เรื่องเด่นประจำฉบับ สารคดี ฉบับที่ 389

กรกฎาคม 31, 2017 
1


387special1

ดั่งกันและกัน ติช นัท ฮันห์ และเราทุกคน

ติช นัท ฮันห์

พระมหาเถระในพุทธศาสนามหายานนิกายเซนชาวเวียดนาม ที่เขียนหนังสือและบทกวีมากมายเพื่อเผยแผ่พุทธธรรม และนำการปฏิบัติในวิถีแห่งสติและความเบิกบาน

เมื่อยังเป็นภิกษุหนุ่มในยุคสงครามเวียดนาม ท่านใช้หลักธรรมนำการเรียกร้องสันติภาพให้ประเทศบ้านเกิด

กระทั่งสงครามยุติแต่ท่านต้องพรากจากบ้านไปเกือบ ๔๐ ปี โดยมีชุมชนหมู่บ้านพลัมในประเทศฝรั่งเศสเป็นที่พำนักปฏิบัติธรรม เขียนหนังสือ ทำสวน สอนศิษย์ ให้การอบรมการภาวนาแก่ศาสนิกชนทุกเชื้อชาติศาสนาทั่วโลก  ด้วยวิธีการที่หลากหลายในวิถีชีวิตประจำทั้งการสวดมนต์ นั่งสมาธิ การเดินแห่งสติ การฟังเสียงระฆัง การรับประทานอาหารร่วมกัน การล้างจาน ดื่มชา สนทนาธรรม และการฟังธรรม โดยมีหัวใจอยู่ที่การฝึกเจริญสติให้อยู่กับลมหายใจในปัจจุบันขณะ

หลวงปู่นัท ฮันห์ นับเป็นปรมาจารย์ด้านศาสนธรรมที่เป็นที่รู้จักและได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดท่านหนึ่งของโลก  ปัจจุบันท่านอายุ ๙๑ ปี พำนักอยู่ที่หมู่บ้านพลัมประเทศไทย เพื่อรักษาตัวและฟื้นฟูสุขภาพ


387special2

จากป่าสู่เมือง “ธุรกิจ-ชีวิต” แบบเศรษฐกิจพอเพียง

ปีนี้ถือเป็นวาระครบ ๒๐ ปีของการเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ที่มีจุดเริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมของปี ๒๕๔๐  ในปีนั้นธุรกิจจำนวนมากเกิดหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องถูกยึดมาขายทอดตลาด  บางคนตัดสินใจจบชีวิตตนเอง ขณะที่คนจำนวนมากตกงาน

ปลายปี ๒๕๔๐ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้รับความสนใจจากสังคมไทย แม้พระองค์จะมีพระราชดำริเรื่องนี้มาก่อนหน้านั้นนานกว่า ๒๐ ปีแล้ว

แต่ถึงวันนี้แม้รัฐจะพยายามผลักดันและประชาสัมพันธ์คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” แต่เมื่อถามคนทั่วไปว่าเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร หลายคนกลับมีภาพจำว่าคือชาวนาปลูกข้าว ทำสวน ขุดบ่อเลี้ยงปลา หรือคือคนรุ่นใหม่ทิ้งชีวิตในเมืองเพื่อไปทำเกษตรแบบ “พอเพียง”

ในวาระ ๒๐ ปีวิกฤตต้มยำกุ้งและเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ ๙  สารคดี หยิบยกเรื่องราวหลากหลายของการค้นพบสมดุลระหว่างการทำ “ธุรกิจ” ที่สร้างกำไร และ “ชีวิต” ที่สร้างความสุข จากพื้นที่บ้านป่าถึงโรงงานอุตสาหกรรมในเมือง

อย่างน้อยก็เป็นตัวอย่างว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่ต้องจำกัดอยู่แค่คนทำนาปลูกข้าว






เรื่อง : วีระศักร จันทร์ส่งแสง ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ กษิดิศ อนันทนาธร เป็นเด็กหนุ่มจากพิจิตร เรียนมัธยมฯ ปลายที่เชียงใหม่ สอบเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทันทีที่เรียนจบเขาก็สมัครใจที่จะเป็นคนทำ สารป๋วย นิตยสารรายเดือนในโครงการ ๑๐๐
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์    ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง ตั้งแต่มีข่าวพระสงฆ์จำนวน ๘๐๐-๙๐๐ รูปชุมนุมบริเวณพุทธมณฑลและเกิดการกระทบกระทั่งกับทหารที่ป้องกันไม่ให้พระสงฆ์เข้าพื้นที่ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ประเด็น “พระ” ก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยจับจ้องอีกครั้ง ต่อมากลุ่มพระสงฆ์ดังกล่าวยื่นข้อเรียกร้องสี่ข้อต่อรัฐบาลทหาร คือ หนึ่ง ให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ สอง ให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเร่งสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ ทันที โดยให้เป็นไปตามวาระที่เหมาะสม สาม แสดงพลังให้พระบางรูปประจักษ์ สี่ แสดงออกถึงการปกป้องพระพุทธศาสนาจากภัยความมั่นคงและการคุกคามทางความเชื่อ  การชุมนุมนี้สลายตัวลงในช่วงค่ำหลังจากพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เดินทางไปยื่นหนังสือและรัฐบาลทหารรับเรื่องไป และภาพที่ออกมาคือการปะทะกันระหว่างพระสงฆ์กับทหาร ซึ่งค่อนข้างก่อความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชน ในความเป็นจริงประเด็นการบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างขณะนี้ (ต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๙) นั้นเคยมีการเสนอแล้วในช่วงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แต่ก็ตกไป มีเพียงการยกระดับจาก “กรมการศาสนา” เป็น “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ลองฟังทรรศนะต่อประเด็นนี้ของ สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์พุทธศาสนา คิดอย่างไรกับข้อเสนอบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติโดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมไม่เห็นด้วย ข้อเสนอนี้ครั้งแรกเกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก่อนหน้านี้ไม่มี แต่แนวความคิดเรื่องนี้ก็มิใช่เรื่องใหม่ ราวปี ๒๔๙๐ พม่าเขียนในรัฐธรรมนูญว่าพุทธคือศาสนาประจำชาติ คณะสงฆ์ไทยทราบเรื่องนี้ดี ตอนนั้นยังใฝ่ทางธรรมกว่าทางโลก แต่วันนี้ไม่ใช่จึงออกมาเสนอให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และวิธีที่ง่ายคือเข้าหาอำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย  ไทยมีพระสงฆ์ราว ๒ แสนรูป มีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน นับถือพุทธร้อยละ ๙๐ แต่แกนนำกลับเป็นแค่พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่มีสมณศักดิ์อยู่ในเมืองหลวงฯ  ทั้ง ๆ ที่ชาวพุทธนั้นมีทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา
ผลงานจากค่ายสารคดีครั้งที่ 12 งานเขียนและภาพดีเด่น เรื่อง : รัศมิ์ลภัส กวีวัจน์ ภาพ : นวพล นวกิจพิพัฒน์ [caption id="attachment_20070" align="aligncenter" width="800"]
เรื่องและภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์ สิ่งที่เรียกว่า ‘ประเทศฟิลิปปินส์’ เป็นมรดกอย่างหนึ่งจากยุคอาณานิคม ปัจจุบันคนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกซึ่งผสมผสานความเชื่อท้องถิ่น  เรามี ‘พระเยซูดำ’ มีเทศกาลทางศาสนาคริสต์ต่างจากที่อื่น ๆ แต่นี่ก็คือลักษณะร่วมของศาสนาหลักในอุษาคเนย์  ศาสนาเหล่านี้วางพื้นฐานสังคมของเรา ในกรณีฟิลิปปินส์ยุคดั้งเดิมก่อนศาสนาจะเข้ามา ชุมชนระดับหมู่บ้านมีโครงสร้างครอบครัวที่มีผู้นำเข้มแข็ง 
เรื่อง : ศรัณย์ ทองปาน     ภาพ : ฝ่ายภาพ สารคดี [caption id="" align="aligncenter" width="500"] ขบวนธรรมยาตราแห่แหนรูปเหมือนครูบาศรีวิชัยจากอำเภอลี้มายังปลายทางคือวัดพระธาตุหริภุญชัย กิจกรรมนี้เป็นเสมือนการย้อนรอยประวัติศาสตร์เมื่อครั้งท่านเดินทางเข้ารับการไต่สวนในลำพูนเมื่อปี ๒๔๖๒[/caption] [caption