ดวงตะวันที่เส้นขอบฟ้า…บ่อนอก

img_6870copy2

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

อีก ๑๐ นาทีจะถึงเวลาหกโมงเช้า ยามนี้ที่ไกลโพ้นตรงเส้นขอบฟ้าบรรจบกับขอบทะเลอันเวิ้งว้างเริ่มปรากฏแสงสีส้มแดงระเรื่อ  ไม่นานนัก ตะวันดวงกลมโตเริ่มโผล่พ้นจากเส้นขอบน้ำ เหมือนไข่แดงสุกค่อยๆ เปล่งขึ้นจากขอบฟ้า  นกทะเลเริ่มออกบินเป็นคู่พาดผ่านแผ่นฟ้ากว้าง  เรือประมงน้อยใหญ่เริ่มเคลื่อนกลับสู่ฝั่งจากที่ออกทะเลไปเมื่อค่ำคืน  เรือพายลำเล็กเริ่มออกสู่ทะเลไปหาอยู่หากิน  ภาพเบื้องหน้างดงามราวภาพสีน้ำบนผืนผ้าใบที่จิตรกรรังสรรค์ขึ้นจากปลายพู่กันชั่วพริบมือ

เรามาถึงบ่อนอกเมื่อบ่ายวานโดยขบวนรถไฟธนบุรี-หลังสวน  รถจอดที่สถานีบ่อนอก พี่กระรอก-กรณ์อุมา พงษ์น้อย ขับรถกระบะมารับเราสู่ครัวชมวาฬ  เราพักที่บ้านพักริมทะเลชื่อ “บ้านปลาทู”–กระท่อมหลังเล็กๆ มีเปลญวนผูกอยู่หน้าที่พัก  ลมทะเลพัดโชยตลอดทั้งวัน เสียงคลื่นกระทบฝั่งชวนให้ใจสงบลงได้ชะงัด 

ว่ากันว่าหาดบ่อนอกเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้นยิ่งกว่าหาดใดๆ  เนื่องจากเป็นหาดที่เงียบสงบ เหยียดยาวกว่า ๗ กม.  สามารถเดินทอดน่องได้เรื่อยๆ ตลอดแนวหาด  ที่สำคัญนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน นับว่าเหมาะอย่างยิ่งแก่การมาพักกายใจจากการงานอันเหนื่อยล้า

สำหรับคนเมืองกรุง ที่นี่อาจเป็นเพียงที่พักใจชั่วครั้งคราว

หากสำหรับชาวบ่อนอก ทะเลแห่งนี้คือ “บ้าน” ที่พวกเขาต้องปกปักรักษายิ่งชีวิต

เฉกเช่นชีวิตหนึ่งที่เมื่อเกือบ ๕ ปีก่อนได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ หากวิญญาณของเขายังอยู่ในใจชาวบ่อนอกทุกคน

ชื่อของเขาคือ เจริญ วัดอักษร

เพราะการต่อสู้เพื่อพิทักษ์ทรัพยากรทะเลหน้าบ้านจนทำให้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องยกเลิกไป เป็นเหตุให้เจริญตกเป็นเป้าของบรรดาผู้มีอิทธิพลที่สูญเสียผลประโยชน์มหาศาล และเลือกที่จะใช้อำนาจเถื่อนดับชีวิตเขา

หากแต่คนเหล่านั้นคงไม่รู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า “ตายสิบเกิดแสน”

เพราะวันนี้ จิตใจต่อสู้แบบเจริญได้เข้าไปอยู่ในใจคนบ่อนอกนับร้อยนับพัน  ไม่มีเจริญแล้ว พวกเขาก็ยังสู้

และวันนี้ ความกล้าหาญของเจริญได้ประทับอยู่ในใจคนทั้งประเทศ ผ่านการสานต่อเจตนารมณ์โดยผู้หญิงตัวเล็กๆ ผู้เป็นภรรยา–กรณ์อุมา พงษ์น้อย และลูกสาว
จนทำให้วันนี้ ทะเลบ่อนอกเป็นที่รู้จักของสาธารณชน  ผู้คนที่ได้เดินทางมาเยือนต่างก็พร้อมจะร่วมต่อสู้เพื่อพิทักษ์ทรัพยากรแห่งท้ายๆ ที่เหลืออยู่นี้  จากปากต่อปาก มือสู่มือ ใจสู่ใจ กลายเป็นพลังโถมถั่งดุจเกลียวคลื่น

จากสี่แยกบ่อนอกที่เจริญถูกยิงตาย เราโบกรถเข้าตัวเมือง 

ประจวบเป็นเมืองเล็กๆ  เดินเล่นชมเมืองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหนะ  ความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถนนหน้าหาดได้ถูกจับจองด้วยรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร  แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านร้านตลาดก็ยังมีที่ทางทำมาหากิน และยังคงตัวตนของท้องถิ่นไว้ไม่สูญหาย  ข้างทางมีป้ายติดเป็นระยะว่า “คนประจวบไม่ต้องการแมคโคร โลตัส คาร์ฟูร์”    

ดูเหมือนว่าคนแถบถิ่นนี้จะไม่เชื่อใน “การพัฒนา” ภายใต้กระแสทุนนิยมที่ถั่งโถมรุกกลืนชีวิตคนเมืองหลวงไปทุกขณะแล้ว

เมื่อฟ้าสาง ดวงตะวันขึ้นที่เส้นขอบฟ้า…บ่อนอก

ตกเที่ยง ตะวันดวงนี้โผล่พ้นกลางแผ่นฟ้า…เมืองประจวบ

ยามเย็น เรากลับมาทันเห็นอาทิตย์ลับขอบตึก…ณ ใจกลางมหานคร

ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด เราต่างมองตะวันดวงเดียวกัน

Tags: , , , , ,

4 Responses to “ดวงตะวันที่เส้นขอบฟ้า…บ่อนอก”

  1. NonbiriKay says:

    จริงด้วยเนอะ…
    ตะวันดวงเดียวกันแท้ๆ

    บางวันเราเห็นตะวันสวยกว่าวันอื่นๆ
    เพียงแค่ลองเปลี่ยนสถานที่ยืนของตัวเอง

  2. yuttipung says:

    ^
    ^
    😆 อัฐยายซื้อขนมยาย

    ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่ว่าตะวันในเมืองไม่สวย แต่ชีวิตบางคนอาจไม่เคยคิดจะลุกไปมองดวงตะวันด้วยซ้ำเพราะจมกับงาน และหมกมุ่นกับสารพัดเรื่อง

    เหมือนกับเรื่องบ่อนอก คนเมืองอย่างเราๆ หลายคนก็ไปตัดสินความเชื่อบางอย่างของคนท้องถิ่นแทน ทั้งที่เราอาจไม่เคยไปสัมผัส

  3. sopon says:

    กรณีบ่อนอก ถ้าทุกชุมชนต่างอ้าง “รักท้องถิ่น” ขวางการพัฒนาชาติ จะทำอย่างไรดี???
    http://arayachon.org/forum/arayachon/1383

    .
    [img]http://webboard.mthai.com/upload_images_new/2007-08-13/339799.jpg[/img]

  4. Hello to every body, it’s my first pay a visit of this blog;
    this website carries remarkable and in fact good stuff designed for
    readers.

Leave a Reply