เปิดบันทึกที่คุกเฟือง (2)

ก่อนเข้าสู่กรุงฮานอย ต้องข้ามแม่น้ำแดงบนสะพานทังลองเสียก่อน แม่น้ำสายนี้กว้างใหญ่มาก ถือเป็นเส้นเลือดสำคัญของเวียดนามตอนเหนือ ชื่อฮานอยก็ได้มาจากแม่น้ำแดงนี่เอง ในภาษาเวียด “ฮา” หมายถึง แม่น้ำแดง และ “นอย” หมายถึงข้างใน มิน่าฮานอยถึงได้รับขนานนามว่า “ดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำแดง”

ทันทีที่ลงจากสะพานทังลอง ชาวฮานอยก็ต้อนรับพวกเราด้วยขบวนมอเตอร์ไซค์แน่นถนน พร้อมเสียงแตรดังประชันแข่งกันเหมือนงานเฉลิมฉลอง คราวนี้เชื่อแล้วว่า เวียดนามเป็นเมืองหลวงของมอเตอร์ไซค์จริงๆตัวเลขมอเตอร์ไซค์ของเวียดนามมีมากกว่า 10 ล้านคัน เป็นรองแค่จีนและอินเดีย (แน่ละ ประชากรมากกว่าตั้งหลายเท่า) ต้องบอกว่าความหนาแน่นของมอเตอร์ไซค์ตามเมืองใหญ่อย่างฮานอยหรือโฮจิมินห์ ซิตี้นั้นมากมายมหาศาล พวกนักบิดยังทำตัวเป็นเจ้าถนน ขับขี่อย่างไร้ระเบียบ แทบไม่สนใจกฎกติกา การจราจรเลยติดขัดและสับสนวุ่นวาย สร้างปัญหาให้กับการเดินทางในเมืองอย่างยิ่งยวด
เวลาข้ามถนนที่ฮานอยเป็นช่วงสยองขวัญสุดๆ ใครชอบเรื่องหวาดเสียวท้ามฤตยูขอเชิญได้ – มีข้อแนะนำสำหรับคนที่ไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งกลางถนนเมืองฮานอย อย่างแรกให้ลืมกฎเหลียวซ้าย-แลขวาก่อนข้ามถนนไปได้เลย เพราะถ้ามัวรอรถว่าง มีหวังได้ข้ามหลังสี่ทุ่ม
เมื่อตัดสินใจข้ามถนน จงตั้งสติให้มั่น แล้วเดินไปรวดเดียวให้ถึงจุดหมายฝั่งตรงข้าม ไม่ต้องรีรอหวังให้รถหยุด พอเห็นคนข้ามถนน พวกนักบิดจะขับอ้อมหลังไปเอง เรื่องหยุดรอให้เดินข้ามไปก่อนน่ะ ไม่มีเสียหรอก
อันนี้พอเข้าใจได้ ถ้ามีมอ’ ไซค์หยุดซักคัน คงได้ชนกันล้มเป็นแพ
ไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์ ผู้คนและตึกรามบ้านช่องในกรุงฮานอยก็แออัดจริงๆ ตึกใหญ่ๆ มีไม่น้อย ที่กำลังผุดขึ้นมาก็มาก นามบอกว่าตอนนี้เวียดนามกำลังเร่งสร้างประเทศอย่างรวดเร็ว การขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ผู้คนจากชนบทหลั่งไหลเข้ามาหางานทำในเมือง ส่งผลให้ประชากรของฮานอยมีมากกว่า 5 บ้านคน แต่ยังเป็นรองกรุงเทพฯ ตั้งครึ่งนึง

ร่องรอยเมืองเก่าของฮานอยปรากฏให้เห็นจากตึกทรงโคโลเนียลอายุนับร้อยปี ตึกเหล่านี้สร้างตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ถึงตอนนี้ได้รับการบูรณะและดูแลรักษาอย่างดี ส่วนใหญ่ใช้เป็นสถานที่ราชการและสถานทูตของมิตรประเทศ แต่ละตึกทาสีเหลืองโดดเด่นแวดล้อมต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ต้นไม้เหล่านี้น่าจะมีอายุไล่เลี่ยกับตึกเก่า เติมความขลังให้กับฮานอยสมกับเป็นเมืองเก่าแก่ น่าเดินเที่ยวชมสมวัย
ตามตึกและร้านรวงทั่วไปเห็นป้ายเขียน Com Pro ได้รับคำแนะนำว่า อย่าเผลอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร้านคอมพิวเตอร์ ตัวหนังสือเกลื่อนเมืองนี้เป็นชื่ออาหารตามสั่งตำรับเวียดนาม Com ออกเสียงแบบเวียดว่า “เกิม” หมายถึงข้าว ส่วน Pro ก็คือ “เฝอ” หรือก๋วยเตี๋ยวเวียดนามนั่นเอง บางร้านมี Bun หรือ “บุ๋น” เป็นขนมจีนเพิ่มอีกอย่าง
เฝอถือเป็นอาหารคู่เมืองเวียด มีขายทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่หาบเร่ริมทางไปจนถึงร้านหรู มีให้เลือกทั้ง “เฝอโบ่” (Pro Bo) หรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว ถ้าอยากกินก๋วยเตี๋ยวไก่ก็ต้องสั่ง “เฝอก่า” (Pro Ga) ส่วนเนื้อหมูพอมีบ้าง แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม

เราชิมเฝอเป็นอาหารมื้อแรกให้สมกับมาถึงเวียดนาม ไกด์หนุ่มคุยนักคุยหนาว่าร้านที่พาไปเป็นหนึ่งในบรรดาเจ้าอร่อยที่สุดของฮานอย น่าเสียดายร้านนี้ขายแต่เฝอก่า อกชิมเฝอบ่อตามตั้งใจ หน้าตาของเฝอก๋วยเตี๋ยวน้ำใสดีๆ นี่เอง ใส่เส้นเล็กมากับเนื้อสัตว์เท่านั้น ไม่มีผักหรือเครื่องเคราอื่นปนมาด้วย โรยแค่โคนหอมซอยให้พอมีกลิ่นหอม เน้นน้ำซุปหวานอร่อยเป็นหลัก
ทีแรกคิดว่าคงมาจากน้ำต้มกระดูกแบบน้ำซุปทั่วไป พอออกมาเห็นผงสีเหลืองพูนชามอยู่ในตู้หน้าร้าน ชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าที่ซดเสียคล่องคอ เพราะหวานผงเคมีนี่หรือเปล่า!!!
พฤศจิกายน 17th, 2009 at 9:53 pm
สวัสดีค่ะพี่เอ … แหม่ อ่านแล้วก็ให้นึกถึงเฝอเนื้อที่ไปกิน ไม่ได้ชวนจดจำเท่าไหร่ แต่ขอบอกว่ามีร้านเด็ดขายขนมจีนหมูย่าง อร่อยโคตร แบบว่าอยู่ฮานอยเจ็ดวัน ตื่นเช้ามาต้องพาปากไปเหม็นกระเทียมร้านนี้ก่อนเลย เป็นเส้นขนมจีนมาในน้ำซุป ลอยหน้าด้วยหมูย่างเกรียมกำลังดี มีกระเทียมกับพริกสับให้ต่างหาก โอ้ย อร่อย
จำน้องกอฟได้บ่
พฤศจิกายน 18th, 2009 at 3:54 pm
อ้าว! กินเนื้อด้วยเหรอ…นึกว่าทานแต่พวกมังฯ (ฮา)
อิอิ…ไปฮานอยมาสองครั้ง…ได้กินเฝอก่าแค่ 2 ชาม…ก็ต้องรีบเผ่นเข้าป่าไปดูนก (จากนั้นก็กินอาหารชุดที่เค้าจัดไว้ให้) ไม่ได้ชิมอาหารอื่นๆ ในเมือง ให้สมอยาก…ยังเสียดายอยู่เนี่ย
ถ้าไปอีกคราวหน้า…(เล็งที่ดูนกแห่งใหม่ชายแดนจีนไว้แล้ว)
ต้องขอลายแทงขนมจีนหมูย่างจานเด็ดที่ว่าซักหน่อย – จะหง่อนหลำจิงอ๊ะป่าว
เจ้รู้ป่าวว่า ผศ. กลับมาแล้วนะ – นัดเจอกันสักทีดิ
เมษายน 12th, 2010 at 10:09 am
น่าลองไปเที่ยวดูเหมือนกันค่ะ