นิทาน-แม่-สอนเด็ก-โต

สิงหาคม 13, 2017 
0


วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี


เรื่องและภาพ : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

nitanmae01

นักเรียนนั่งเขียนงานใต้ร่มไม้

เป็นค่ายอบรมการเขียนเล็กๆ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างทางภาคตะวันออก

ถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี ครูมัธยมในพื้นนที่จะคัดเลือกเด็กนักเรียนที่พอมีแววทางวรรณศิลป์มาร่วมเข้าค่ายเยาวชนนักเขียนสารคดีท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งในปีนี้เป็นรุ่นที่ ๖ แล้ว

ค่ายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายจากการริเริ่มของอาจารย์เรืองวิทย์ ลิ่มปนาท และอาจารย์อำพิกา สวัสดิ์วงศ์ แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ด้วยแนวคิดง่ายๆ แต่จริงจังว่า อยากให้เยาวชนในพื้นที่เล่าเรื่องท้องถิ่นของตนได้ผ่านงานเขียนสารคดี

เปิดให้เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดรอบมหาวิทยาลัยบูรพา ได้แก่ ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครนายก สระแก้ว สมุทรปราการ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคกลางอย่าง อยุธยา สระบุรี ลพบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ มาเข้ารับรับอบรมการเขียน รุ่นละ ๕๐-๖๐ คน

nitanmae02

ภาพรวมห้องเรียน

เป็นเด็กมัธยมต่างจังหวัด และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนอกเมือง ที่ไม่ใช่โรงเรียนประจำจังหวัด อาจเป็นเด็กที่สนใจกิจกรรม เป็นเด็กหลังห้องที่ไม่ได้โดดเด่นด้านวิชาการ ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเขียนสารคดี ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคปัญหาของการเรียนการเขียนแต่อย่างใด

บทเรียนแรกสุดคือทำให้เขาเข้าใจและฝึกการจัดลำดับความคิดของตัวเอง

การเล่าเรื่องด้วยภาษาเขียนนั้นมี ๓ ลำดับขั้นที่เราต้องแจ่มชัดความคิดตัวเองก่อน

๑.จะเล่าเรื่องอะไร ฝึกจับประเด็น
๒.เรารู้และเข้าใจเรื่องนั้นแจ่มแจ้งจนเล่าได้ เป็นขั้นของการค้นหว้าและทบทวนข้อมูลที่จะเล่า
๓. เขียนมันออกมา เป็นขั้นของการลงมือทำ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของเรื่องเล่านั้นๆ

nitanmae03

เขียนงาน

จากนั้นก็ยกตัวอย่างที่เหมาะกับวัยให้เขาเห็นเป็นแนวทางการสร้างสรรค์

แรกสุด เพื่อให้เกิดกำลังใจกับนักเชขียนใหม่ระดับมัธยม ผมเลือกหยิบตัวอย่างงานเขียนของนักเรียนชั้นประถมให้พวกเขาดู ส่งเสริมความมั่นใจให้เห็นว่า งานเขียนเรื่องเล่า เด็กเล็กๆ กว่าพวกเขายังทำได้

นอกนั้นเป็นหนังสือที่เหมาะกับวัย อย่างเรื่องเล่าในหนังสือภาพสำหรับเด็ก

รวมทั้งหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเล่า และมีเทคนิคน่าสนใจในแง่กลวิธีการเล่าเรื่อง อย่างการแสดงให้เห็นเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ทับซ้อนกันอยู่ แบบเรื่องเล่าซ้อนเรื่องเล่าเหมือนนิทานเวตาล ให้สมาชิกค่ายได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายกับการเรียนรู้

และบางทีก็อาจได้แนวคิดหรือแรงบันดาลใจในการออกแบบกลวิธีการเล่าเรื่องไปใช้ต่อด้วย

nitanmae04

อ่านผลงาน

งานเขียนหลายชิ้นปรากฏผลเช่นนั้น ตัวอย่างหนังที่ได้ดูมีส่วนช่วยขุดคุ้ยเรื่องราวในชีวิตจริงของหลายคนออกมาเป็นงานเขียน

บางคนหยิบเอาเรื่องราวที่พ่อเคยเล่าให้ฟังแต่เก่าก่อน มาเล่าต่อได้อย่างมีอรรถรสแบบงานสารคดี เห็นภาพพจน์และเหตุการณ์ที่ซ้อนอยู่ในเสียงเล่าของผู้เขียน

การลงมือเขียนเรื่องเล่า ทำให้หลายคนคิดถึงนิทานของแม่ เรื่องราวของแม่ และความสัมพันธ์ของตนกับแม่ ซึ่งต่างก็แปรเป็นงานเขียนได้อย่างเข้มข้น และมีดรามา

nitanmae05

ตัวอย่างงานเขียน

ขึ้นเขาเขียว ชลบุรี มาเข้าค่าย ๒ วัน คงมีหลายคนที่ลงเขาไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

ความรู้และฝีมือด้านการเขียนนั้นเรื่องหนึ่ง

และการเขียนนั้น ย่อมทำให้เยาวชนที่ผ่านค่ายได้ “คิด” มากขึ้น กับทุกเรื่องราวในชีวิตและความสัมพันธ์


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮา





Previous Article
13 สิงหาคม
Next Article
14 สิงหาคม




วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ล้อมวงคุย ก่อนวิจารณ์งานสารคดี ช่วง ๑๐ กว่าปีมานี้ ค่ายนัก(หัด)เขียนดูจะมีมากขึ้นเรื่อย แต่ค่ายฝึกฝนหรือส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้อ่านหนังสืออย่างแตกฉานถึงขั้นวิจารณ์ได้ ยังมีน้อยถึงขั้นหาได้ยาก ค่าย "อ่าน
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี ห้องเรียนใต้ร่มไม้ ค่าย(กล้าวรรณกรรม)สร้างนักเขียนสารคดีเยาวชน ค่าย “กล้าวรรณกรรม” เป็นค่ายที่ยาวและต่อเนื่อง คือจัดต่อเนื่องมาถึงปีที่ ๑๔ แล้ว โดยกำหนดเอาช่วงต้นเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันจัดค่าย ใช้เวลา
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี "ค่ายสารคดี" มีหลักแห่งพันธกิจอยู่ที่การ "สร้างคนบันทึกสังคม"  เป้าหมายของเราไม่ได้อยู่ที่การสร้าง "นักเขียน" และ"ช่างภาพ" ที่มีฝีมือเท่านั้น  แต่ยังมุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นนักสารคดีที่ดีด้วย ตลอด 4 เดือนของการเรียนรู้จึงไม่เพียงแต่เรียนทฤษฎีกันในห้องเรียน  หากยังออกไปฝึกปฏิบัติจริงกันในพื้นที่สร้างสรรค์หลากหลายแห่ง  กลับจากพื้นที่ทุกครั้งจะมีกระบวนการแบ่งปันประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในมิติจิตอาสา-สร้างสรรค์  สะท้อนการเติบโตผลิบานด้านใน ในเชิงนามธรรมของแต่ละคน แต่อีกหลายคนเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงรูปธรรมอย่างชัดเจนด้วย แดนซ์ หรืออธิวัฒน์  อุต้น เป็นบัณฑิตจบใหม่ และเป็นนักดนตรี แต่เขาสนใจการเขียนและอยากรู้หลักทักษะการเขียน จึงละจากสิ่งอื่นไว้ชั่วคราว มุ่งมาหาเส้นทางการเขียนในค่ายสารคดี ครั้งที่๑๓ "แล้วก็ได้รับสิ่งที่คาดหวังอย่างล้นหลาม  ค่ายสารคดีตอบโจทย์ความต้องการของผมได้แบบหมดเปลือก" แดนซ์เขียนเล่าหลังจบค่าย "คิดมาก่อนสมัครแล้วว่าเราจะต้องได้ความรู้หรือประสบการณ์จากค่ายนี้ แล้วก็เป็นจริง" นั้นเป็นด้านวิชาความรู้และฝีมือการเขียน แต่จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แดนซ์ยังได้เจอเรื่องใหม่ๆ อื่นๆ ซึ่งได้เปิดโลกทัศน์ของเขา กระทั่งนำไปสู่การพลิกเปลี่ยนชีวิตและพฤติกรรมของเขาไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี บันไดสำคัญขั้นหนึ่งของการก้าวไปสู่การเป็นนักเขียนตัวจริง คือการฝึกทำซ้ำๆ นักฝันหลายคนยังไม่ได้เป็นนักเขียนเสียทีก็เพราะมัวแต่ตั้งท่า นามปากกาก็ตั้งไว้อย่างดิบดีแล้ว เหลือแต่ลงมือเขียนงานออกมาเท่านั้นที่ยังไม่ได้ทำ เมื่อเขียนออกมาแล้ว จะดียิ่งหากมีกัลยาณมิตรคอยช่วยอ่านอย่างใส่ใจ และให้คำวิจารณ์ติชมด้วยความปรารถนาดี สำหรับนักเขียนมือใหม่ที่มาร่วมเรียนรู้ในค่ายสารคดีระดับประชาชน ครั้งที่
วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี 1 "ค่ายสารคดี" เป็นค่าย "สร้างคนบันทึกสังคม"  ที่ไม่ได้มุ่งเพียงจะสร้าง "นักเขียน" และ "ช่างภาพ" ที่มีฝีมือเท่านั้น หากปรารถนาจะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นนักสารคดีที่ดีด้วย กระบวนการพัฒนาทักษะฝีมือจึงดำเนินควบคู่ไปกับการปลูกสร้างจิตสำนึกในมิติอาสา-สร้างสรรค์  ท้ายกิจกรรมทุกครั้งจะมีช่วงเวลาสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับตัวเอง สะท้อนการเติบโตผลิบานด้านใน ในเชิงนามธรรม ในเชิงรูปธรรม นักเขียนและช่างภาพรุ่นใหม่ทุกคนที่ได้ร่วมห้องเรียนกันมา จะมีผลงานที่ได้จากการลงมือทำ 3 ชิ้นหลัก และอีกหลายชิ้นย่อย  ดังที่ได้นำเสนอบางส่วนสู่สาธารณะแล้ว และจะนำเสนอต่อไป   2 "ค่ายสารคดี" เป็น "ห้องเรียน" จึงต้องมี"หลักสูตร" ซึ่งบางคนกังวลว่าจะเป็นกรอบเกณฑ์ที่กักหรือเกลาจนจิตวิญญาณอิสระของศิลปินเหี้ยนหาย ทำลายหน่ออ่อนแห่งความหลากหลายของปัจเจกชน จนกลายเป็นพิมพ์เดียวกันไปหมด แต่ความจริงค่ายเพียงแค่สอนพื้นฐาน และตำราก็เป็นสิ่งที่โยนทิ้งได้  แต่ขอให้เป็นหลังจากที่เธอรู้จักและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว  และเธอโยนมันทิ้งก็เพื่อจะไปให้ไกลกว่านั้น

ปิดโหมดสีเทา