จะถูกจะแพง แดงไว้ก่อน - สารคดี.คอม

จะถูกจะแพง แดงไว้ก่อน

กรกฎาคม 14, 2017 
0


ผีสางเทวดา  เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


เราคงคุ้นตากันกับขวดน้ำอัดลมสีแดงที่ตั้งเรียงแถวกันหน้าศาลบางแห่ง เปิดฝา เสียบหลอดดูดพร้อม (แถมด้วยฝูงผึ้งที่บินหวู่หวี่อยู่รอบๆ จนทำให้นึกสงสัยว่า น้ำผึ้งที่รังของเจ้าพวกนี้คงมีรสเป็นน้ำแดงเป็นแน่) แต่…ทำไมต้องเป็นน้ำแดง ?

คลับคล้ายว่าเริ่มเห็นน้ำแดงถวายไว้ตามหิ้งกุมารทองในร้านอาหารมาก่อน คงเพราะคิดว่ากุมารทองเป็น “ผีเด็ก” ย่อมต้องชอบกินน้ำหวาน เลยถวายน้ำแดง เพราะเป็นสีมงคลของคนจีนอยู่แล้ว (แต่ก็เคยเห็นบางร้านตั้งน้ำเขียวถวายกุมารทองก็มี อาจเป็นรสนิยมเฉพาะตัวของกุมารทองที่นั่น ?)

ไปยังไงมายังไงก็ไม่ทราบได้ ต่อมาคติการถวายน้ำแดงก็แพร่กระจายไปทั่ว ว่าน้ำแดงมีคุณสมบัติสามารถเอามาเป็นของถวายเทพได้ด้วย ตามหน้าศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย) ศาลพระภูมิ และศาลพระพรหมหลายต่อหลายแห่งจึงเห็นมีขวดน้ำแดงตั้งเรียงแถวกันเป็นโหลๆ

ว่าที่จริง สีแดงก็ผูกพันกับศาลเจ้าในเมืองไทยมานานแล้ว หนังสือเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 ชื่อ “วชิรญาณวิเศษ” ปีที่ 16 เล่ม 3 เดือนมกราคม ร.ศ. 109 (ตรงกับ มกราคม 2434 ตามปฏิทินปัจจุบัน) มีข้อความพรรณนาของแก้บนที่เห็นอยู่ตามหน้าศาลไว้ ว่ามี

“ตุ๊กตาพิมพ์อย่างหนึ่ง สี่ตัวหรือห้าตัวรวมที่เดียวเรียกกันว่าลครยก 1 รูปช้างรูปม้ารูปเสือซึ่งทำด้วยดินหรือกระดาษ 1 รูปตุ๊กตาต่าง ๆ นั่งหรือยืน 1 สิ่งของเหล่านี้สงเคราะห์เข้าในหมู่ตุ๊กตาทั้งสิ้น ผ้าสีชมภูหรือสีแดงผืนน้อย ๆ ห้อยน่าศาล 1 รวมสิ่งของสี่ห้าอย่าง มักพอใจจะเอามาถวายเจ้าเปนของแก้สินบนชุมกว่าสิ่งของอย่างอื่น ด้วยราคานั้นไม่สู้จะแพงนัก”
นั่นคือตามธรรมเนียมเก่า แก้บนนอกจาก “ละครยก” กับตุ๊กตาช้างม้าแล้ว ยังต้องมีผ้าสีแดงหรือสีชมพูห้อยไว้หน้าศาลด้วย ถ้าคิดในแง่นี้ก็จะหาตัวอย่างได้อีกว่าสีแดงยังผูกโยงกับมิติเรื่องพิธีกรรมเรื่องชีวิตมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เช่นตามหลุมฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์หลายแห่ง นักโบราณคดีขุดค้นพบว่า มีประเพณีการนำเอาผงดินเทศ (แร่เฮมาไทต์ Hematite) สีแดงเลือด โรยไว้บนศพขณะทำพิธีฝังด้วย

กลับมาที่น้ำแดงอีกที พระพุทธรูปบางองค์ คนก็นิยมไปแก้บนกันด้วยน้ำอัดลมสีแดง เช่น “หลวงพ่อปากแดง” วัดพราหมณี อำเภอเมือง นครนายก ซึ่งมีการแต่งแต้มพระโอษฐ์ (ปาก) ของท่านให้เป็นสีแดงมาแต่เดิม ตามคตินิยมโบราณสายหนึ่งที่ชอบระบายสีพระพุทธรูปให้มีพระศก (ผม) ดำ พระโอษฐ์แดง และจีวรสีตามผ้าจีวรจริง เหมือนที่ยังทำกันอยู่จนเดี๋ยวนี้ในเมืองพม่า

มีจดหมายเหตุสมัยรัชกาลที่ 2 รวมไว้ในหนังสือ “เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป” พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เล่าถึงคณะสงฆ์ที่เป็นสมณทูตไทยเดินทางไปลังกา โดยแวะพักกลางทางในอินเดียใต้ก่อนข้ามไปยังเกาะลังกา เมื่อผ่านไปทางเมืองนาคปัฏฏิณัม ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมพุทธศาสนาที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของอินเดีย หลวงพ่อท่านไปพบพระพุทธรูปโบราณล้มหน้าคว่ำจมดินอยู่ จึงช่วยกันจับตั้งขึ้นประดิษฐานใหม่ แล้วปรนนิบัติบูชาพระพุทธรูปองค์นั้นด้วยการ “ตักน้ำมาชำระรดขัดสี บางองค์ก็เปลื้องอังสะห่มบูชา บางองค์เอาร่มไปกั้น ให้คฤหัสถ์เอาทองไปปิด เอาชาดแต้มพระโอษฐ์”

คือทั้งสรงน้ำพระ ถวายจีวร ถวายฉัตร (แทนด้วยร่ม) ปิดทอง และเอาสีแดงมาแต้มที่ปาก แต่เนื่องจากธรรมเนียมนิยมแบบนี้ห่างหายไปจากวัฒนธรรมไทยนานแล้ว คนไทยปัจจุบันเห็นว่าแปลกดี เลยเอาลักษณะ “ปากแดง” มาเรียกเป็นพระนามของท่านเสียเลย

และคงด้วยเหตุนั้น เมื่อเห็นหลวงพ่อปากแดง (เหมือนเด็กๆ ที่ไปกินน้ำแดงมา) คนเลยคิดเหมาเอาว่า ท่านคงชอบฉันน้ำแดง ในวิหารจึงเต็มไปด้วยน้ำอัดลมสีแดงที่ยกมาตั้งเป็นลังๆ ชนิดที่ไม่กลัวหลวงพ่อจะเป็นเบาหวานกันเลยทีเดียว…


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์ นิตยสาร สารคดี




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








พรของพระปิยมหาราช ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ไม่กี่วันก่อน เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า ทำไมจึงมี “ถนนเขียวไข่กา” กับ “ท่าเขียวไข่กา” อยู่ตรงข้างโรงเรียนราชินีบนในกรุงเทพ เป็นชื่อสีประจำสายรถรางที่ไปสุดสายตรงนั้น ? หรือเกี่ยวอะไรกับ
“เสียกบาล” กับ “เสียกะบาน” ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ตั้งแต่เมื่อมีการสำรวจขุดค้นที่เมืองเก่าสุโขทัยหลายสิบปีก่อน ได้พบตุ๊กตาดินเผาเคลือบตัวเล็กๆ จำนวนมาก มีทั้งที่ทำเป็นรูปผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปแม่อุ้มลูก ตุ๊กตาเหล่านี้ที่พบมักจะคอหัก จึงเรียกกันว่า “ตุ๊กตาเสียกบาล”
บาตรแตก ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต เคยได้ยินหลวงพ่อเจ้าอาวาสของวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ปรารภให้ฟังระหว่างคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ ว่าทางวัดกำลังมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับบ้านข้างๆ วัด ทะเลาะกันรุนแรง ท่านเล่าว่ามีคนบอกให้เอา “บาตรแตก” ไปโยนใส่บ้านนั้น บอกว่าในวัดหาง่าย
หมากพลู ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต กันยายน 2549 หรือเมื่อ 10 กว่าปีก่อน 2-3 วัน ก่อนจะเปิดใช้สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ทางหน่วยงานต้นสังกัดจัดพิธีนิมนต์พระสงฆ์
แม่ย่านาง ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ในความเชื่อของคนโบราณ ต้นไม้ใหญ่คือที่อาศัยของรุกขเทวดา คนจะตัดฟันต้นไม้ใหญ่จึงต้องบวงสรวงกันก่อนเพื่อขออนุญาต และไม่ให้ใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในนั้นมาทำอันตรายแก่ตน อย่างที่มีเรื่องเล่ากันมาว่าเมื่อครั้งสร้างทางรถไฟสายเหนือสมัยรัชกาลที่ ๕ แนวทางพุ่งเข้าหาต้นไม้ใหญ่มหึมาอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน กุลีคนงานไม่มีใครกล้าไปแตะต้องเพราะกลัวภูตผีปีศาจ ร้อนถึงนายช่างใหญ่ต้อง “แก้เกม”