โลกทัศนะ
-
แสงดาวแห่งศรัทธา (จิตวิทยาว่าด้วยการสงบสติและขัดขืนอำนาจ)
เช้าวันศุกร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑ สนามบินทั้งสองแห่งถูกปิดมาแล้ว ๒ วัน เหลือเวลาอีกเพียง ๑ ชั่วโมงก็จะถึงเวลาบรรยายวิชาการให้แก่ผู้บริหารจำนวน ๔๐ คน
-
รอบโลก : สงครามศาสนาครั้งใหม่ที่อินเดีย
ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นที่รัฐโอริสสาทางตะวันออกของประเทศอินเดีย
-
เมื่อคนไทยคนแรกพิชิตยอดเอเวอเรสต์
ในประวัติศาสตร์โลกที่มีการบันทึกกันมาเป็นเวลาเกือบศตวรรษแล้วที่มีคนพยายามพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลก–เอเวอเรสต์ ที่ความสูง ๘,๘๔๘ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
-
สัมภาษณ์ ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ “การต่อสู้เวลานี้กำลังเพาะเมล็ดพันธุ์ความรุนแรงขึ้นในสังคม แม้ต่างฝ่ายต่างอ้างสันติวิธี”
สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจะร้าวฉานและรุนแรงมากขึ้น
-
พลิกประวัติศาสตร์บาดแผล ไทย-กัมพูชา “ความเมืองเรื่องเขาพระวิหาร”
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์ ข้อมูลพื้นฐาน ปราสาทพระวิหาร ที่ตั้ง : เทือกเขาพนมดงแร็ก อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ยอดผาเป้ยตาดี ความสูง ๖๕๗ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ๑๑๐ กิโลเมตร พิกัดภูมิศาสตร์ (Datum: WGS84) : ๑๔ องศา ๒๓ ลิปดา ๒๘.๒๖ ฟิลิปดาเหนือ ๑๐๔ องศา ๔๐ ลิปดา ๔๘.๙๒ ฟิลิปดาตะวันออก อายุ : ประมาณ ๙๐๐-๑,๐๐๐ ปี ระยะเวลาการก่อสร้าง : ประมาณพุทธศักราช ๑๔๓๖-๑๕๙๓ (รัชสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ ถึงพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑) ผู้ครอบครอง : พ.ศ. ๑๔๓๖-๑๗๒๓ เป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ พ.ศ. ๑๗๒๔-๒๔๔๘ ถูกทิ้งร้าง พ.ศ. ๒๔๔๙-๒๔๘๓ ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๗ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ไทยได้คืนจากฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๙๖ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ไทยคืนให้ฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๕ ไทยส่งกำลังทหารเข้าไปครอบครอง พ.ศ. ๒๕๐๕-ปัจจุบัน กัมพูชาครอบครองตามคำพิพากษาของศาลโลก โบราณสถาน โบราณวัตถุบนเขาพระวิหารที่นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเกี่ยวเนื่องกับตัวปราสาท ภาพสลักบนหน้าผามออีแดง : ภาพสลักนูนต่ำรูปเทพบุรุษและสตรีในท่านั่งเรียงกัน ๓ องค์ และมีส่วนที่ยังสลักไม่เสร็จ สถูปคู่ : เป็นสถูป ๒ องค์ ก่อสร้างด้วยหินทราย ลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สูง ๔.๒๐ เมตร ส่วนยอดมนข้างในมีโพรงบรรจุสิ่งของ คนท้องถิ่นเรียก “พระธาตุ” คาดว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของปราสาทพระวิหาร สระตราว : สระน้ำขนาดใหญ่ คาดว่ามีสถานะเทียบเท่าบาราย (แหล่งเก็บน้ำในอารยธรรมขอม มักสร้างใกล้ปราสาทหิน)บริเวณใกล้เคียงยังพบร่องรอยการตัดหินเพื่อนำไปสร้างปราสาท ทั้งนี้…
-
สัมภาษณ์ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ “ผู้มีอำนาจตีความกฎหมายคือผู้ทรงอำนาจโดยแท้จริง”
ในบรรดานักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ ชื่อของ รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์
-
บุคคลในข่าว : การจากไปของ นันทโชติ ชัยรัตน์
วีรชนจากไปอีกคนหนึ่งแล้ว เป็นการจากไปเงียบๆ แต่ก็กึกก้องในหมู่คนที่รักใคร่เขา จะว่าไป ปุ๋ย หรือ นันทโชติ ชัยรัตน์ อาจถือเป็นคนนอก-ในถิ่นที่เขาหลับตาตาย
-
สัมภาษณ์ ดร. เกษียร เตชะพีระ เราจะฝ่าความขัดแย้ง ทางการเมืองไปได้อย่างไร
สำหรับคนที่ติดตามการเมืองไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมาคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า
-
มิตรจากเนปาล กัญชา กูรุง “คุณอาจนึกไม่ถึงว่าเมืองไทยเป็นสวรรค์ของนักธุรกิจเนปาล”
เมื่อเอ่ยถึงเนปาล น้อยคนจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเนปาล–ดินแดนแห่งพุทธศาสนาที่มีพรมแดนติดกับอินเดีย
-
สัมภาษณ์ : ก้าวแรกของทีวีสาธารณะ เทพชัย หย่อง รักษาการผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
ต้นปีที่ผ่านมา หลายคนคงเริ่มได้ยินคำใหม่ๆ ในวงการสื่อสารมวลชนที่เรียกกันว่า ทีวีสาธารณะ ทีวีสาธารณะได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยแล้วในช่อง TPBS หรือ ไทย พี บี เอส
-
โลกใบใหญ่ : เหตุเกิดที่แหลมปะการัง
ตำรวจถามชื่อ ขอดูบัตรประชาชน บอกจะดำเนินคดีข้อหาบุกรุกถ้าไม่รื้อถอนเพิงพัก แต่คนแหลมปะการังอยู่ที่นี่มานานตั้งแต่ยังไม่มีถนนเข้ามาสักสาย
-
ริมธาร : ขยายใจให้ใหญ่ขึ้น
รินใจ ภาพประกอบ : อ้อย กาญจนะวณิชย์ น้องโยเป็นเด็กชายวัย ๗ ขวบ วันหนึ่งป้าชวนน้องโยซ้อนมอเตอร์ไซค์เข้าไปในเมือง ระหว่างทางมีรถพุ่งมาชนอย่างจัง ป้าแขนหัก ส่วนน้องโยขาแหลกเละไปข้างหนึ่ง ทั้งสองถูกนำส่งโรงพยาบาลนครปฐมทันที หมอเล่าว่าขณะที่ป้าร้องโอดโอยอยู่นั้น น้องโยกลับนิ่งเงียบ ไม่ส่งเสียงร้องหรือแสดงอาการทุรนทุรายแต่อย่างใด ยอมให้หมอทำการรักษาอย่างสงบจนใคร ๆ ก็แปลกใจ เมื่อผ่าตัดเสร็จ หมอถามว่าทำไมน้องโยไม่ร้องเลย น้องโยตอบสั้น ๆ ว่า “ผมกลัวป้าเสียใจครับ” น้องโยรู้ว่าป้ากำลังเจ็บปวดเพราะแขนหัก จึงไม่อยากให้ป้าเป็นทุกข์มากไปกว่านี้หากได้ยินเสียงร้องของตน ป้าคงรู้สึกแย่อยู่แล้วที่เป็นเหตุให้หลานต้องมาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง น้องโยจึงไม่อยากซ้ำเติมความทุกข์ของป้าด้วยการแสดงความเจ็บปวดให้ป้าเห็น ในยามที่ตัวเองกำลังประสบเคราะห์กรรมแสนสาหัส น้องโยกลับมีใจนึกถึงคนอื่น ใช่หรือไม่ว่าการนึกถึงคนอื่นกลับทำให้น้องโยสามารถอดทนต่อความเจ็บปวดได้อย่างยากที่เด็ก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) จะทำได้ ในทางตรงข้ามหากน้องโยนึกถึงแต่ตัวเองว่า “ทำไมถึงต้องเป็นฉัน” หรือ “จะทำยังไงดีถ้าขาฉันถูกตัด” น้องโยคงดิ้นทุรนทุรายด้วยความทุกข์ทรมานยิ่งกว่าป้าเสียอีก ความเห็นใจและการนึกถึงผู้อื่นสามารถทำให้เรามีพลังต่อสู้กับความทุกข์และอดทนต่อความยากลำบากได้อย่างที่ตัวเองอาจนึกไม่ถึง จะเรียกว่านี้เป็นพลังแห่งความรักหรืออานุภาพแห่งเมตตากรุณาก็ได้ มนุษย์เรานั้นมีศักยภาพเหลือประมาณ ความรักหรือเมตตากรุณามีอานุภาพตรงที่สามารถดึงศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ผู้เป็นแม่สามารถอดทนต่อความยากลำบากได้แทบทุกอย่าง ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะความรักที่มีต่อลูกนั่นเอง แต่ความรักหรือเมตตากรุณานั้นไม่ได้มีเฉพาะกับผู้เป็นแม่เท่านั้น หากยังมีได้กับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อเกิดสายสัมพันธ์แห่งความเห็นอกเห็นใจ หมออมรา มลิลา เล่าถึงชายผู้หนึ่งซึ่งประสบอุบัติเหตุ สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง มิหนำซ้ำไตยังวายฉับพลัน จึงอยู่ในภาวะโคม่า หมอบอกว่ามีโอกาสรอดน้อยมากแม้จะถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่เขาก็รอดมาได้ สิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้นั้นเป็นมากกว่ายาและความสามารถของหมอ เขาเล่าว่าระหว่างที่นอนหมดสติอยู่ในห้องไอซียูนานเป็นสัปดาห์ บ่อยครั้งที่เขารู้สึกว่ากำลังลอยเคว้งคว้าง แต่มีบางช่วงที่ดูเหมือนจะมีมือมาแตะตัวเขา และมีพลังแผ่เข้ามา ทำให้ใจที่เหมือนจะขาดลอยหลุดไปนั้นกลับมารวมตัวกัน เกิดความรู้ตัวขึ้นมา สักพักความรู้ตัวนั้นก็เลือนหายไปอีก เป็นอย่างนี้ทุกวัน เขามารู้ภายหลังว่ามีพยาบาลคนหนึ่งมาจับมือแล้วแผ่เมตตาให้กำลังใจแก่เขาทุกวันที่เข้าเวร พอจะออกเวรเธอก็มาลาเขา และพูดว่าขอให้สบายทั้งคืน พรุ่งนี้พบกันใหม่ กับคนไข้คนอื่น เธอก็ทำอย่างเดียวกัน คนไข้ผู้นี้มีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ จนรู้สึกตัวได้มากขึ้น แต่บางคืนจะรู้สึกทรมานมาก เพราะทั้งเจ็บปวดทั้งหายใจลำบาก จนเขาอยากหยุดหายใจไปเลยจะได้หมดทุกข์ ในยามนั้นเขารู้สึกว่าการตายง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่ แต่ขณะนั้นเองเขาก็จะนึกถึงพยาบาลผู้นั้นว่า หากเธอมาพบว่าเขาเสียชีวิตแล้ว เธอคงจะรู้สึกเสียใจและโทษความบกพร่องของตนเอง เขาจึงพยายามอดทนหายใจต่อไปเพื่ออยู่ให้ถึงเช้า จะได้ร่ำลาพยาบาลคนนั้น และบอกเธอว่าหากเขาตายไปก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอทำดีที่สุดแล้ว ครั้นถึงตอนเช้า อาการเขาดีขึ้น พอพยาบาลคนนั้นมา เขาก็ลืมร่ำลาเธอ ตกกลางคืนเขากลับมีอาการทรุดลงอีก แต่ก็พยายามอดทนจนถึงเช้าเพื่อลาพยาบาล แล้วก็ลืมอีก เป็นเช่นนี้หลายครั้ง จนอาการดีขึ้นและหายเป็นปรกติ คนไข้ผู้นี้ฝืนสู้กับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสจนสำเร็จ ไม่ใช่เพราะนึกถึงตนเอง แต่เพราะนึกถึงผู้อื่นซึ่งมีน้ำใจกับตน ใจที่เป็นห่วงผู้อื่นทำให้คนเราพร้อมจะมองข้ามความทุกข์ของตนเอง ดังนั้นจึงสามารถอดทนอย่างถึงที่สุด หรืออาจข้ามพ้นขีดจำกัดของตนเองไปได้ด้วยซ้ำ ตรงกันข้ามกับคนที่นึกถึงแต่ตนเอง…
-
ผลงานคัดสรรโครงการค่ายนักเขียนสารคดีสะท้อนปัญหาสังคม ครั้งที่ ๒ : หอพัก ชีวิตอิสระบนเส้นด้ายของสิงห์ขี้ยา
ขณะรถเมล์สองแถวสายศาลายา-นครชัยศรี ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากท่ารถ ผมนั่งหลับตานึกถึงทุ่งนาทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่ม
-
รับอรุณ : เปลี่ยนมารเป็นมิตร
พระไพศาล วิสาโล / ภาพประกอบ : อ้อย กาญจนะวณิชย์ มารนั้นเป็นตัวชั่วร้ายที่คนดีมิอยากข้องเกี่ยว อีกทั้งเป็นศัตรูของผู้ใฝ่ธรรม แต่ถ้าพิจารณาจากความหมายที่แท้จริงของมาร ตามที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) ได้แจกแจงไว้ อันได้แก่ “สิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือผลที่หมายอันประเสริฐ…ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคลมิให้บรรลุผลสำเร็จอันดีงาม” เราทุกคนย่อมไม่อาจหนีมารพ้น เพราะอย่างน้อย ความแก่ ความเจ็บป่วย และความตาย ก็ถือว่าเป็นมารตัวใหญ่ที่คอยขัดขวางมิให้เราทำความดีงามได้อย่างยั่งยืนและอย่างถึงที่สุด ดังพระอรรถกถาจารย์เรียกว่า ขันธมารและมัจจุมาร มารทั้งสองประการนี้แหละที่ตามรังควานพระพุทธองค์ในช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพจวบจนปรินิพพาน แน่นอนว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ที่เป็นปุถุชนยังต้องเจอมารตัวอื่นอีก โดยเฉพาะกิเลสมารซึ่งทำให้เราหมุนวนอยู่ในวัฏฏะแห่งความโลภ โกรธ หลง จนอาจไม่คิดหาทางหลุดพ้นหรือเชื่อว่ามีความหลุดพ้นด้วยซ้ำ มารชนิดนี้แหละที่สามารถ “ฆ่า” บุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือผลที่หมายอันประเสริฐได้อย่างแท้จริง จัดว่าน่ากลัวที่สุด และตราบใดที่ยังไม่มีปัญญาพาให้พ้นจากความหลง เราก็ยังต้องเจอมารชนิดนี้อยู่เรื่อยไป และพลัดติดกับดักของมันอยู่เสมอ ในเมื่อเราหนีมารไม่พ้น เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันชนิดที่ไม่เผลอตกอยู่ในอำนาจของมันจนคลาดเคลื่อนจากทางแห่งความดี ในทัศนะของพุทธศาสนา เครื่องมืออย่างแรกในการต่อต้านอำนาจของมารได้แก่ศีล คือการควบคุมกายและวาจาไม่ให้ทำตามบัญชาของมัน เปรียบเสมือนการสร้างรั้วเพื่อควบคุมตนเองให้อยู่ในขอบเขต แต่ศีลในแง่นี้ยังมีความหมายเชิงลบคือ “ไม่ทำอะไรบางอย่าง” ที่จริงศีลยังมีความหมายเชิงบวกคือ “ทำอะไรบางอย่าง” ได้แก่การทำความดีชนิดที่ทวนกระแสกิเลสหรือสวนทางกับความปรารถนาของมาร เช่น แบ่งปันหรือเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นแทนที่จะเอาเข้าตัว ช่วยเหลือแทนที่จะเอาเปรียบ ชื่นชมแทนที่จะหาช่องตำหนิ วิธีนี้จะช่วยให้จิตใจเรามีภูมิต้านทานต่อกิเลสมาร ทำให้มันครอบงำจิตใจของเราลำบาก จะว่าไปวิธีนี้ก็ไม่ต่างจากการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย เชื้อโรคนั้นมีอยู่ในตัวเราตลอดเวลา แต่ที่เราไม่ล้มป่วยก็เพราะภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราเข้มแข็ง สามารถควบคุมให้เชื้อโรคอยู่ในขอบเขต ไม่สามารถแพร่ระบาดจนทำให้ร่างกายปั่นป่วนได้ อย่างไรก็ตาม การที่จิตใจของเราจะมีภูมิต้านทานดีขึ้น นอกจากการฝึกกายวาจาแล้ว จำต้องมีการฝึกฝนจิตใจโดยตรง เช่น ฝึกใจให้ลดความเห็นแก่ตัว นึกถึงผู้อื่นอยู่เสมอ ด้วยการแผ่เมตตาและความปรารถนาดี หากทำเช่นนี้แม้กระทั่งกับคนที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเรา ก็จะช่วยลดความเกลียดชังไปได้ การฝึกใจให้มีสมาธิยังช่วยให้จิตใจสงบเย็น ความโลภ ความโกรธ ความว้าวุ่นใจ ก็จะบรรเทาลง ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือการฝึกสติให้ระลึกได้ไวและรู้เท่าทันอย่างรวดเร็วเวลามารเข้ามาก่อกวน มารนั้นเป็นเจ้าแห่งกลอุบาย อุบายนั้นจะได้ผลต่อเมื่อ “เหยื่อ” หลงกล แต่หากเหยื่อรู้เท่าทันในกลอุบายนั้น มารก็ทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป ในพระไตรปิฎกเต็มไปด้วยเรื่องเล่าเกี่ยวกับมารที่ออกอุบายสารพัดเพื่อขัดขวางพระพุทธเจ้า ภิกษุ และภิกษุณีที่ใฝ่ธรรม เช่น ปลอมตัวเป็นพญาช้าง งูใหญ่ เสือร้าย หรือแกล้งทำแผ่นดินไหวเพื่อหลอกให้กลัว หรือปลอมตัวเป็นมนุษย์เพื่อยั่วยวนให้สึก หรือหว่านล้อมให้กลับไปหากามสุข บางครั้งก็มาชวนพระพุทธองค์ให้เสด็จกลับไปครองราชย์ หรือแม้แต่เข้าไปสิงในท้องของพระโมคคัลลานะ แต่ทุกครั้งมารก็พ่ายแพ้ และที่พ่ายแพ้ก็เพราะถูกรู้ทัน…
-
เดินตามผู้ใหญ่ฯ : ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ วิทยารัฐ ราชบัณฑิตสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง นักภูมิศาสตร์ระดับดอกเตอร์รุ่นแรกของเมืองไทย วัย ๗๔ ปี
หากเทียบตำราเรียนภาษาไทย “มานี มานะ” ของอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ
-
คนใจสัตว์ : โลกของมัสบูด
ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เฝ้ามองธรรมชาติด้วยความรู้สึกว่าเป็นเพียงสาวก มิใช่ศาสดาผู้อยู่เหนือ
-
คบเด็กฯ : ประทับจิต นีละไพจิตร วัย ๒๒ ปี นิสิตปริญญาเอก รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ทายาททนายสมชาย นีละไพจิตร
“การที่พ่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วมีบทลงเอยแบบนี้ ไม่ได้ทำให้เรากลัวที่จะทำความดี” สุเจน กรรพฤทธิ์ : เรื่อง วิจิตต์ แซ่เฮ้ง : ภาพ “ก่อนหน้านี้ดูตัวอย่างการใช้ชีวิตจากพ่อ พ่อเป็นคนทำงาน มีศรัทธาในศาสนา บุคลิกแบบนี้ทำให้คนรอบข้างไว้ใจ และนับถือ พอพ่อหายไปเลยรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นทำตามตัวอย่างที่เราศรัทธาเสียที” เจ้าของประโยคข้างต้นคือ ประทับจิต นีละไพจิตร นิสิตปริญญาเอกคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วัย ๒๒ ปี ทายาทคนที่ ๒ จากทั้งหมด ๕ คนของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งถูกคนร้ายลักพาตัวไปกลางกรุงอย่างอุกอาจเมื่อ ๒ ปีก่อน ในช่วงที่เขากำลังทำคดีให้แก่ลูกความซึ่งถูกจับกุมในข้อหาปล้นอาวุธปืนจากค่ายกองพันทหารพัฒนาที่ ๔ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และว่าความให้ชาวมุสลิมซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) โดยก่อนหน้านั้นไม่นาน ทนายสมชายได้ออกมาเปิดโปงกรณีที่ลูกความของเขาซึ่งถูกจับกุมในคดีปล้นปืน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมเพื่อให้รับสารภาพ ถึงวันนี้ การตามหายังดำเนินต่อไป ทางการยังคงไม่มีคำตอบให้ครอบครัวนีละไพจิตรว่าทนายสมชายหายไปไหน และทำไมเรื่องเช่นนี้จึงเกิดขึ้นกลางกรุงเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อย่างไรก็ตาม การหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ก็ไม่นับเป็นการสูญเปล่า สำหรับสังคมไทย กรณีการลักพาตัวทนายสมชายกระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถามต่ออำนาจมืดที่แฝงเร้นอยู่ในสังคม อำนาจรัฐที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะก่อให้เกิดการตั้งคำถามต่อกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่วนหนึ่งมักใช้วิธีการนอกระบบ ซึ่งเชื่อกันว่านี่เป็นต้นตอหนึ่งที่ทำให้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปะทุขึ้น และสำหรับครอบครัวนีละไพจิตรเอง การที่พ่อซึ่งเป็นทั้งหัวหน้าครอบครัว และแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้จะสร้างความเจ็บปวดที่ไม่อาจเยียวยา ทว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้จบลงที่การสูญเสีย หากมันกลับกระตุ้นให้บุตรสาวคนรองของครอบครัวหันเหตัวเองมาสู่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หลังจากที่ผ่านมาเธอใช้เวลาไปกับการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว “ฝันอยากเป็นครูมาตั้งแต่สมัยประถม-มัธยมแล้วค่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัยเลือกเรียนรัฐศาสตร์เพราะคิดว่าการเป็นครูไม่จำเป็นต้องจบครุศาสตร์ ต้องย้อนให้ฟังว่าช่วงมัธยมปลาย เรียนที่โรงเรียนราชินี เขามีวิชารัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์ให้เรียนด้วย ทำให้พบว่าระบบคิดของเราเข้ากับวิชารัฐศาสตร์ และพอมาเรียนจริงๆ ก็รู้สึกดีกว่าที่หวัง เพราะอาจารย์ให้คิดเอง หาความรู้เอง จากที่ผ่านมาถูกป้อนทุกอย่างให้ “หลังจากที่พ่อหายไป ก็มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหลายอย่างด้วยความเมตตา และคำชักชวนของบุคคลสำคัญหลายท่าน แม้บางทีจะอดคิดไม่ได้ว่าเราได้รับโอกาสเหล่านี้มาจากการหายตัวไปของพ่อ แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ขอตัดสินใจใช้โอกาสที่ได้รับนี้ให้ดีที่สุด “เร็วๆ นี้มีโอกาสเข้าประชุมกับตัวแทนคณะทำงานกรณีคนหายขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ทำให้ทราบว่ามีอีกหลายประเทศในเอเชียที่เกิดปัญหานี้เหมือนกัน ซึ่งของเขาหนักกว่าเรามาก และทำให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีต่อสู้ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความอยุติธรรมของรัฐด้วย ในต่างประเทศ ญาติผู้สูญหายจะรวมตัวกันแล้วเคลื่อนไหวอย่างจริงจังเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก น่าเสียดายที่บ้านเรายังไม่มีเครือข่ายนี้ “อีกกิจกรรมที่เพิ่งเข้าร่วมเมื่อเร็วๆ นี้คือ ‘มหกรรมสันติวิธี’ ที่คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ…
-
เกร็ดข่าว : ชุมชน (คนรักหมา) ออนไลน์ หนทางสู่ชีวิตใหม่ของหมาจรจัดบนโลกไซเบอร์
จุฑารัตน์ คล้ายมณี : รายงาน หากคลิกเข้าไปที่คลังกระทู้ของ “ห้องสุนัข” ในเว็บบอร์ดยอดนิยมอย่าง www.pantip.com/cafe/jatujak ชุมชนออนไลน์สำหรับคนรักหมา กระทู้อย่างที่ยกมานี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนแทบเรียกได้ว่าชินตา บางคนเห็นหัวข้ออาจผ่านเลย บางคนไม่อยากอ่านเพราะกลัวสะเทือนใจ ขณะที่บางคนเข้าไปคลิกอ่านพร้อมโพสต์ข้อความให้กำลังใจ หากไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เรื่องและชีวิตของ “น้องหมา” ในกระทู้อาจจบลงเพียงเท่านี้หากใครต่อใครทำเพียงอ่านข้อความในกระทู้และผ่านเลย โชคดีที่ว่าในความเป็นจริง ในเครือข่ายออนไลน์อันกว้างขวางยังมีคนอีกมากที่ไม่ปล่อยผ่านเรื่องแบบนี้ หากเกาะติดสถานการณ์พร้อมเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ “หลังไมค์” อย่างเต็มที่ ไม่ว่าอาสาขับรถพาหมาไปหาหมอ ช่วยค่ารักษา รับไปอุปการะต่อ ฯลฯ นั่นทำให้เว็บบอร์ดแห่งนี้ขยายตัวจากการเป็นเพียงเว็บบอร์ดสาธารณะที่คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างอาชีพการงาน เข้ามาถาม-ตอบปัญหาเกี่ยวกับสุนัข แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยง ฯลฯ มาสู่การเป็นที่พึ่งแห่งใหม่ของสุนัขจรจัดภายใต้เครือข่ายออนไลน์อันทรงประสิทธิภาพ ที่ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว กว้างขวาง และเป็นรูปธรรมกว่าที่เคยเป็นมา ………………………………………………………………………. “มีนะ กะ กาโม่” คือล็อกอินที่ผู้ชายคนหนึ่งใช้ในเว็บบอร์ด แม้อาจไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แต่ชาวเว็บก็รู้จักเขาดีในฐานะ “พ่อพระ” ของหมา-แมวจรจัด ทุกวันนี้มีนะเลี้ยงหมา ๒๕ ตัว แมว ๑๒ ตัว ทุกตัวเป็นหมาและแมวที่เขาไปช่วยเหลือมาทั้งสิ้น “ตัวแรกที่ช่วยเพราะไปอ่านเจอกระทู้แบบว่า …ช่วยด้วยค่ะสุนัขถูกรถชน ช่วยด้วยครับมีสุนัขบาดเจ็บ เห็นแล้วสงสารมันจัง… อ่านแล้วก็รำคาญปนหงุดหงิด ว่าทำไมเห็นแล้วไม่ลงไปช่วย ก็แค่พาไปหาหมอหรือลงไปดูมันสักหน่อย ทำไมต้องมาโพสต์อย่างเดียว จะเก็บความสงสารกลับบ้านไปนอนคิดเพื่ออะไร ก็เลยตัดสินใจไปช่วยมันเพราะอยากให้คนอื่นเห็นว่าไม่ยากหรอกถ้าเราอยากจะช่วยจริง ๆ “ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำจริงจังขนาดนี้ แต่พอทำไปสักพักแล้วมันเริ่มมีคนมาถามไถ่ให้ความร่วมมือ ช่วยหาโรงพยาบาลให้ ช่วยขับรถให้ บางคนก็เอาเงินมาช่วย อย่างพี่คนหนึ่งทำเสื้อสุนัขขายในเว็บพันทิป เขาแวะเอาเงินมาให้ที่ออฟฟิศเลย ๑ หมื่นทั้ง ๆ ที่เพิ่งรู้จักเราไม่นาน ทำให้รู้สึกว่า เออ เขาไว้ใจเรา ก็เลยมีกำลังใจ คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เลยทำต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ คนที่มาช่วยก็เป็นคนในพันทิปนี่แหละ เราร่วมมือกันแต่ไม่ได้รวมกลุ่ม แรกเริ่มที่ทำเราใช้เงินตัวเอง แต่ตอนหลังหมดปัญหาเรื่องเงินเพราะพอคนอื่นเห็นเราช่วย เขาอยากมีส่วนร่วมก็จะโอนเงินมาให้ ถ้าเงินเหลือเราจะเอาไว้ช่วยตัวอื่นต่อไป” มีนะจะช่วยเฉพาะสุนัขป่วยและบาดเจ็บเท่านั้น โดยหลังจากเห็นกระทู้ เขาจะพยายามติดต่อเจ้าของกระทู้เพื่อสอบถามรายละเอียดก่อน จากนั้นก็ไปดูสุนัขว่าสภาพเป็นอย่างไร มีเจ้าของไหม ก่อนจะหารถไปรับแล้วพาไปหาหมอเพื่อทำการรักษาต่อไป “เรารู้สึกว่ามันมีชีวิตเหมือนเรา ไม่เคยแบ่งชั้นว่า คนเป็นอันดับ…
-
รับอรุณ : เดินสู้ทุกข์
ไอแดดเต้นระยิบเหนือถนนลูกรังยามบ่าย พงหญ้าสองข้างทางเหลืองกรอบฝุ่นจับเขรอะ
-
โลกใบเล็ก : จุดเปลี่ยนของชีวิต
เจอร์รี ฟรายด์แมน วัย ๕๘ ปี เป็นช่างภาพอาชีพมาตลอดชีวิต มีสตูดิโอขนาดใหญ่เป็นของตัวเอง



















