เดินด้วยรัก ปกป้องด้วยใจ จาก “คูหา” สู่ “ปากบารา”

มีนาคม 14, 2017 
0


วิมลรัตน์ ธัมมิสโร เรื่อง
วันชัย พุทธทอง ภาพ

kuha-pakbara01
พี่น้องเอ่ย ? เอ่ย

เราเดินไปไหน ? เดินไปปากบารา
ไปทำไม ? ไปล้ม ค.๑

เสียงโต้-ตอบระหว่างสมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ และเครือข่ายประชาชนที่เห็นความสำคัญของฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชน ดังขึ้นท่ามกลางถนนสายหลักด้วยระยะทาง ๑๐๑ กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่าง เขาคูหา อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กับ ปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล

ภาคประชาชนกว่า ๑๐ ชีวิต ร่วมเดินเท้าสวมหมวกชาวนาพร้อมกับโบกธงสีเขียวผืนใหญ่ แสดงเจตนารมณ์ภายใต้ข้อความว่า “เดินด้วยรักจากภูผาถึงทะเล ๑๐๑ กิโลเมตร จากเขาคูหา จ.สงขลา ถึง ปากบารา จ.สตูล หยุด ท่าเรือน้ำลึกปากบารา แร่หินอุตสาหกรรมก่อสร้าง”

ท่ามกลางแสงแดด และพื้นถนนที่ร้อนละอุ ยังพอมีลมพัดผ่านเบาๆ จากภูผาทั้งสองข้างทางที่สามารถช่วยคลายร้อนร่างกายได้บ้าง แต่สำหรับหัวใจนั้นกลับร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะใกล้ถึงเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๑ หรือ ค.๑ โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราในอีก ๔ วันข้างหน้า (๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐)

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการสะพานเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทย หรือ แลนด์บริดจ์ สงขลา-สตูล ประกอบด้วยโครงการย่อยหลายโครงการ เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา รถไฟรางคู่ขนส่งสินค้าระหว่างท่าเทียบเรือ คลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน ท่อส่งก๊าซ นิคมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา สายส่งไฟฟ้าแรงสูงผ่านเขตป่าอนุรักษ์ผาดำ จากจังหวัดสงขลา ถึง จังหวัดสตูล

อีกทั้งมีความต้องการใช้แหล่งหินอุตสาหกรรมจากภูเขาจำนวน ๘ ลูก ในพื้นที่จังหวัดสตูลที่ทางเครือข่ายเดินเท้าผ่าน รวมทั้งแหล่งทรายจากบ้านบ่อเจ็ดลูก บ้านหัวหิน อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึก และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

kuha-pakbara02

สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชน มองว่าแนวทางการพัฒนาของรัฐที่เน้นความเจริญด้านอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดผลกระทบ และความเสียหายต่อฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทำลายวิถีชีวิตชุมชน ภาคการเกษตร และเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการดำเนินการ โครงการสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล โครงการท่าเรือน้ำลึก การให้สัมปทานแร่หินอุตสาหกรรม และขอให้รัฐบาลปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ได้ร่วมลงนามในการประชุมสหประชาชาติปี 2558

สำหรับวันนี้เป็นวันที่ ๓ ของการเดินด้วยรักจากภูผา ถึง ทะเล ผ่านระยะทางมาแล้ว ๓๐ กิโลเมตรเมตร ถึงแม้จะมีอุปสรรคแสงแดด และร่างกายที่เหนื่อยล้าบ้างในบางครั้งแต่เครือข่ายก็ยังมุ่งมั่น ตั้งใจไปยังจุดหมายปลายทาง เพื่อบอกกล่าวถึงคุณค่าของเพชรเม็ดงาม ที่ฐานทรัพยากรที่พวกเขารัก




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
14 มีนาคม
Next Article
15 มีนาคม




สัมภาษณ์  : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ ถ่ายภาพ  : ประเวช ตันตราภิรมย์ “มายาคติด้านพลังงานเรื่องไหนร้ายแรงที่สุด” เป็นคำถามที่ผมไม่ต้องรอคำตอบจากหญิงสาวตรงหน้า เพราะเธอสวนกลับแทบทันทีว่า “เยอะมาก !” ตามด้วยคำอธิบายที่พรั่งพรูมาราวกับสายน้ำ สฤณี อาชวานันทกุล คือสาวไฮเปอร์ระดับตัวแม่ เธอมีหลายสิบภาคในตัวเอง ทั้งนักเขียน นักแปล ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า สำนักพิมพ์ openworld เจ้าของสำนักพิมพ์ชายขอบ จัดพิมพ์หนังสือแนวบทกวี (งานเขียนที่เธอชื่นชอบ) นักเล่นบอร์ดเกมมือวางอันดับ ๑ (แทบไม่มีสัปดาห์ไหนที่เธอไม่เล่น) ไปจนถึงภาคนักเคลื่อนไหว ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้เธอเป็นแถวหน้าในการคัดค้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ ยากจะจินตนาการว่าใน ๑ วันเธอแบ่งภาคทำกิจกรรมอะไรบ้าง แต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผมขอแทรกเวลาในเย็นวันหนึ่ง เพื่อนัดคุยกับเธอในภาคนักวิชาการสายเศรษฐศาสตร์ และหัวเรือใหญ่คนหนึ่งของบริษัทป่าสาละ จำกัด ที่นิยามตนเองว่าเป็นบริษัท “ปลูกธุรกิจที่ยั่งยืน” แห่งแรกในประเทศไทย เน้นการจัดทำงานวิจัย การอบรม และจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ sustainable development ซึ่งกำลังเป็นคำฮอตฮิต หลังจากที่สหประชาชาติได้ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ๑๗ ข้อ (sustainable development goals หรือ SDGs 17) เมื่อปี ๒๕๕๘ ทำให้รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังเสนอปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในเวทีการประชุมระดับโลก ล่าสุดในช่วงประเด็นร้อนของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ สฤณีโพสต์ลิงก์ให้ดาวน์โหลดฟรีพีดีเอฟของหนังสือชื่อ มายาคติพลังงาน ที่จัดทำโดยบริษัทป่าสาละ จำกัด (เขียนโดย สฤณี อาชวานันทกุล ณัฐเมธี สัยเวช และ สุณีย์ ม่วงเจริญ) ในเล่มรวมคำถามคำตอบที่พยายามให้ตรรกะ วิธีคิด พร้อมข้อมูล ที่จะทลายมายาคติหลายเรื่องเกี่ยวกับการจัดการพลังงานในประเทศไทย เช่น ตกลงเมืองไทยรวยน้ำมันไหม ค่าไฟต้องแพงไหม นิวเคลียร์ถูกจริงไหม พลังงานแสงอาทิตย์แพงจริงไหม (สนใจดาวน์โหลดได้ ที่นี่ “ถ้าจะพูดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องพูดถึงการจัดการพลังงานด้วย เพราะพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่าง และไม่มีทางที่เราจะพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วยการใช้พลังงานสกปรก” เธอย้ำ การคุยกับหญิงสาวมากพลังครั้งนี้จึงพัลวันกันหลายหัวข้อโดยมี “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เป็นแกนหลักใจกลางความยุ่งเหยิง
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม เทศกาลลอยกระทงได้รับความนิยมจากคนไทยไม่น้อยไปกว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ ปีใหม่ หรือสงกรานต์ (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล)   วันเพ็ญเดือน ๑๒ ของทุกปี น่าจะเป็นหนึ่งในวันสำคัญที่คนไทยหลายคนเฝ้ารอ ไม่น้อยไปกว่าเทศกาลวาเลนไทน์ วันปีใหม่
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนยอดมออีหืด  ถ้าหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์  เขาลูกนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังกั้นน้ำ วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ น่าจะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่าสามสิบปี ไม่ว่าสำหรับผู้ที่มีความเห็นคัดค้านหรือสนับสนุนเขื่อนนี้ เมื่อกรมชลประทานในฐานะเจ้าของโครงการยื่นหนังสือถึงสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขอถอนรายงาน EHIA
อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ปลาสดๆ จากป่าชายเลนและคลองตูหยง ขุมทรัพย์น้ำกร่อยแห่งทะเลเทพา (ภาพ : ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล) ชายหาดปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา จะกลายเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒,๒๐๐ เมกกะวัตต์
ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง กิจกรรมจุดเทียนรำลึก สืบ นาคะเสถียร ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จัดขึ้นทุกปีคืนวันที่ ๓๑ สิงหาคม (ภาพ :