Passport – “ลูกปัดเขมรโบราณ” ใต้ถุนบ้านยังมี

เมษายน 14, 2017 
0



เรื่อง / ภาพ : สุชาดา ลิมป์

passport02Passport  

สารคดีท่องเที่ยวเชิง unique ชวนแบกเป้ไปเปิดมุมมองนอกขวานไทย ติดตามคอลัมน์ Passport ทุกวันศุกร์-สุขหรรษา

 



ใต้แผ่นดินกัมพูชาไม่ได้มีแต่ระเบิด ยังมากด้วยอัญมณี

เห็นกับตาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๘ เพื่อนชาวขแมร์ชวนมาเที่ยวบ้านที่หมู่บ้านโฎนโณย ตำบลเตรียะส์ อำเภอสวายเจก จังหวัดบ็อนเตียยเมียนเจ็ย (บันทายมีชัย) ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ จังหวัดที่หน่วยงานเฮอริเทจวอทช์ (Heritage Watch) อ้างว่าเป็นพื้นที่ถูกลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุมากสุดในระยะไม่กี่ปีมานี้ โดยเฉพาะตามหลุมฝังศพโบราณและแหล่งโบราณสถานต่างๆ

เอาเข้าจริง แม้รัฐบาลกับหน่วยงานพิทักษ์โบราณวัตถุของเอกชนจะพยายามปกป้องหลักฐานอันล้ำค่าในการศึกษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ก่อนยุคเมืองพระนคร แต่สำหรับพื้นที่ส่วนบุคคลก็ยังจนปัญญาจะห้าม

“แถวบ้านผมนี่มีแต่ของจริงทั้งนั้น ของปลอมไม่มีหรอก แล้วก็จะขายกันแพงมาก”

beads01

กิจกรรมเสริมรายได้ของชาวกัมพูชาซึ่งส่วนใหญ่ยังยากจน หากโชคดีเจอพวกลูกปัดแก้วเม็ดเหลี่ยมหลากสี หรือลูกปัดแก้วเม็ดกลมสีแดงสดใสในสภาพสมบูรณ์ก็ยิ่งได้ราคาสูง

ซ็อมบัด โญว์ (NHOV SAMBATH) หนุ่มวัยปลายยี่สิบเล่าขณะพาซ้อนมอเตอร์ไซค์ตระเวนชุมชน ดูกิจกรรมยามเย็นที่ชาวบ้านยังรวมกลุ่มกันในเขตรั้ว “ขุดหาลูกปัดโบราณ” ขายเป็นรายได้เสริม

beads02

เครื่องมือขุด-สำรวจไม่มีอะไรมากไปกว่าจอบ เสียม และเส้นเหล็กแหลมขนาดยาวสุ่มทิ่มลงในชั้นดินเพื่อตรวจหาโลหะ ตรงไหนสะดุดก็ลองขุดดู

beads03

จะเรียกว่าพบได้ง่ายมากหรือบังเอิญก็ไม่รู้ เพียงเดี๋ยวก็พบลูกปัดสีส้มเม็ดจิ๋วไม่ต่างจากหัวเจ้ามดแดง แต่เหล่านักขุดสมัครเล่นแยกออกทันทีว่าใช่ แล้วคัดทิ้งเพราะขนาดเล็กเกินกว่าจะขาย

beads04

ยุคที่การซื้อ-ขายลูกปัดทำได้สะดวกผ่าน eBay และจ่ายเงินง่ายผ่านระบบ Pay Pal เราอาจลืมกันไปว่ากว่าจะขุดเจอแต่ละเม็ดเป็นความยากลำบาก

beads05

เศษดินจากแหล่งที่พบคือร่องรอยที่ฝังอยู่ในเครื่องมือโลหะชนิดต่างๆ เพื่อส่งต่อเรื่องราวยุคเขมรโบราณ 

อีกบ้านกำลังขะมักเขม้นเริ่มขุดหลุมใหม่ พบกองลูกปัดจำนวนหนึ่ง อายุไม่น่าจะเก่าแก่นักแต่ก็ดูสวย เพื่อนช่วยสื่อความภาษาถิ่นให้ว่าแต่ละบริเวณที่ขุดอาจพบทั้งลูกปัดแก้วและลูกปัดหิน ซึ่งไม่ได้เจอบ่อยเหมือนก่อนแล้ว บางทีขุดทั้งเดือนเจอเม็ดเดียว ที่เหลือเป็นพวกจาน ชาม มีด กริช

“พวกลูกปัดนี่บางเม็ดขายได้ราคาเป็นพันบาทเลย แต่ถ้าเจอเม็ดสวยจริงๆ ก็อาจไม่ขาย เอาไปทำแหวน ต่างหู สร้อยข้อมือ แล้วเคลือบทองไว้ใส่เอง อย่างแหวนที่พ่อผมใส่ก็ขุดเองนะ เจอแถวบ้านนี่ล่ะ”

beads06

เมื่อผ่านการขัดเจียรแล้วผิวจะยิ่งเงามากจนสะท้อนให้เห็นตัวเองในเม็ดลูกปัด 

เพื่อนชาวขแมร์ส่งแหวนวงหนึ่งของใครสักคนในวงขุดให้เราดู คือการเฉลยโดยนัยว่าเหตุใดชาวบ้านที่ดูไม่น่าจะมีเงินเก็บนักจึงต่างมีเครื่องประดับสวยมูลค่าสูงใส่กัน

beads07

หินที่พบได้มากที่สุดคือ คาร์เนเลียน (หินสีส้ม) สะท้อนการรับอิทธิพลจากอินเดีย

เรายังสนใจกองลูกปัดที่พวกเขาขุดหาได้ โดยเฉพาะเม็ดกลมสีส้ม เจ้าของตั้งใจขายเหมาทั้งกอง ครั้นตื๊อว่าแค่อยากเก็บเป็นที่ระลึกจึงใจอ่อนแบ่งขายให้เม็ดละ ๓๐๐ บาท สองเม็ด ๕๐๐ บาท

“แบบสีสันสวยงามอย่างนี้ ถ้าเจอเม็ดเงาๆ นำไปทำความสะอาดหน่อยแล้วไม่ต้องซ่อมแซมนะ ปล่อยตำหนิขรุขระไว้เป็นสัญลักษณ์ของความเก่าแก่ ขายกันที่ตลาดเม็ดหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ บาท”

ข้อมูลจากเพื่อนช่วยให้ควักเงินไทยจ่ายคล่องขึ้น แม้ไม่ได้จะนำไปขายต่อ

แต่เพราะเรื่องราวของลูกปัดใต้แผ่นดินกัมพูชาคุ้มค่าพอให้รีบเป็นเจ้าของ


jeedสุชาดา ลิมป์
ผู้ไม่เน้นความเป็นระเบียบในชีวิต ถูกจริตกับผ้าขาวม้า วิถีท้องทุ่ง เรื่องราววัฒนธรรมร่วมสมัย พอๆ กับศิลปะและการเดินทาง




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
14 เมษายน
Next Article
15 เมษายน




แลไปรอบบ้าน   บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว สุเจน กรรพฤทธิ์ น้ำปลายี่ห้อ
แลไปรอบบ้าน  บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว สุเจน กรรพฤทธิ์ ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังไม่รู้ว่าใครขโมย “หมุดกำเนิดรัฐธรรมนูญ”
แลไปรอบบ้าน  บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว “ยอมรับปัญหา (แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร) ว่ายังมีอยู่และควบคุมยาก เนื่องจากมีแท็กซี่ในระบบกว่าแสนคัน
วีระศักร จันทร์ส่งแสง เรื่อง/ภาพ นับแต่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นมา ถือว่า ๑๐ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) แล้วอย่างเป็นทางการ หนึ่งปีที่ผ่านมาใครจะทันเห็นหรือรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ในแง่ใดบ้างหรือไม่ก็ตาม
เรื่องและภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์ “ในภาพรวม (กลางปี ๒๕๕๙) สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถอยหลังทั่วภูมิภาค ในฟิลิปปินส์เรื่องน่าสนใจคือการขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดี โรดรีโก ดูเตร์เต ที่ใช้นโยบายฆ่าตัดตอนทำสงครามกับยาเสพติด มีลักษณะอำนาจนิยม นโยบายของเขาทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมากจากการฆ่าตัดตอน แต่ก็ยังได้รับเสียงสนับสนุนค่อนข้างมากจากผู้ออกเสียง