สารคดีพิเศษ
-
โรงเรียนกวดวิชา ปัจจัยที่ห้าของครอบครัวยุคใหม่
เด็กที่ในมือถือตำราเรียนคนนั้นไม่ได้ลงที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม และหากเราสะกดรอยตามจะพบว่าเขาลงอีก ๒ สถานีถัดไป
-
พลิกประวัติศาสตร์บาดแผล ไทย-กัมพูชา “ความเมืองเรื่องเขาพระวิหาร”
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์ ข้อมูลพื้นฐาน ปราสาทพระวิหาร ที่ตั้ง : เทือกเขาพนมดงแร็ก อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ยอดผาเป้ยตาดี ความสูง ๖๕๗ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ๑๑๐ กิโลเมตร พิกัดภูมิศาสตร์ (Datum: WGS84) : ๑๔ องศา ๒๓ ลิปดา ๒๘.๒๖ ฟิลิปดาเหนือ ๑๐๔ องศา ๔๐ ลิปดา ๔๘.๙๒ ฟิลิปดาตะวันออก อายุ : ประมาณ ๙๐๐-๑,๐๐๐ ปี ระยะเวลาการก่อสร้าง : ประมาณพุทธศักราช ๑๔๓๖-๑๕๙๓ (รัชสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ ถึงพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑) ผู้ครอบครอง : พ.ศ. ๑๔๓๖-๑๗๒๓ เป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ พ.ศ. ๑๗๒๔-๒๔๔๘ ถูกทิ้งร้าง พ.ศ. ๒๔๔๙-๒๔๘๓ ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๗ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ไทยได้คืนจากฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๙๖ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ไทยคืนให้ฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๕ ไทยส่งกำลังทหารเข้าไปครอบครอง พ.ศ. ๒๕๐๕-ปัจจุบัน กัมพูชาครอบครองตามคำพิพากษาของศาลโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุบนเขาพระวิหารที่นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเกี่ยวเนื่องกับตัวปราสาท ภาพสลักบนหน้าผามออีแดง : ภาพสลักนูนต่ำรูปเทพบุรุษและสตรีในท่านั่งเรียงกัน ๓ องค์ และมีส่วนที่ยังสลักไม่เสร็จ สถูปคู่ : เป็นสถูป ๒ องค์ ก่อสร้างด้วยหินทราย ลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สูง ๔.๒๐ เมตร ส่วนยอดมนข้างในมีโพรงบรรจุสิ่งของ คนท้องถิ่นเรียก “พระธาตุ” คาดว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของปราสาทพระวิหาร สระตราว : สระน้ำขนาดใหญ่ คาดว่ามีสถานะเทียบเท่าบาราย (แหล่งเก็บน้ำในอารยธรรมขอม มักสร้างใกล้ปราสาทหิน)บริเวณใกล้เคียงยังพบร่องรอยการตัดหินเพื่อนำไปสร้างปราสาท ทั้งนี้…
-
ผลงานคัดสรรโครงการค่ายนักเขียนสารคดีสะท้อนปัญหาสังคม ครั้งที่ ๒ : หอพัก ชีวิตอิสระบนเส้นด้ายของสิงห์ขี้ยา
ขณะรถเมล์สองแถวสายศาลายา-นครชัยศรี ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากท่ารถ ผมนั่งหลับตานึกถึงทุ่งนาทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่ม
-
โลกร้อน ความจริงที่ทุกคนต้อง – ๑๐ คำถามโลกร้อนที่ทุกคนต้องรู้, ๑๐ วิธีในการช่วยลดภาวะโลกร้อน
เรื่อง : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ / ภาพประกอบ : อ้อย กาญจนะวณิชย์ ๑. สาเหตุของการเกิดโลกร้อนคืออะไร เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลกยังไม่มีความเข้มข้นมากนัก คลื่นความร้อนจึงสะท้อนออกนอกโลกได้มาก กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ทำให้ก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศของโลกมีความเข้มข้นขึ้น คลื่นความร้อนจึงสะสมอยู่บริเวณพื้นผิวโลก ภาวะโลกร้อน ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งพูดกันหรือเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ปัญหาโลกร้อนได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว นับแต่ที่มนุษย์เริ่มรู้จักเครื่องจักรไอน้ำและนำเอาเชื้อเพลิงฟอสซิล อันได้แก่ ถ่านหิน และน้ำมัน ขึ้นมาใช้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากโดยน้ำมือของมนุษย์ สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำนายไว้เมื่อราวศตวรรษก่อนกำลังเป็นความจริงแล้วในปัจจุบัน ประมาณปี ค.ศ. ๑๘๙๐ Svante Arrhenius นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศกับอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลก และพบว่า หากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลกลดลงครึ่งหนึ่ง จะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกลดลงถึง ๕ องศาเซลเซียส ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเริ่มต้นยุคอุตสาหกรรม มีการปล่อยก๊าซต่างๆ ขึ้นสู่อากาศมากขึ้น Svante ทำนายว่าในอนาคตโลกจะร้อนขึ้น จากการเผาไหม้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก โดยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ภาวะเรือนกระจก ภาวะเรือนกระจก ก็คล้ายกับการที่เราสร้างเรือนกระจกกลางแจ้ง แสงแดดสามารถผ่านเข้ามาในเรือนกระจก แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นไม่สามารถระบายออกข้างนอกได้ ทำให้อุณหภูมิภายในเรือนกระจกสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันโลกสีน้ำเงินใบนี้ ก็ไม่ต่างจากเรือนกระจก โดยปรกติชั้นบรรยากาศของโลกจะประกอบด้วยก๊าซชนิดต่างๆ และไอน้ำ เมื่อรังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศเข้ามายังพื้นผิวโลก มันจะถูกดูดกลืนไว้ด้วยพื้นน้ำ พื้นดิน พืช และสัตว์ หลังจากนั้นก็จะคายออกมาเป็นพลังงานในรูปของรังสีคลื่นยาวอินฟราเรด ซึ่งเป็นคลื่นความร้อน กลับขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและบางส่วนก็ถูกกักเก็บไว้โดยก๊าซในชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก ดังนั้นที่ผ่านมาโลกของเราจึงสามารถรักษาอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม ไม่ร้อนจัดเหมือนดาวศุกร์ หรือเย็นจัดอย่างดาวอังคาร แต่ปัจจุบันชั้นบรรยากาศของโลกไม่ได้อยู่ในภาวะปรกติอีกต่อไป ชั้นบรรยากาศถือได้ว่าเป็นส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในระบบนิเวศของโลกใบนี้ คาร์ล ซาแกน (Carl Sagan) นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกคนหนึ่งเคยกล่าวว่า “หากคุณเอาน้ำยาขัดเงามาทาลูกโลก ความหนาของชั้นน้ำยาก็เปรียบได้กับชั้นบรรยากาศเมื่อเทียบกับขนาดของโลก” ทุกวันนี้ชั้นบรรยากาศของโลกถูกปกคลุมด้วยก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป ก๊าซเรือนกระจกนั้นประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก รวมถึงก๊าซมีเทน ก๊าซซีเอฟซี ก๊าซโอโซน ฯลฯ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีในการดูดกลืนและเก็บกักรังสีอินฟราเรด ดังนั้นรังสีอินฟราเรดที่ควรจะสะท้อนออกนอกโลก ก็จะถูกเก็บกักสะสมไว้ในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้พื้นผิวโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกเราว่า…
-
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ กับศรัทธาของผู้สร้าง
“สิ่งที่พวกเขาทำแต่ละชิ้น ในอนาคตจะกลายเป็นผลงานมหัศจรรย์ที่คนทั้งโลกจะหันมาดู เพราะไม่มีใครในปัจจุบันกล้าหรือบ้าพอจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้”
-
หมีแพนด้า จากตำนานถึงการเมือง
เรื่อง/รูป : รอน แรมทาง ภายในห้องจัดแสดง ราวสิบกว่าปีก่อน จำได้ว่ามีข่าวใหญ่เกี่ยวกับการพยายามติดตามค้นหา “กูปรี” ในป่าทึบบริเวณรอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่นานจากนั้น เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ บอกกับผมถึงเรื่องการพบ “จระเข้น้ำจืด” ในป่าแควระบมสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาเพื่อนคนเดียวกันนี้ ก็บอกกับผมถึงหลักฐานร่องรอยที่เชื่อว่าน่าจะเป็น “กระซู่” ที่เขาพบในป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั่นเอง ผมได้เห็นรูปถ่าย “จระเข้น้ำจืด” จากแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของป่าปางสีดา จังหวัดสระแก้ว แล้วยังมีเสียงร่ำลือถึงข่าว “ช้างแคระ” ซึ่งว่ากันว่ามีผู้พบเห็นตัวอยู่ในป่าลึกบริเวณชายแดนไทยติดต่อมาเลเซีย และป่าละแวกเดียวกันนี้ ก็มีข่าวเรื่อง “แรด” ควบคู่ตามมา แน่นอน…ข่าวคราวข้างต้น บางข่าวอาจฟังดูบางเบา ทว่าหลายข่าวก็หนักแน่นยืนยันได้ด้วยหลักฐานพยานร่องรอยหรือรูปถ่าย –ถึงกระนั้น ข่าวทุกข่าวก็ค่อย ๆ จางเลือนหายไป ทั้ง ๆ สัตว์ป่าดังกล่าวมีทั้งที่ขึ้นบัญชีเป็น “สัตว์ป่าสงวน” และ “สัตว์คุ้มครอง” …มิพักต้องพูดว่า บางตัวเป็นหัวข้อถกเถียงถึงการเคยมีอยู่ของมันคล้ายราวกับเป็นสัตว์ในตำนานของป่าไทย… แต่–นับจากกลางปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ก็มีข่าวเกี่ยวกับสัตว์ป่าหายากชนิดหนึ่ง ที่สร้างความแตกตื่นรื่นระเริงให้แก่ผู้คนประเทศนี้ “…ไทยกำลังจะได้หมีแพนด้า…” เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมไม่รู้ว่า พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปเยือนจีนด้วยเรื่องอะไร แต่รู้ว่าการเยือนครั้งนั้นได้มีการขอ “หมีแพนด้า” จากรัฐบาลจีน จากนั้น ผมก็ติดตามข่าวนี้มาเป็นระยะ… -๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะรัฐมนตรีไทยมีมติรับทราบเรื่อง “หมีแพนด้า” แล้วมอบหมายให้องค์การสวนสัตว์ เตรียมปรับปรุงพัฒนาสถานที่สำหรับเลี้ยงและวิจัย -๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อนุมัติให้สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นสถานที่สำหรับเลี้ยง และเดินทางไปดูสถานที่ด้วยตนเอง พร้อมจัดสรรงบประมาณจาก “งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น” จำนวน ๓๙,๘๑๘,๓๑๓ บาท เพื่อใช้ก่อสร้างอาคารขนาดจุผู้ชมได้ ๒๐๐ คน -เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ กองพลทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี…
-
แมงป่องช้าง สัตว์พิษผู้ลึกลับ
เรื่อง : นันทวัน เอื้อวงศ์กูล, ผศ.ดร.ศักดา ดาดวง ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีใครบ้างไม่กลัวแมงป่อง ? รู้กันอยู่ว่าหากถูกเข็มเหล็กไนเข้าที่ใด พิษร้ายจะทำให้บริเวณนั้นปวดบวมขึ้นทันตา อีกทั้งรูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัว เปลือกแข็งสีเข้มมันวาวต่อกันเป็นปล้องคลุมทั่วตัว ดูราวสวมเกราะโลหะ ก้ามใหญ่โตเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว หางที่ชูโค้งขึ้นอย่างแข็งกร้าว เหล็กไนปลายแหลมชี้พุ่งเข้าหาศัตรู และพฤติกรรมลึกลับยากเข้าใจ ทำให้แทบทุกคนหวาดหวั่นและอยากหลีกไกลจากแมงป่อง ทว่าภายใต้โครงการศึกษาพิษของแมลงของเรา แมงป่องช้างจำนวนหนึ่งจากธรรมชาติได้ถูกนำมาสู่ห้องปฏิบัติการของภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอบข่ายงานวิจัยนี้ทำการศึกษาแมงป่องช้างทั้งในแง่ลักษณะนิสัย ลักษณะทางชีววิทยา สรีรวิทยา และการศึกษาพิษของแมงป่องทางชีวเคมีในเชิงลึก โดยงานที่สำคัญชิ้นหนึ่งก็คือ การวิจัยหาสมุนไพรที่สามารถลดหรือต้านพิษของแมงป่องได้ ตลอดเวลาที่เราต้องคลุกคลี ให้น้ำ อาหาร รีดพิษ และดูแลแมงป่องทุกวันราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรัก ทำให้รับรู้ว่า แมงป่องช้างไม่เพียงมีแต่ความน่ากลัวเช่นคนทั่วไปรับรู้ แต่มันยังมีเรื่องราวอันน่ารัก น่าสนใจ และน่าประทับใจซ่อนเร้นอยู่มากมาย รู้จักแมงป่อง จากการจำแนกทางชีววิทยา แมงป่องเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในไฟลัม Arthropoda คลาส Scorpionida เป็นสัตว์พิษที่มีมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ยืนยันได้จากการค้นพบฟอสซิลของแมงป่องที่มีอายุถึง ๔๔๐ ล้านปี เช่น Archaeobuthus estephani หรือ Protoischnurus axelrodorum เป็นต้น ปัจจุบันทั่วโลกมีแมงป่องประมาณ ๑,๒๐๐ ชนิด (species) อยู่กระจัดกระจายเกือบทั่วไป ไม่ว่าเป็นเขตทะเลทราย (desert) เขตร้อนชื้น (tropic) หรือแม้แต่แถบชายฝั่งทะเล ยกเว้นเพียงเขตขั้วโลกเหนือ (Arctic) และขั้วโลกใต้ (Antarctica) เท่านั้นที่ไม่พบแมงป่อง และพบชนิดที่มีพิษร้ายแรง ๕๐ ชนิด บางชนิดมีพิษรุนแรงมาก เช่น แมงป่องในสกุล Centruroides ที่รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา พิษของมันสามารถทำให้เด็กและผู้สูงอายุที่ถูกต่อยเสียชีวิตได้ แมงป่องที่มีพิษรุนแรงสกุลอื่น พบในบราซิล เม็กซิโก และทะเลทรายซาฮาร่า ส่วนในประเทศไทย ที่พบบ่อยมากที่สุด คือ แมงป่องในอันดับ Scorpiones (หรือ Scorpionida) วงศ์ Scorpionidae สกุล Heterometrus ได้แก่ H….
-
ชักพระโคกโพธิ์ พุทธประเพณีกลางถิ่นอิสลาม
ฝนหรือแดดที่กำลังยื้อแย่งกันเป็นเจ้าของเวลายามสาย ไม่อาจขวางกั้นแรงศรัทธาในจิตใจของชาวบ้านทรายขาว พอได้ฤกษ์งามยามมงคล
-
คนฟังเสียงปลา ภูมิปัญญาพรานทะเลแห่งจะนะ
วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง : เรื่อง บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช, บุญกิจ สุทธิญาณานนท์ : ภาพ “เหมือนอยู่ใต้กะทะครอบ” รอหีม สะอุ ว่าอย่างนั้น–เมื่อแล่นเรือออกไปจนลิบฝั่ง ก็เห็นแต่ฟ้ากับน้ำ เส้นขอบฟ้ารัดล้อมอยู่รอบทิศ ส่วนล่างเป็นพื้นน้ำและเหนือขึ้นไปคือโค้งฟ้าคลุมครอบ เหมือนอยู่ใต้กะทะ กลางความเวิ้งว้างที่หมุดหมายหรือสถานที่เหมือนเป็นเรื่องสมมติ พรานทะเลต้องอาศัยดาวบนฟ้าเป็นเข็มทิศชี้ทาง ลึกลงใต้ผืนน้ำ บางทีฝูงปลาในท้องทะเลอาจมีอยู่พอๆ กับพราวดาวบนท้องฟ้า แต่หากตามหากันไม่เจอก็อาจจับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว นี้เป็นเงื่อนไขที่ให้กำเนิด ดูหลำ – คนฟังเสียงปลา เพียงหูแนบน้ำ ดูหลำบอกได้ทันทีว่า ณ จุดหนึ่งจุดนั้น มีปลาอยู่บ้างหรือไม่? เป็นปลาชนิดไหน? ปริมาณเท่าใด-คุ้มไหมกับการจะลงแรงวางอวน? เท่านั้น, น่านน้ำที่ดูกว้างใหญ่ก็ไม่กว้างเกินผืนอวนของชาวประมงพื้นบ้าน พลันที่ได้ยินเสียงปลุกจากลูกชายเจ้าของบ้าน ผมลืมตาขึ้นมาพบเวลาตี ๓.๐๕ ของวันอาทิตย์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๖ จากนาฬิกาบนฝาบ้านโต๊ะอิหม่ามรอหีม เด็กหนุ่มบอกว่าดลรอหีมให้มาตามไปลงเรือ พอไปถึงท่าก็พบว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว รอแต่พวกเราสี่คนมาสมทบ ชาวประมงตรงต่อเวลาโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกา เขารู้เวลาจากการอ่านดวงดาว และด้วยดาวดวงเดียวกันที่นำเขาไปสู่ทิศทางที่หมาย เรือสามลำแล่นไล่กันไปกลางทะเลที่มืดมิด จุดหมายของวันนี้อยู่ทางตอนใต้ของเกาะขาม ห่างจากหมู่บ้านไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเรือ นับเป็นความโชคดีของพรานปลาแถบตลิ่งชัน ช่วงนี้ฝูงปลาเวียนเข้ามาใกล้หมู่บ้าน ทำให้พวกเขาไม่ต้องแล่นเรือไปไกล เวลาในการเดินทางที่ร่นเข้ามา ถูกแปรเป็นโมงยามในการทำงานของดูหลำ เมื่อมีเวลาสำหรับการฟังเสียงปลายาวนานขึ้น โอกาสที่จะพบกับฝูงปลาขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้มาก ถึงที่หมาย เรือลำที่อยู่ข้างหน้าสุดสาดไฟให้สัญญาณ ดลรอหีมตอบรับสัญญาณจากเพื่อนด้วยการดับเครื่องยนต์ เรือทั้งสามลำเงียบเสียงลงเกือบพร้อมๆ กัน ถัดจากนั้นเรือซึ่งมีเครื่องยนต์ติดท้ายก็ถูกปล่อยให้ลอยลำโยกโยนไปตามแรงคลื่น ผืนน้ำคืนสู่ความสงัด และท้องฟ้ายังมืดสนิท เป็นห้วงยามและภาวการณ์ที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่งสำหรับการทำงานของดูหลำ สามทศวรรษที่ล่วงแล้ว ในหมู่ชาวประมงฝั่งตะวันออก ตั้งแต่สงขลา ปัตตานี ไปจนถึงนราธิวาส ไม่มีใครไม่รู้จัก ดาเรด-ลอดลาด ดาหมาด-กวาดเล ยีหมัด-สาเร่ ๓ ผู้ยิ่งยงแห่งทะเลจะนะ คำหน้าเป็นชื่อและฉายาที่ตามท้ายหมายถึงกิตติศัพท์ที่ถูกยกย่องในความสามารถ ดาเรด-ลอดลาด เป็นดูหลำที่เก่งมาก ผู้คนทุกหย่อมย่านร้านตลาดรู้จักเขา ดาหมาด-กวาดเล ฝีมือจัดจ้านเป็นที่เลื่องลือ จับปลาได้มากเหมือนกวาดมาหมดทะเล ยีหมัด-สาเร่ คือพรานทะเลที่เร่ร่อนหาปลาโชกโชนไปทั่วทุกน่านน้ำ ทุกครั้งที่ใครขอให้เล่าเรื่องของ ดูหลำ หรือ คนฟังเสียงปลา รอหีม สะอุ จะตั้งต้นจากเรื่องราวของสามผู้ยิ่งยงแห่งทะเลจะนะเสมอด้วยความภาคภูมิใจ อาจารย์คนที่สอนให้เขาฟังเสียงปลาก็เป็นหนึ่งในนั้น รอหีมเป็นคนของหมู่บ้านตลิ่งชันโดยกำเนิด ในวัยย่าง…
-
๑๐๐ ปี ของสามัญชนนามปรีดีพนมยงค์
เมื่อย่างเข้าสู่บั้นปลายของชีวิต จะมีผู้ใหญ่สักกี่คนกล้าพอที่จะวิพากษ์วิจารณ์ตนเองเฉกเช่นนายปรีดี พนมยงค์









