
ทีแรกตั้งใจจะเขียนถึงเขาหินปูนในลาวอีกสักตอน…
มาคิดอีกที…แล้วทำไมไม่หันมาดูในบ้านเราบ้างล่ะ เทือกเขาหินปูนในเมืองไทยก็น่าสนใจไม่แพ้เพื่อนบ้าน ไม่ต้องไปไหนไกล แค่สระบุรีนี่เอง…ผ่านไปเห็นมีแต่โรงปูนเต็มไปหมด ใครจะไปนึกได้ว่า มีของดีซ่อนอยู่บนภูเขาแถบนั้นเหมือนกัน
อย่างน้อยก็นกจู๋เต้นเขาปูนตัวนึง…
นกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี (ภาพ : สมิทธิ์ สุติบุตร์)
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักนกจู๋เต้นเขาปูน (Limestone Wren Babbler / Napothera crispifrons) กันก่อน นกชนิดนี้เป็นพวกนกกินแมลงที่มีจุดเด่นตรงอาศัยอยู่เฉพาะตามเขาหินปูนเท่านั้น พบกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศพม่า ไทย ลาว และเวียดนาม เมืองไทยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ N.c. crispifrons พบทางภาคเหนือและตะวันตก และ N.c. calcicola ซึ่งอาศัยอยู่เฉพาะแถบ จ. สระบุรีเท่านั้น – ไม่พบในพื้นที่อื่นอีก
เมื่อพบเฉพาะละแวก จ. สระบุรี นกจู๋เต้นเขาปูนชนิดย่อย calcicola จึงเป็นนกเฉพาะถิ่นของประเทศไทยไปด้วย ถ้าเรียกให้เต็มยศก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า นกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี!!!
สมัยก่อน นกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรีถือว่าหาดูได้ไม่ยากตามเขาหินปูนแถบ อ. แก่งคอย ที่ จ. สระบุรี…พื้นที่แห่งหนึ่งที่นักดูนกเคยไปดูกันบ่อยมาก (แต่ต้องย้อนไป 20 กว่าปีแล้ว) อยู่ที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ ตรงทับกวาง แยกจากถนนมิตรภาพเข้าไปไม่ไกล
น่าเสียดาย! ภายหลังเทือกเขาหินปูนสองฝั่งถนนมิตรภาพโดนระเบิดย่อยสลายกลายสภาพเป็นปูนซีเมนต์ไปมาก พลอยให้ถิ่นอาศัยของนกโดนรบกวน ทำให้หาดูยากขึ้น – จนถึงขั้นสูญหายไปจากหลายพื้นที่
กระทั่งมีรายงานถิ่นอาศัยของนกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรียังเหลืออยู่ที่เขาพระพุทธบาทน้อย
————————————————————-

เขาพระพุทธบาทน้อยเข้าไปทางตัวอำเภอแก่งคอย พอข้ามแม่น้ำป่าสัก แยกซ้ายและเลี้ยวขวาไปอีก 7 กม. จะเห็นเทือกเขาหินปูนตระหง่านเป็นหมายรออยู่เบื้องหน้า – ให้ตรงตามถนนไปถึงลานวัดเขาพระพุทธบาทน้อยได้เลย
บริเวณวัดเขาพระพุทธบาทน้อยถือว่าเป็นจุดที่เห็นนกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรีได้ง่ายที่สุด พอไปถึงก็ไม่ต้องรีรอ ให้เดินขึ้นบันไดนาคที่สร้างเลียบเขาหินปูนขึ้นไปยังถ้ำพระใหญ่ แล้วคอยมองหานกตามโขดหินสองข้างบันได สักประเดี๋ยวจะได้ยินเสียงร้องหวานๆ ตามประสานกกินแมลงแว่วมา มองตามเสียงไปได้เลย รับรองต้องเห็นนกจู๋เต้นเขาปูนอยู่แถวนั้น เพราะนกชอบออกมากระโดดจิกกินแมลงตามโขดหินไปเรื่อยๆ – สมกับชาวบ้านตั้งชื่อให้เรียกง่ายๆ ว่า นกแคะหิน
ไปกี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยพลาด – แสดงว่าประชากรของนกจู๋เต้นเขาปูนน่าจะมีอยู่มากที่นี่ นอกจากบริเวณวัดเขาพระพุทธบาทน้อยแล้วยังไปดูที่วัดพระธาตุเจริญธรรมซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขาได้ง่ายๆ เช่นกัน
ตุ๊กกายหางขาว (ภาพ : นณณ์ ผาณิตวงศ์)
ความชุกชุมของนกจู๋เต้นเขาปูนเป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันความสมบูรณ์ของเขาพระพุทธบาทน้อยได้อย่างดี เมื่อรวมกับสัตว์และพืชเฉพาะถิ่นอีกหลายชนิดที่สำรวจพบบนเทือกเขาแห่งนี้ เช่น หนูขนเสี้ยนเขาหินปูนพันธุ์สระบุรี ตุ๊กกายหางขาว แมงกระดานถ้ำโมงนาที บุกม่วง โมกราชินีฯลฯ ย่อมแสดงถึงความสำคัญของเขาพระพุทธบาทน้อยในฐานะที่เป็นศูนย์รวมความหลากหลายของชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นของประเทศไทย
————————————————————–

เมื่อหันไปมองเทือกเขาหินปูนอื่นๆ ใน จ. สระบุรี ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยบาดแผลจากแรงระเบิดตามสัมปทาน – ภาพจากสองฟากถนนมิตรภาพแสดงไว้ชัดเจน จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่เทือกเขาพระพุทธบาทน้อยยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่ได้ คุณค่าตรงนี้เป็นผลจากการมุ่งมั่นอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนมานานกว่า 30 ปี
จุดเริ่มต้นการอนุรักษ์เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านเขาพระพุทธบาทน้อยปฏิเสธผลประโยชน์ที่แลกกับการระเบิดหินเพื่อทำเหมือง แกนนำชุมชนจึงได้ชักชวนชาวบ้านให้ร่วมกันดูแลป้องกันการบุกรุกทำลายขุนเขา จนนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนในปี พ.ศ. 2545 เพื่อช่วยกันดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง กระทั่งได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวในปีต่อมา
ไม่เพียงเท่านั้น ชุมชนเขาพระพุทธบาทน้อยยังได้สร้างศูนย์ศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศเขาหินปูนขึ้นที่โรงเรียนเขาพระพุทธบาทน้อย สำหรับเป็นฐานข้อมูลให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ ควบคู่ไปกับทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อเป็นทางเดินศึกษาระบบนิเวศของป่าเขาหินปูน โดยเฉพาะพันธุ์ไม้หายากนานาชนิด
เส้นทางนี้ยังเหมาะสำหรับเดินดูนกจู๋เต้นเขาปูนได้อีกทางหนึ่งด้วย
——————————————————————-
การดำรงอยู่ของเขาพระพุทธบาทน้อยนับเป็นตัวแทนช่วยยืนยันถึงความหลากหลายทางธรรมชาติของเขาหินปูนในเมืองไทยว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้ที่อื่นใด ขณะเดียวยังเป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เราจึงได้เห็นเทือกเขาหินปูนลูกนี้ตั้งตระหง่านเป็นมรดกทางธรรมชาติของชาวสระบุรีและคนไทยอยู่ถึงวันนี้…
นอกจากที่เขาพระพุทธบาทน้อยแล้ว ยังมีที่วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) อีกแห่งหนึ่งด้วยนะคะที่อนุรักษ์พื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่เป็นแหล่งต้นน้ำ A1 ในพื้นที่แถบโรงปูนสระบุรีด้วยนะคะ ที่จริงนอกจากจะมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์อยู่ทางหลังวัดที่พร้อมจะให้ผู้คนไปเดินป่าโดยที่มีพรานตัวจริงนำทางแล้วยังมีโบราณสถานคือถ้ำโบราณที่จารึกอักษรปัลลวะอยู่ด้วยค่ะ
อยากให้ลองแวะไปดูแล้วจะไม่ผิดหวังกับสภาพความสมบูรณ์ของป่าและนกตามธรรมชาติค่ะ เส้นทางไปก็ง่ายมากๆเลย ไปทางเดียวกับพุทธบาทสระบุรีแต่เลี้ยวซ้ายตรงแยกพระลานไปทางอ. ท่าเรือค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีป้ายบอกทางค่ะ
I think this web site holds very excellent pent content content.