_gaq.push(['_trackPageview']); (function() { var ga = document.createElement('script'); ga.type = 'text/javascript'; ga.async = true; ga.src = ('https:' == document.location.protocol ? 'https://ssl' : 'http://www') + '.google-analytics.com/ga.js'; var s = document.getElementsByTagName('script')[0]; s.parentNode.insertBefore(ga, s); })();

Jump to content.

เก็บตกกิจกรรมโฟโต้แรลลี่ บันทึกกรุงเทพฯ ๒๕ ชั่วโมง

โฟโตแรลลี 2 ON THE ROAD

ปลุกจิตอาสา กับภาพชนะการประกวด “เปลี่ยนโลกได้ด้วยใจอาสา”

ผลการประกวดภาพถ่ายสารคดี 2552 “เปลี่ยนโลกได้ด้วยใจอาสา”



ปลุกจิตอาสา กับภาพชนะการประกวด “เปลี่ยนโลกได้ด้วยใจอาสา”

วรุณพร พูพงษ์ : รายงาน
ประเวช ตันตราภิรมย์
: ภาพ


หากได้ยินคำว่า “จิตอาสา” หลายคนอาจนึกถึงภาพของอาสาสมัครที่ช่วยกันสร้างฝายปลูกป่าชายเลน หรือไปเป็นครูดอย  แต่แท้จริงแล้ว “จิตอาสา” ก็คือการแบ่งปันน้ำใจในทุกขณะของชีวิตโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เมื่อไร

อาจกล่าวได้ว่า “การทำงานด้วยจิตอาสา” คือการทำงานที่มิใช่เพียงการทำตามหน้าที่แต่เป็นการทำประโยชน์เพื่อช่วยเหลือและตอบแทนสังคมด้วยน้ำใจที่อยากทุ่มเทน้ำพักน้ำแรงของตนเอง

โครงการประกวดภาพถ่ายสารคดีประจำปี ๒๕๕๒ ในหัวข้อ “เปลี่ยนโลกได้ด้วยใจอาสา” โดยความร่วมมือของนิตยสาร สารคดี และ เรดบูล สปิริต โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด มิได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อค้นหาภาพถ่ายที่สวยงามหรือโดนใจคณะกรรมการเท่านั้นแต่เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยกระตุกต่อมอาสาที่มีอยู่ภายในหัวใจทุกดวงให้คิดทำงานแบ่งปันน้ำใจเพื่อโลกใบนี้ที่น่าอยู่ต่อไป

คณะกรรมการตัดสินภาพรอบสุดท้ายในครั้งนี้มี ๕ ท่าน ได้แก่ วรนันท์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติประจำปี ๒๕๕๒ สาขาทัศนศิลป์ด้านภาพถ่าย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว  สุขจิต ศรีสุคนธ์ จากบริษัท สยามเมนทิส จำกัด  มนทกานติ โรจนพรรณ จากบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด  และ จำนงค์ ศรีนวล ผู้จัดการทั่วไป/ฝ่ายศิลป์/ผลิต นิตยสารสารคดี

จำนวนภาพที่ส่งเข้าประกวดตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม ๒๕๕๒ รวมทั้งสิ้น ๑,๒๓๒ ภาพ จากจำนวนผู้ส่งภาพ ๒๐๔ คน  มีภาพผ่านเข้ารอบตัดสิน ๑๑๖ ภาพ  ผ่านขั้นตอนการคัดสรรกระทั่งปรากฏเป็นผลการประกวด ดังนี้

รางวัลที่ ๑ ภาพ “ผ้าห่มกาย เพื่อห่มใจ” โดย กนกพรรณ สุพิทักษ์  รางวัลที่ ๒ ภาพ “อาสาสมัครตัดผมใน ร.พ. ๐๒” โดย เสกสรร หวังใจสุข และรางวัลที่ ๓ ภาพ “ทันตแพทย์อาสา คืนรอยยิ้มสดใสให้น้อง ๔” โดย หรรษา ตั้งมั่นภูวดล

รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท
ชื่อภาพ : ผ้าห่มกาย เพื่อห่มใจ
กนกพรรณ สุพิทักษ์

กนกพรรณ สุพิทักษ์ หญิงสาวเจ้าหน้าที่สื่อเพื่อการพัฒนาแห่งมูลนิธิชีวิตไท เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายภาพ “ผ้าห่มกาย เพื่อห่มใจ” ว่าเหตุการณ์ในภาพเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับอาสาสมัครที่ช่วยกันมัดย้อมและซ่อมแซมผ้าห่มที่ได้รับบริจาคในกิจกรรมผ้าห่มกาย
ผ้าห่มใจ ที่บ้านแม่หมีใน ต.ทุ่งยาง จ.ลำปาง เธอเล่าว่ากล้องที่ใช้ถ่ายภาพก็ไม่ใช่กล้องของตัวเองแต่เป็นกล้องของพี่ทีมงานคนหนึ่งที่ฝากไว้ให้ช่วยถ่ายภาพ  เธอรู้สึกว่าภารกิจครั้งนี้เป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่และหากกิจกรรมจบลงก็ไม่สามารถย้อนกลับมาบันทึกภาพเหล่านี้ได้อีก
จึงตั้งใจเก็บภาพในมุมต่างๆ ไว้มากมาย

เธอกล่าวถึงเทคนิคการถ่ายภาพนี้ว่า “โดยส่วนตัวไม่มีเทคนิคของการถ่ายภาพส่วนใหญ่จะถ่ายตามที่ตัวเองชอบ ภาพที่ได้รางวัลนี้ไม่ได้มีเทคนิคอะไรพิเศษแค่อยากจะเก็บบรรยากาศของกิจกรรมในครั้งนั้นอยากได้มุมมองภาพรวมและชอบลองถ่ายมุมแปลกๆ”

ด้านทัศนะของคณะกรรมการ วรนันท์ ชัชวาลทิพากร กล่าวว่า “ภาพที่ได้รับรางวัลที่ ๑ เป็นภาพที่กรรมการทั้ง ๕ คนเห็นพ้องต้องกันว่าตรงกับหัวข้อจิตอาสาเพราะเห็นการทำงานของจิตอาสาที่เข้าไปพัฒนาหมู่บ้านลึกๆ คนถ่ายเข้าใจเลือกมุมกล้องที่สูง ทำให้เห็น subject หรือคนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ลึกเป็นแนวยาวเข้าไปในหมู่บ้าน อีกทั้งการวัดแสงก็วัดได้แม่นมาก กรรมการทุกคนก็เลยเทคะแนนให้เป็นที่ ๑”

ส่วน ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ให้ความเห็นว่า “ภาพนี้น่าสนใจตรงที่มีคนเข้ามาร่วมมือกัน
แสดงให้เห็นกิจกรรมที่ทำได้อย่างชัดเจนทั้งยังเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันดีไปกว่าการทำงานอาสาสมัครอื่นๆ”นอกจากภาพที่แสดงถึงการร่วมแรงร่วมใจของคนหมู่มากยังมีภาพที่สื่อให้เห็นอีกมุมหนึ่งของงานอาสาว่าสามารถเกิดขึ้นได้แม้จากคนเพียงคนเดียว

รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท
ชื่อภาพ : อาสาสมัครตัดผมใน ร.พ.๐๒
เสกสรร หวังใจสุข

เสกสรร หวังใจสุข นักเขียนและช่างภาพประจำกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์แม่บ้าน เล่าเรื่องราวที่ปรากฏในภาพ “อาสาสมัครตัดผมใน ร.พ. ๐๒” ว่าเป็นภาพคุณลุงสกล กุลประดิษฐ์
อาสาสมัครตัดผมให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งเสกสรรได้รับคำแนะนำจากคุณคมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล(บรรณาธิการนิตยสารหมอชาวบ้าน) เขากับคมส์ธนนท์ติดตามดูการทำงานอาสาสมัครของลุงสกลสักระยะหนึ่งจึงเข้าไปขอสัมภาษณ์ โดยส่วนตัวเขาชอบที่คุณลุงเป็นเพียงคนเล็กๆ แต่สามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้มากโดยใช้เพียงวิชาชีพที่มีติดตัว ส่วนเทคนิคการถ่ายภาพนั้นไม่มีอะไรพิเศษแค่ใช้วิธีดึงอารมณ์จากสีหน้าของคุณลุงและผู้ป่วยออกมาให้ดีที่สุดเท่านั้น

เสกสรรกล่าวถึงมุมมองเกี่ยวกับงานจิตอาสาว่า “ทุกครั้งที่พูดถึงจิตอาสาเรามักนึกถึงการทำงานเป็นองค์กรใหญ่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่ภาพนี้ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนคือ จิตอาสานั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงคนเดียว แค่คุณคิดและลงมือทำ ผลที่ได้ก็จะมีประโยชน์กับคนหมู่มากโดยไม่ต้องรอหน่วยงานไหนอนุมัติไม่ต้องรอระดมทุนเพียงแค่กรรไกรกับปัตตะเลียนก็เพียงพอที่จะสร้างความดีได้แล้ว”

จำนงค์ ศรีนวล กล่าวถึงภาพนี้ว่า “พอจะทราบเรื่องราวของคุณลุงสกลมาบ้างว่าเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ความเก่งของผู้ถ่ายภาพนี้คือไม่ได้ถ่ายแค่การตัดผมแต่เก็บภาพบรรยากาศโดยรอบมาด้วย เช่น ผู้ป่วยที่นอนมองอยู่ข้างๆ แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของคนรอบข้าง  รวมถึงความตั้งใจ ความใจดี การยิ้มแย้มแจ่มใสของคุณลุงที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดีด้วย”

สุขจิต ศรีสุคนธ์ ให้ความเห็นว่า “ผู้ถ่ายภาพใช้องค์ประกอบของภาพในการเล่าเรื่องแสดงให้เห็นว่าถ้าไม่มีคนนึกถึงเรื่องเล็กน้อยอย่างการตัดผมให้ผู้ป่วยภาพนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น  ถือเป็นอีกหนึ่งมุมเล็กๆ ที่มีคนมองเห็นว่าควรทำให้ อีกทั้งเรื่องของความตั้งใจในการทำงานอาสานั้นก็สามารถสื่อออกมาได้ดี เทคนิคเรื่องสีของภาพก็มีส่วนช่วยในการสื่ออารมณ์ด้วยเช่นกัน”

รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
ชื่อภาพ : ทันตแพทย์อาสา คืนรอยยิ้มสดใสให้น้อง ๔
หรรษา ตั้งมั่นภูวดล

ส่วน หรรษา ตั้งมั่นภูวดล หนุ่มผู้รักการถ่ายภาพ เจ้าของรางวัลที่ ๓ เล่าว่า เขาส่งภาพเข้าประกวดครั้งนี้ ๗-๘ ภาพ และภาพ “ทันตแพทย์อาสาคืนร้อยยิ้มสดใสให้น้อง ๔” เป็นภาพที่เขาชอบมากที่สุดเพราะเด็กในภาพตั้งใจมองใบหน้าคุณหมอนิ่งและนานจนเขาถ่ายภาพได้เป็น ๑๐ ภาพโดยที่แววตาของเด็กยังคงถ่ายทอดความรู้สึกออกมาในลักษณะเดิม ขณะนั้นเขารับรู้ถึงความรู้สึกของเด็กน้อยผ่านแววตาที่เหมือนกับต้องการขอบคุณคุณหมอ ทั้งที่ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างเด็กน้อยกับคุณหมอเลยแต่เขากลับรู้สึกประทับใจ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ภาพนี้สื่อความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี

หรรษากล่าวถึงเทคนิคการถ่ายภาพนี้ว่า “มีเพียงแค่การเก็บจังหวะเวลาแต่ละวินาทีที่เราเห็นภาพที่เหลือน่าจะเป็นเสน่ห์ของการถ่ายภาพที่ผมสัมผัสได้มานานจนทำให้ผมรู้สึกรักงานตรงนี้”

ส่วนความเห็นของคณะกรรมการ จำนงค์กล่าวว่า “เป็นรูปที่แสดงคุณสมบัติของภาพนิ่งค่อนข้างเต็มที่คือสามารถจับอากัปกิริยาต่างๆ ไว้ได้ทันที แต่หากจะให้เต็มที่ก็ต้องออกท่าทางอาการมากกว่านี้ ความโดดเด่นของภาพนี้อยู่ตรงใบหน้าของเด็กที่สื่ออารมณ์ทำให้ภาพดูดี”

อีกสิ่งสำคัญที่มีอยู่ในหัวใจของผู้ได้รับรางวัลทั้งสามและผู้รักการถ่ายภาพทุกคนคือ ความรู้สึกถึงความรักและความสุขที่ได้ถ่ายภาพ

หรรษากล่าวถึงความรู้สึกของเขาว่า “ผมรับรู้ถึงความสุขทุกครั้งที่ถ่ายภาพแม้ยังไม่ได้รางวัลก็รู้สึกว่าชีวิตมีค่าแล้ว การถ่ายภาพแนวธรรมชาติยังเป็นการผ่อนคลายจากการทำงานถ่ายภาพตามใจลูกค้าที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงชีพ ข้อดีของการถ่ายภาพเพื่อส่งเข้าประกวดคือ เราพอใจจะถ่ายยังไงก็ขึ้นอยู่กับเรา มีเวลาก็ถ่ายได้ดีไม่มีเวลาก็ไม่ต้องถ่ายกรรมการก็ตัดสินไปตามหลักเกณฑ์หรือตามทัศนคติ บางครั้งต้องถ่ายภาพตามโจทย์ต่างๆ แต่เราก็ยังต้องสื่อภาพตามความต้องการของเราอยู่ดี มีโจทย์ให้เราได้ลองคิดอยู่เรื่อยๆ หรือบางครั้งผมจะมองหามุมถ่ายภาพเพื่อส่งประกวดแต่กลับไปเจออะไรอย่างอื่นให้เราถ่ายภาพได้เพลิดเพลินกว่า”

ส่วนเสกสรรแสดงความรู้สึกต่อการถ่ายภาพและการประกวดครั้งนี้ว่า “สิ่งที่ผมได้จากการถ่ายภาพนอกจากรางวัลจากการประกวดแล้วด้วยความชอบถ่ายภาพแนววิถีชีวิตทำให้ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับชีวิตของบุคคลหลากหลายอาชีพ ศาสนา และฐานะ  หากผมไม่ได้เป็นช่างภาพ
โอกาสก็คงไม่เปิดกว้างอย่างนี้  และขอบคุณนิตยสาร สารคดีที่จัดการประกวดภาพถ่ายที่มีคุณค่าเช่นนี้ ผมชื่นชอบหัวข้อการประกวดของแต่ละปีทำให้ช่างภาพเน้นเรื่องการถ่ายภาพและการสื่ออารมณ์ของภาพมากขึ้นไม่ใช่ว่ามีภาพอะไรก็จะส่งได้หมด”

สุดท้ายเป็นความรู้สึกและแนวคิดที่มีต่อการถ่ายภาพของกนกพรรณผู้ได้รับรางวัลที่ ๑

“มีความสุขในทุกๆ ครั้งที่ได้ถ่ายภาพ โดยส่วนตัวชอบถ่ายภาพที่ดูไม่ค่อยมีอะไรพิเศษ บางครั้งก็เป็นสิ่งที่เห็นอยู่ทุกวัน หากเป็นภาพคนก็จะชอบแบบที่ไม่ต้องนับ ๑ ๒ ๓ แล้วกดชัตเตอร์
หรือบางครั้งก่อนถ่ายภาพก็จะคิดเรื่องราวไว้ก่อนเช่นเมื่อถ่ายภาพดอกไม้เล็กๆ ที่ขึ้นตรงร่องน้ำหน้าบ้านก็จะคิดว่าไม่ว่าจะเป็นต้นอะไรต่างก็ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ดอกไม้ขึ้นได้ทุกที่ และทุกอย่างก็มีความสวยงามในตัวของมันเอง ซึ่งก็เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราอาจเห็นว่าไม่น่าสนใจในครั้งแรกที่ได้เห็น”

แง่งามของการทำงานด้วยใจอาสาก็คือน้ำใจที่เปี่ยมไปด้วยการให้โดยมิหวังสิ่งใดกลับคืน
แต่ใครเล่าจะคิดว่าการกระทำเหล่านั้นล้วนได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด นั่นคือความอิ่มเอมภายในหัวใจของทั้งผู้รับและผู้ให้อันเป็นการส่งต่อความสุขที่มิอาจซื้อหาได้

ความรู้สึกเช่นนั้นอาจเป็นความรู้สึกเดียวกับอีก ๒๐๑ คนที่ส่งภาพเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้ ไม่ว่าจะได้รับรางวัลหรือไม่ แต่เชื่อว่าหัวใจทุกดวงย่อมรู้สึกอิ่มเอมเพราะต่างได้ร่วมเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่าโลกใบนี้สามารถเปลี่ยนได้ด้วยใจอาสา และสื่อให้รับรู้ได้ว่าโลกใบนี้มิได้แล้งไร้น้ำหล่อเลี้ยงที่เรียกว่า “น้ำใจ” แต่อย่างใด

ชมภาพถ่ายที่ผ่านการคัดเลือกได้ที่ www.sarakadee.com/photocontest หรือ   www.redbullspirit.org

ติดตามข่าวคราวการจัดนิทรรศการภาพถ่าย และพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดได้ในนิตยสารสารคดี และ www.sarakadee.com เร็วๆ นี้

0 comments

Leave a comment

You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>



หน้าอื่นๆ

«
»