อภัยภูเบศร ปราจีนบุรี ตอน สารคดีภาพ

กรกฎาคม 9, 2017 
0


วิชาสารคดี ๑๐๑
ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี


วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

ลงพื้นที่ครั้งที่ ๒ ของค่ายสารคดี ครั้งที่ ๑๓ เมื่อวันที่ ๑-๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เริ่มเขาใกล้การลงพื้นที่จริงของมืออาชีพยิ่งขึ้น

แม้ไม่ยาวนานเป็นสัปดาห์หรือกว่าสัปดาห์อย่างการทำงานจริงของพวกพี่ๆ นักสารคดี แต่ก็มีการค้างแรมในพื้นที่

และครูเพียงแต่เตรียมพื้นที่และแหล่งข้อมูลเอาไว้ให้ ส่วนการคุ้ย เจาะ เก็บข้อมูล เป็นเรื่องที่นักสารคดีมือใหม่ต้องลุยเอง เผชิญความไม่แน่นอนเรื่องการนัดหมาย ลูกเล่นลูกไม้ และอุปสรรคปัญหาอื่นๆ ของแหล่งข้อมูลและพื้นกันเอาเอง

 

โจทย์สำหรับการลงพื้นที่อภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ครั้งนี้คือ สารคดีภาพ

ในค่ายครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมายังไม่เคยสอนเรื่องนี้ ค่ายสารคดี ครั้งที่ ๑๓ เป็นรุ่นแรกที่ได้เรียนวิชานี้ด้วย

หลักการทำงานก็เช่นเดียวกับสารคดี คือมีภาพ และเรื่อง (text)

แต่มีข้อต่างที่ชัดเจนคือ สารคดีภาพ หรือ foto essay เป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพ คือมีภาพเป็นตัวนำ หัวใจสำคัญข้อแรกของสารคดีภาพ รูปจะต้องเด่น และเล่าเรื่อง

ส่วนเรื่องก็มีโครงสร้างเช่นเดียวกับงานสารคดีที่ต้องมี ชื่อเรื่อง เปิดเรื่อง ตัวเรื่อง และปิดเรื่อง

แต่เป็นตัวเรื่องที่สั้นกระชับ เข้มข้น ครบความ อย่างการวิ่งระยะสั้น หคือคั้นเอาแต่หัวกะทิเท่านั้น ไม่ต้องบรรยายขยายรายละเอียดยืดยาว เพราะแก่นหรือเป้าหมายของสารคดีภาพ คือการเล่าเรื่องด้วยภาพ

ชิ้นหนึ่งเป็นผลงานจากพื้นที่โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ซึ่งตอนนี้มีระบบการแพทย์แผนไทยอยู่ในลำต้นของประเทศ จากการริเริ่มบุกเบิกของ ภญ.ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร

นักสารคดีมือใหม่ได้ภาพที่น่าตื่นตา เป็นภาพการ “เผายา” จุดไฟเผาตัวอย่างบนหน้าท้องคน ปรับสมดุลเพิ่มธาตุไฟให้ร่างกาย

อีกชิ้นเป็นเรื่อง “บ้านเล่าเรื่อง” เปิดเปิดได้สั้นกระชับ ครบเครื่องครบความ ได้ยินเสียง เห็นฉากสถานที่ เห็นตัวละคร เชื่อมเข้าสู่ตัวเรื่องอย่างฉับไวภายใน ๒ ย่อหน้า

รายละเอียดดี มีจุดขัดแย้ง มีอ้างตรงอ้างอ้อม ครบความตามสูตรพื้นฐานงานสารคดี

และอีกชิ้นชื่อเรื่องสุดเร้าใจว่า “ตู้ยาในกระถาง” เล่าเรื่องบ้านดงบัง หมู่บ้านปลูกยาสมุนไพรส่งให้โรงงานผลิตยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรอินทรีย์กลางดงการค้าต้นไม้ที่เข้มข้นด้วยการใช้สารเคมี

เปิดเรื่องด้วยการบรรยายผ่านสายตาผู้เขียน และบอกพิกัดพื้นที่อย่างเก๋ไก๋-ด้วยป้ายข้อมูล แทนการเขียนแบบทางการ

ดังที่คัดมาในย่อหน้าถัดจากนี้

สายตาเคลื่อนผ่าน กระจกหน้าต่างให้อิสรภาพรายทางได้แสดงตัว จากท้องทุ่งเขียวผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยวลัดลงทางดิน สัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไปพร้อม ๆ กับความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลง ป้ายสีฟ้าสะดุดตาบอกพิกัดสถานที่ชื่อสะดุดใจ 34 หมู่ 6 บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรีที่นี่คือ “กลุ่มสมุนไพรบ้านดงบัง”

เล่าประวัติ ๘๐ ปี ของชุมชนได้แบบรวบรัด แต่ชัดเจน เข้าใจ มองเห็นภาพ

ตอนถัดๆ ไป เห็นแนวคิด ตัวยาสมุนไพร ภูมิปัญญา วิถีพอเพียง พอใจในชีวิต ความอบอุ่นในชุมชนและครอบครัว ทั้งผ่านคำแหล่งข้อมูล และการคลุกคลีสัมผัสพื้นที่ของผู้เขียน

และปิดเรื่องได้อย่างสะทกสะเทือนใจ

สมัยกล่าวอีกว่า ยุคสมัยปัจจุบันคนรุ่นใหม่ละทิ้งผู้สูงอายุให้อยู่กับบ้านพักคนชราเสียมากจนบ้านพักคนชราไม่สามารถรองรับปริมาณผู้สูงอายุได้ ราวกับเหล่าหนุ่มสาวละทิ้งทั้งถิ่นกำเนิดและผู้ให้กำเนิด

“อย่าทิ้งถิ่นเกิดตัวเอง จงกลับบ้านไปหาพ่อแม่”

แววตาชายชราสั่นไหวชั่วขณะ และเพียงพอที่ทำให้หัวใจเราสั่นไหวเช่นกัน

เป็นแบบอย่างงาน “สารคดีภาพ” ที่ดีได้อย่างเต็มภาคภูมิ


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
9 กรกฎาคม
Next Article
10 กรกฎาคม




ผลงานจากค่ายสารคดีครั้งที่ 13 งานภาพสารคดีดีเด่น เรื่อง : เฉลิมชัย กุลประวีณ์ ภาพ : อาทิตย์ ทองสุทธิ์ แม้มีพาหนะยุคใหม่เข้ามาช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น แต่ไม่อาจเปลี่ยนใจชาวน้ำให้ละทิ้งเรือไปได้ บรื้น...บรื้น ชายชราผมดกดำ
ผลงานค่ายสารคดีครั้งที่ 13 งานเขียนสารคดีดีเด่น เรื่อง : ภาวิณี คงฤทธิ์ ภาพ : มานิตา ตันติพิมลพันธ์ สมาชิกกลุ่ม Mayday กำลังเริ่มต้นประชุมเกี่ยวกับอนาคตของระบบรถเมล์กรุงเทพ ป้ายรถเมล์ที่กลุ่ม
ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต วัดค้างคาวตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในเขตตำบลบางไผ่ อำเภอเมือง นนทบุรี ตรงข้ามกับวัดเขมาภิรตารามที่อยู่ทางฝั่งตะวันออก ทุกวันนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้คนรู้จักวัดค้างคาวมากที่สุดคือกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของ “หลวงพ่อเก้า” ที่แปลกก็คือ “หลวงพ่อเก้า” องค์นี้มิได้เป็นพระประธานในโบสถ์วิหาร
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี เวลาชวนเด็กหัดเขียนหนังสือ วิชาเรียงความที่ทุกคนเคยเรียนมาแต่ชั้นประถม เป็นพื้นฐานที่นำมาใช้ต่อได้อย่างได้ผล ด้วยการย้อนทวนไปถึงองค์ประกอบของเรียงความ ทุกคนตอบได้พร้อมเพรียงว่าประกอบด้วย บทนำ เนื้อเรื่อง สรุป บทนำ อาจเป็นการเกริ่นอารัมภบทถึงเรื่องที่จะเล่าแบบรวมๆ
ถึงช่วงสิ้นปีเก่า ขึ้นปีใหม่ ก็นึกถึง ส.ค.ส. - ส่งความสุข ขอให้สมหวัง ขอให้ฝันเป็นจริง ขอให้มีความสุข ว่าแต่ “ความสุข” คืออะไร บางคนว่าคือความรู้สึกดี ๆ เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ  บางคนขอแค่ว่าถ้าไม่มีทุกข์ ก็ถือว่าสุขแล้ว ชีวิตที่ไม่มีความสุขหรือถึงกับเป็นทุกข์ ก็เพราะสิ่งที่อยากได้ยังไม่ได้ หรือกลับต้องได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้ ใคร ๆ ก็อยากได้ชีวิตที่มีแต่ความสุข เราไขว่คว้าหาความสุขทุกวัน โดยเฉพาะความสุขชั่วขณะจากรูปรสภายนอก กินอาหารอร่อย ๆ มีรถสวย ๆ มีนาฬิกาหรู ๆ และมีเงินในกระเป๋ามาก ๆ แต่งานวิจัยชิ้นหนึ่งกลับพบว่า ชีวิตไม่ได้ต้องการแค่ความสุข ชีวิตยังต้องการ “ความหมาย” เอมิลี เอสฟาฮานี สมิท (Emily Esfahani Smith) นักจิตวิทยาที่สำรวจชีวิตคนอเมริกันทั่วประเทศ พบว่า แม้จะมีความสุข แต่คนจำนวนมากยังเต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง อ้างว้างและโดดเดี่ยว  ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมากแม้ในประเทศที่คุณภาพชีวิตสูงเกินมาตรฐาน เพราะชีวิตขาด “ความหมาย” ไม่ใช่เพราะขาดความสุข เธอบอกว่าชีวิตที่มีความหมายต่างจากชีวิตที่มีความสุข  “ความสุข” เป็นเรื่องของการขวนขวายให้ “ได้รับ” ความรู้สึกพึงพอใจชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่ “ความหมาย” เป็นเรื่องของการ “ให้” และการสร้าง “คุณค่า” ในตัวเราเองที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่า จากการวิจัยเธอสรุปว่า สิ่งที่ค้ำจุนให้ชีวิตมีความหมายแจกแจงได้สี่อย่าง เหมือนสี่เสาหลักของบ้าน “การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม” - ความผูกพัน ความสัมพันธ์ ความรัก ที่มีต่อครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชน กลุ่มกิจกรรม ฯลฯ “การมีเป้าหมายเพื่อผู้อื่น” - การใช้ศักยภาพของเราเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น พ่อแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงลูก พี่ตูนที่วิ่งเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล พยาบาลที่ช่วยดูแลคนไข้ ฯลฯ  สิ่งนี้ให้คำตอบว่า “ทำไม” เราถึงยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป “สภาวะลืมตัวตน” - transcendence เป็นสภาวะที่ตัวเรากับสิ่งที่กำลังทำตรงหน้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือเรียกได้ว่าการมีสติและสมาธิกับสิ่งที่ทำอย่างสูง  อาจเกิดขึ้นขณะที่กำลังอ่านหนังสือ ทำสวน วาดรูป สวดมนต์ ฯลฯ  ประสบการณ์ของสภาวะลืมตัวตนช่วยให้ตระหนักถึงการเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา