rulururu

post แด่…หิ่งห้อยผู้จากไป

December 17th, 2007

Filed under: Uncategorized — little silent @ 5:20 pm

vanida.jpg

เด็กรุ่นหลังๆ อาจรู้จักเธอแต่เพียงผิวเผิน แต่สำหรับคนหนุ่มสาวรุ่นหนึ่ง รู้จักเธอดีในต่างกรรมต่างวาระ

นึกย้อนกลับไป ถามว่าตัวเรารู้จักพี่มดครั้งแรกเมื่อไรนั้น ในความทรงจำอันแจ่มชัด บอกได้คำเดียวว่า ใน “ม็อบ”–โรงเรียนการเมืองและมหาวิทยาลัยชีวิตของหลายคน

เมื่อตอนไปม็อบครั้งแรกยังเรียนปี ๑ ที่ธรรมศาสตร์ เป็นครั้งที่สมัชชาคนจนมาชุมนุมใหญ่ ๙๙ วัน  ในครั้งนั้น รุ่นพี่จากวายทีไปจัดกิจกรรมกับเยาวชนในม็อบ ก็มีโอกาสได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย

เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับแกนนำ เยาวชน และชาวบ้านหลายๆ คนจากหลายๆ ที่ หลายกลุ่มปัญหา และวัฒนธรรมการเมืองบนท้องถนนอย่างจริงจัง

รวมถึงคนคนหนึ่งที่เราได้รู้จัก และเคารพศรัทธามาตลอด ก็คือพี่มดนี้เอง

ไม่ว่าจะมีม็อบอีกกี่ครั้ง ทุกครั้งก็จะพบเธอผู้นี้  นอนกลางดินกินกลางทราย ร่วมหัวจมท้ายกับพี่น้องอย่างมิเคยยกตนสูงกว่าดังเช่นเอ็นจีโอหลายๆ คน

ทุกครั้งที่ไปเยือนหมู่บ้านแม่มูนมั่นยืนที่สันเขื่อนปากมูล ไม่ว่าจะไปทำค่าย ไปร่วมชุมนุมยึดเขื่อนกับชาวบ้าน ไปร่วมเดินเท้าทางไกล  ทุกครั้งก็ต้องได้พบเธอผู้นี้

สำหรับเรา ไม่ว่าจะห่างหายไปนานแค่ไหน เมื่อกลับไปเจอพี่มดอีก แกก็ยังทักทาย “ไอ้แฝด” ด้วยความเป็นกันเองอยู่เสมอ

เมื่อครั้งชาวบ้านปากมูนยึดรถไฟมาชุมนุมที่สวนสราญรมย์ กรุงเทพฯ  ครั้งนั้นตรงกับงานบอลประเพณี พี่มดไม่รีรอจะนัดคุยกับพวกเรานักศึกษา ขอให้ปัญหาชาวบ้านปากมูนได้ไปอยู่ในขบวนพาเหรดล้อการเมืองสมัยนั้นด้วย

ในครั้งนั้น พี่มดกับชาวบ้านตระเตรียมเครื่องมือประมงพื้นบ้านและมาร่วมเขียนป้ายผ้ากันที่ตึกกิจ เสร็จสรรพก็ราวเที่ยงคืนจะกลับไปที่ชุมนุมอีกครั้ง แต่ประตูด้านหอใหญ่ปิดแล้ว เจรจากับยามไม่ได้ผล พี่มดก็นำทีมพวกเราปีนข้ามรั้วประตูกลับออกมา โดยที่ยามได้แต่ยืนงง  เป็นภาพความประทับใจอย่างหนึ่งสำหรับเรา

เมื่อครั้งหมู่บ้านแม่มูนฯ ถูกอันธพาลบุกเผายามวิกาล หลังจากนั้นเรากลับไปเยี่ยมเยียนพ่อใหญ่แม่ใหญ่อีกครั้ง  ค่ำคืนหนึ่ง พี่มดยังเอาบทกวีของพวกเรา ที่ลงพิมพ์ในสาส์นวัชพืช ไปอ่านให้ชาวบ้านฟังอย่างฮึกเหิม เป็นความทรงจำมิรู้ลืมสำหรับเรา

เมื่อคราวชาวบ้านปากมูนเดินเท้าทางไกลที่จังหวัดอุบลฯ เราก็ได้เห็นพี่มดร่วมเดินกับชาวบ้านในทุกวันทุกเวลา พร้อมกับแจกใบปลิวให้คนได้รับรู้ปัญหาและทุกข์ยากของพี่น้อง

แม้เมื่อเรามีอันต้องกลับออกมาก่อนด้วยภารกิจเรื่องเรียน จำได้ว่าพี่มดยังฝากฝังให้ช่วยเขียนเผยแพร่เรื่องราวของชาวบ้านที่ไม่เคยเป็นข่าวในหน้าสื่อเลย

และข้อเขียนชิ้นนั้นก็ได้ลงสื่อหนังสือพิมพ์ดังที่พี่ฝากฝัง ไม่รู้ว่าพี่จะได้เห็นมันหรือไม่

เมื่อครั้งที่ชาวบ้านบุกปีนทำเนียบแล้วเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเรายังมีโอกาสได้ทำสื่อรณรงค์ จัดนิทรรศการ “คนจนไม่ใช่คนอื่น” ซึ่งมาจากปณิธานที่พี่มดให้ไว้กับสังคมไทยเมื่อหลายปีที่แล้ว  และยังจัดเวทีเชิญอาจารย์ นักธุรกิจ มาให้กำลังใจชาวบ้าน

พี่มดสนับสนุนรุ่นน้องนักศึกษาอยู่เสมอมา ด้วยใจเมตตา

ไม่ว่าครั้งใดที่ได้ข่าวพี่น้องมาชุมนุม ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะอยู่นิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อนได้ เพราะมีพี่มดเป็นแบบอย่างเสมอ
กับอุดมการณ์ทำเพื่อผู้อื่นมาตลอดนั้น

ไม่มีเลยสักครั้งที่พี่มดจะทำตนมีอภิสิทธิ์เหนือชาวบ้าน อย่างที่เอ็นจีโอหลายๆ คนเป็น

เดินก็เดินกับพี่น้อง กินก็กินร่วมกับพี่น้อง นอนกับดินเยี่ยงพี่น้อง

เป็นคนที่เรานับถือศรัทธาด้วยหัวใจ

ขอให้พี่เดินทางไกลสู่โลกหน้า…เพียงอยากกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย

post เที่ยวเวียดนามเหนือ เมื่อมวลไม้ผลัดใบ (จบ)

September 12th, 2007

Filed under: Uncategorized — little silent @ 10:39 am

dscn4909ncopy.jpgdscn3964n-copy.jpgdscn4017n-copy.jpg 

ภูเขาและนาข้าวที่นิงห์บิงห์

จากฮานอยเรามุ่งสู่ทางใต้ ๙๓ กิโลเมตร จุดหมายคือจังหวัดนิงห์บิงห์ (Ninh Binh) เมืองเก่าแก่ที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติ กล่าวคือ มีพื้นที่ชุ่มน้ำในอาณาเขตอันไพศาลจนถูกขนานนามว่า “อ่าวฮาลองบนแผ่นดิน” หรือ “ฮาลองบก”  เป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์แปลกตา ทั้งเทือกเขา เนินเขาหินปูน ที่ราบต่ำ และนาข้าว

ระหว่างนั่งรถเลียบแม่น้ำแดงผ่านจังหวัดฮาไต  ลุงดอนเล่าว่าจังหวัดนี้ได้ชื่อว่าถูกกระหน่ำด้วยระเบิดอย่างหนักไม่แพ้ที่ใด แต่ผู้หญิงฮาไตก็ยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกาตกหลายลำ ยังมีบทเพลงสรรเสริญความกล้าหาญของผู้หญิงฮาไตอยู่จนทุกวันนี้

นิงห์บิงห์ เป็นเมืองติดชายฝั่งทะเล  เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนามก็หมายไว้ว่า ถิ่นนี้เป็นถิ่นที่ดีที่สุดที่จะเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ฝรั่งเศสได้สร้างโบสถ์คริสต์คาทอลิกขึ้นที่นี่เป็นโบสถ์หลังแรกของเวียดนามที่ยังคงหลงเหลืออยู่  ปัจจุบันนิงห์บิงห์ฟื้นตัวขึ้นจนกลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่มาฮานอยต้องไม่พลาด  เนื่องจากเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยยอดเขา ๙๙ ยอด จึงถือกันว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์  คณะปฏิวัติของโฮจิมินห์ก็ได้เคยตั้งฐานทัพขึ้นที่นี่เป็นแห่งแรกในการศึกเดียนเบียนฟู

(more…)

post เที่ยวเวียดนามเหนือ เมื่อมวลไม้ผลัดใบ (๒)

September 11th, 2007

Filed under: Uncategorized — little silent @ 5:09 pm

dscn4070ncopy.jpgdscn4146n-copy.jpgdscn4179n-copy.jpg 

บัคฮา สีสันของเผ่าชน 

เราเดินทางออกจากซาปาเข้าสู่จังหวัดลาวไก เมืองพรมแดนระหว่างเวียดนามกับจีน  พรมแดนนี้ถูกปิดในช่วงปี ๑๙๗๙ ระหว่างสงครามจีนกับเวียดนาม  จนถึงปี ๑๙๙๓  การเปิดพรมแดนใหม่ได้เปลี่ยนให้ลาวไกเป็นทางผ่านสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางข้ามไปมาระหว่างฮานอยกับคุนหมิงของจีน ซึ่งห่างกันเพียงแม่น้ำกั้น  ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของเวียดนาม จะเดินทางมาโดยรถไฟข้ามประเทศเป็นส่วนใหญ่

นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ลาวไกยังเป็นแหล่งอุตสาหกรรมส่งออกแร่อาเปอร์ไทต์  ตลอดเส้นทางมีการระเบิดภูเขาเป็นระยะๆ เพื่อเอาหินไปสร้างทางทำถนน รับกับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง  

(more…)

post เที่ยวเวียดนามเหนือ เมื่อมวลไม้ผลัดใบ (๑)

June 17th, 2007

Filed under: Uncategorized — little silent @ 9:28 pm

dscn4921n-copy.jpgvietnam01.jpgdscn4179n-copy.jpgdscn3934n-copy.jpg

“เวียดนามเปลี่ยนลุกส์ทุกวัน ทุกสิ่งกำลังสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด”

ลุงดอน ดาวชัย (Dao Quy Don) ไกด์ชาวเวียดนามบรรยายให้เราฟังถึงทัศนียภาพสองข้างทางจากสนามบินนอยไบมุ่งสู่ฮานอยอย่างภาคภูมิใจ พร้อมชี้ให้ดูอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อเตรียมการประชุมเอเปกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เวียดนามในยามนี้กำลังผงาดขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย ตลอดทางสู่ฮานอยเราจึงเห็นการก่อร่างสร้างเมืองใหม่เพื่อรองรับกระแสการพัฒนาสู่ความทันสมัย

เรามาเยือนเวียดนามเหนือในต้นฝน (พฤษภาคม ๒๕๔๙) ยามที่สายลมหอบเอาความเปลี่ยนแปลงทั้งมวลมาสู่ประเทศนี้ นอกจากความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรุดหน้าแล้ว การท่องเที่ยวก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ทางการเวียดนามให้ความสนใจไม่แพ้กัน โดยได้กำหนดให้ปี ๒๐๐๖ เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยวเวียดนาม” และแน่นอน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮานอยย่อมไม่พลาดแพ็กเกจทัวร์เวียดนามเหนือที่เรากำลังพาคุณไปสัมผัส
(more…)

ruldrurd
© , Web Design by Laurentiu Piron
Entries (RSS) and Comments (RSS)