passport02Passport  

สารคดีท่องเที่ยวเชิง unique ชวนแบกเป้ไปเปิดมุมมองนอกขวานไทย ติดตามคอลัมน์ Passport ทุกวันศุกร์-สุขหรรษา


เรื่อง : สุชาดา ลิมป์
ภาพ : พิศาล พูนศักดิ์สร้อย







มันเจ๋งมาก ที่อยู่ๆ “หุ่นกระบอกน้ำ” ก็เล่านิทานมีอยู่จริงให้เราฟัง

พวกเขาไม่ได้พูด แต่แสดงผ่านคนเชิดที่พรางตัวอยู่หลังมู่ลี่ไม้ไผ่

คนเชิดจะบังคับมือตัวเองร่วมกับอวัยวะของหุ่นด้วยไม้ฉำฉา (เพราะเบาและพยุงน้ำหนักได้ดีเมื่ออยู่ในน้ำ) แล้วเพียงยื่นปลายไม้ยาวออกมานอกฉาก ให้ดูแล้วรู้สึกเหมือนหุ่นมีชีวิตชีวา มีลีลาของตนเอง

เนื้อเรื่องของหุ่นกระบอกน้ำแต่ละตอน ส่วนใหญ่เล่าถึงความหลงใหลในเทพตำนานกับความรักชาติซึ่งปลูกฝังกันมานานในจิตใจชาวเวียดนาม บางตอนบอกเล่าผ่านวิถีชีวิต อาชีพท้องถิ่น สถานที่เก่าแก่

yangze01
น่าสนใจสุดยกให้ตำนาน “ทะเลสาบคืนดาบ กับ ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง”

ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม เป็นทะเลสาบน้ำจืดในเขตเมืองเก่าทางทิศตะวันตกของเมืองฮานอย ตำนานสร้างชาติเวียดนามในศตวรรษที่ ๑๕ เล่าถึงจักรพรรดิ เล เหล่ย แห่งราชวงศ์เล ผู้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ขับไล่ชาวจีนแห่งราชวงศ์หมิงที่รุกรานให้ออกจากเวียดนาม ว่าขณะทรงประทับบนเรือในทะเลสาบ พบตะพาบยักษ์ตัวหนึ่งโผล่พ้นน้ำมาบอกให้ส่งดาบคืนเทพเจ้ามังกร พลันดาบก็พุ่งเข้าปากตะพาบก่อนหายกลับไปใต้ผิวน้ำ จึงเป็นที่มาของอีกชื่อเรียก “ทะเลสาบคืนดาบ”

yangze02

จบโชว์ เราออกจากโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม แวะร้านกาแฟ Highland coffee ซึ่งอยู่ใกล้ๆ สั่งเมนูถูกสุดแลกกับการขึ้นชั้นบนไปยืนดูวิวที่ระเบียงร้าน ด้านหนึ่งมองเห็นย่านโอลด์ควอเตอร์กับมหานครจราจรที่ไม่เคยหลับใหลอันสุดแสนจะไม่เป็นระเบียบและหนวกหูเกินบรรยาย ขณะที่อีกฝั่งมองไปเห็นวิวทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม

นั่นล่ะ! เป้าหมายที่น่าสนใจจากคำชวนเชื่อของเจ้าหน้าที่ขายสินค้าที่ระลึกในโรงละคร

“ตะพาบยักษ์ในตำนานทะเลสาบคืนดาบมีอยู่จริงนะ”

yangze03
yangze04
ทะเลสาบที่ว่าอยู่ในพื้นที่ของ “วัดหง็อกเซิน” (Ngọc Sơn) หรือ “วัดเนินหยก” ตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบ เมื่อลอดประตูทางเข้าวัดจะเจอ “สะพานเทฮุก” (Thê Húc) หรือ “สะพานแสงอาทิตย์” เป็นสะพานไม้ทาสีแดงสดทอดข้ามฝั่งไปสู่เกาะเล็กๆ ทางตอนเหนือของทะเลสาบ

น้ำสีเขียวมรกตระหว่างทางข้ามสะพานก็คือ ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ

yangze05

กลางน้ำมี “หอคอยตะพาบ” ชื่อ “ท้าปสั่ว” (Tháp Rùa) สร้างไว้ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ ๑๘ หลายคนโชคดีเคยพบตะพาบยักษ์โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาลมาแล้ว

ตะพาบที่ว่าคือ “ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง” ชื่อสากลคือ Rafetus swinhoei แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวเวียดนามตั้งให้ว่า “Rafetus leloii” เพื่อเป็นเกียรติแด่จักรพรรดิ เล เหล่ย แห่งราชวงศ์เล

yangze6

๓ เมษายน ๒๕๕๔ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสุขภาพให้ในทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม ภาพ : Agence France-Presse/Vietnam News Agency)

เป็นตะพาบขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งของโลกที่สืบทอดกันมา ๒๗๐ ล้านปี โดยมีลักษณะเด่นคือจมูกและปากคล้ายหมู เมื่อโตเต็มที่อาจหนักได้ถึง ๒๐๐ กิโลกรัม และมีอายุยืนกว่า ๑๐๐ ปี เคยพบได้ตามธรรมชาติในแม่น้ำแยงซีเกียงและมณฑลยูนนานของประเทศจีน หรือในแม่น้ำแดงของประเทศเวียดนาม

กระทั่งเมษายน ๒๕๕๙ มีข่าวว่าผู้เชี่ยวชาญจีนและต่างชาติต้องช่วยผสมเทียมให้ตะพาบยักษ์แยงซีเกียงเพศเมียตัวเดียวของโลก อายุกว่า ๘๐ ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับตัวผู้อีก ๒ ตัวสุดท้ายของโลก อายุกว่า ๑๐๐ ปี ในเมืองซูวโจว มณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกของจีนมา ๗ ปี โดยไม่มีการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเลย

ยังไม่มีรายงานหลังฉีดน้ำเชื้อตะพาบเพศผู้เข้าในรังไข่ของเพศเมียด้วยเทคนิคศัลยกรรมขั้นสูงให้เกิดแผลน้อยสุดเพราะสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอดของตะพาบพันธุ์หายาก แต่ลุ้นให้พวกเขาทำสำเร็จ

เพราะอีกตัวในทะเลสาบคืนดาบ ซึ่งมีอายุ ๑๒๐ ปี เสียชีวิตแล้วเมื่อมกราคม ๒๕๕๙