 20 คู่เอง อั๊วปั้นคนเดียวค่อยให้ลูกชายช่วยทาสีเพราะทาเองไม่ไหว แก่แล้วมือสั่น และคงทำเป็นปีสุดท้ายแล้ว ไม่มีแรง ลูกหลานก็ปั้นไม่เป็น ไม่มีใครอยากสานต่อกิจการด้วย”

“ครอบครัวของอั๊วะปั้นน้ำตาลมาตั้งแต่เริ่มมีร้านเฮียบเตียงเมื่อ 90 กว่าปีก่อน แม่อั๊วยังอายุ 19 ปี จนตอนนี้อั๊วอายุ 80 ปีแล้ว นอกจากรูปเจดีย์ สิงโตจีน บางคนสั่งปั้นรูปกิเลนก็มี ผลงานร้านเราประกวดได้รางวัลเยอะแยะ”

“เสียดายเดี๋ยวนี้ศาลเจ้าต่างๆ ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยนิยมแล้ว เหลือแต่ศาลเจ้าพ่อเสือนี่ละ จึงต้องสั่งทำล่วงหน้า จะปั้นตามจำนวนสั่งซื้อเท่านั้น เพราะพอหมดเทศกาลก็ขายยาก”








  • ทรงกรด ถานะวร

    ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับเรื่องนี้เลยครับ เข้าใจดีเรื่องการได้เป็นเจ้าของผลงานการประกวด แต่พอมาเห็นงานชิ้นนี้ผมเสียใจมากครับ เกิดข้อสงสัยตามมาหลายอย่างมาก เรื่องนี้มีเพื่อนผม 2 คนร่วมกันเขียนร่วมกันถ่าย เขาไล่ไม่ให้สัมภาษณ์ก็หาทางทุกอย่างที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถเขียนงานออกมาได้ ผลงานชิ้นนี้เป็น Top ของโพสเมื่อปี 2558 เพื่อนผมทั้ง 2 คนดีใจมากครับ แล้วตอนนี้กลายเป็นว่า งานโดนเขียนขึ้นมาใหม่จากคนอื่นและใช้รูปภาพจากเซตเดิมและตีพิมพ์ออกมา แล้วเพื่อนผมควรจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ผมเข้าใจความทุ่มเทของเขามากนะครับ งานนี้คงเรียกว่าขโมยไม่ได้ ซึ่งผมก็เข้าใจ แค่อยากบอกว่าคุณทำร้ายจิตใจคนที่เขาตั้งใจเขียนงานชิ้นนี้ออกมามากๆ ครับ เขาก็หวังมาตลอดว่างานของพวกเขาจะได้ตีพิมพ์ และนี่คือการตีพิมพ์ออกมาจาก “สาระคดี” ขอบคุณมากครับ

    • ก่อนอื่นต้องขออภัยครับ ขอชี้แจงว่าภาพที่นำมาลงกับที่ตีพิมพ์ในนิตยสารเป็นคนละภาพกันครับ โดยภาพที่นำมาลงใหม่นี้เป็นการนำมาลงเองโดยพลการของผมผู้ดูแลเว๊บไซต์ เพื่อความสบายใจของผู้เขียนและผู้ถ่ายภาพจะขอเปลี่ยนภาพนะครับ ทางผมเองไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เสียความรู้สึกแบบนี้ ซึ่งต้องขอบคุณมากครับที่ท้วงติงมา และจะระมัดระวังต่อไปในภายหลังครับ


#รถเอยราชรถทรง พระมหาพิชัยราชรถอร่ามเรืองท่ามกลางความมืดมิดช่วงก่อนสว่างของวันอาทิตย์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๐ กล่าวกันว่าราชพาหนะย่อมมีเทพยดารักษา ไม่ว่าจะเป็นเรือพระที่นั่งหรือราชรถราชยาน ดังนั้นในทุกขั้นตอนจึงต้องมีการพิธีบวงสรวงสังเวย ดังเช่นในกรณีของพระมหาพิชัยราชรถที่จะใช้เป็นราชรถทรงในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับแต่ก่อนเริ่มต้นจับงานซ่อมทำบูรณะ จนถึงวันที่อัญเชิญออกจากโรงราชรถในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ล้วนต้องมีพิธีการอย่างเต็มรูปแบบ
๒๕ กันยายน ๒๕๖๐ หนึ่งเดือนก่อนถึงกำหนดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ส่วนประกอบและเครื่องประดับตกแต่งพระเมรุมาศกับอาคารบริวาร ทั้งฉากบังเพลิง ฉัตร ประติมากรรมเทพเจ้า ตลอดจนสัตว์หิมพานต์นานาชนิด ถูกลำเลียงเข้ามาติดตั้งประจำตำแหน่งยังมณฑลพิธี ณ ท้องสนามหลวง จนใกล้จะครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายช่าง ข้าราชการ
ต้นเดือนตุลาคม ฝนกระหน่ำทั้งกลางวันกลางคืน หากแต่เหล่าผู้ถวายงานสร้างและประดับตกแต่งรอบพระเมรุมาศ ยังต้องเดินหน้าเร่งรุดแข่งกับหมายกำหนดการงานพระราชพิธีที่ใกล้เข้ามา โครงนั่งร้านสูงลิบที่ต้องป่ายปีนขึ้นไป เสริมแต่งความงดงามขององค์พระเมรุมาศ แผ่นคอนกรีตแผ่นแล้วแผ่นเล่ายกผ่านมือก่อนปูเรียงจัดให้เข้าที่ แปลงนาเขียวชอุ่มฉ่ำฝนที่ต้องระวังระดับน้ำ ฯลฯ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวราวกลางเดือนตุลาคม เมื่อต้องเตรียมกราบถวายบังคมลาพระองค์ท่าน ลมฝน ลมหนาว ก็ยังไม่สู้ลมร้าวในใจ
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต หลายคนคงเคยเห็นตามหิ้ง “กุมารทอง” ของร้านค้าต่างๆ ที่ต้องจัดหา “ของเล่น” ประเภทรถยนต์ เครื่องบิน หรือชุดเด็ก ตั้งไว้เป็นของบูชา หรืออย่างศาล “ท่านพ่อสิทธิชัย”
สัมภาษณ์ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล ถ่ายภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ “คนทำหนังสือในประเทศนี้โชคร้ายครับ เราไม่เคยมีรัฐบาลที่ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหารเห็นความสำคัญของการอ่าน ทุกรัฐบาลไม่เคยตั้งงบประมาณรายจ่ายเป็นงบหนังสือ รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศ แต่ไม่เคยเหลียวแลโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาคือการอ่านเลย” หลังรับตำแหน่งนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยติดต่อกันสองสมัยเป็นเวลา ๔

ปิดโหมดสีเทา