ขาเทียม

  • โฟมพอลิสไตรีนขึ้นรูปเป็นกล่องโฟมบรรจุอาหาร  ใช้งานได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้งกลายเป็นขยะไม่เน่าเปื่อยหรือย่อยสลายช้า

    โฟมใช้แล้ว + ใบอ้อย + ยางพารา = วัสดุตั้งต้นกรอบรูป ขาเทียม

    โฟมพอลิสไตรีนขึ้นรูปเป็นกล่องโฟมบรรจุอาหาร ใช้งานได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้งกลายเป็นขยะไม่เน่าเปื่อยหรือย่อยสลายช้า

  • ในเมืองไทยการพัฒนาอวัยวะเทียมไม่ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากนัก

    วิวัฒนาการของอวัยวะเทียม (เฉพาะส่วนขาเทียม)

    ในเมืองไทยการพัฒนาอวัยวะเทียมไม่ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากนัก

  • กลางปี ๒๕๕๒ วันที่เราไปสังเกตการณ์การเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง

    โรงเรียนกายอุปกรณ์ ห้องเรียนชีวิตของนักสร้างอวัยวะ

    กลางปี ๒๕๕๒ วันที่เราไปสังเกตการณ์การเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง

  • โรงเรียนขาเทียม ห้องเรียนชีวิตของนักสร้างอวัยวะ

    ฉบับที่ ๓๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

    โรงเรียนขาเทียม ห้องเรียนชีวิตของนักสร้างอวัยวะ

  • ศาสตรา มูสิกะ : รายงาน วิจิตต์ แซ่เฮ้ง บุญกิจ สุทธิญาณานนท์ : ถ่ายภาพ ขาเทียมจำนวน ๖๖๔ ขา รอเจ้าของมารับในพิธีมอบขาเทียม แต่ละขาจะมีชื่อช่างผู้ทำ และแพทย์ผู้ตรวจการทดลองเดิน แปะอยู่ด้านหน้า กรกฎาคม ๒๕๔๙ แดดบ่ายกลางท้องสนามหลวงร้อน แม้ภายใต้ผืนผ้าใบของเต็นท์ขนาดใหญ่ก็อบอ้าวไม่แพ้กัน ทว่าความร้อนก็ไม่อาจหยุดความตั้งใจของคนกว่า ๒๐๐ ชีวิตภายในนั้น ฝ่ายหนึ่งกำลังนั่งรอคิวเพื่อตรวจวัดตอขา และรอคอยการทดลองเดินด้วยขาเทียมอันใหม่อย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังรีบเร่งทำขาเทียม กลุ่มหนึ่งกำลังทำเบ้า กลุ่มหนึ่งกำลังขัดแต่ง อีกกลุ่มกำลังประกอบ ภาพผู้คนในชุดขาวเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับฝุ่นละอองของปูนปลาสเตอร์ เศษพลาสติก และไฟเบอร์กลาสส์ ที่ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นฉุนแสบจมูกของเรซิน แต่เรากลับเห็นเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คนที่มีผ้าสีขาวปิดจมูก “ไม่ใช่ว่าเราไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยนะ พวกเราทราบดีว่ากลิ่นเรซินและฝุ่นละอองพวกนี้อันตรายแค่ไหน แต่เวลาสวมผ้ากันฝุ่นแล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สะดวก ไม่กระฉับกระเฉง ช่างส่วนใหญ่ก็เลยไม่ใส่หน้ากาก เขานึกอย่างเดียวว่าจะต้องเร่งผลิตให้เร็วที่สุด ให้คนไข้ได้ทดลองใช้ขาเทียมภายในวันนั้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ก่อน” ศิริราช บุญฉัตรกุล นักวิชาการประจำมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าว เต็นท์ผ้าใบดังกล่าวคือหน่วยทำขาเทียมเคลื่อนที่ของมูลนิธิขาเทียมฯ ในโครงการ “หน่วยจัดทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” การออกหน่วยฯ ครั้งนี้ซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๘๙ จึงพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะเป็นการออกหน่วยฯ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ โดยคณะทำงานตั้งเป้าการทำขาเทียมให้ได้ทั้งหมด ๖๐๐ ขา ขาเทียมที่กำลังรอรับการตกแต่ง ก่อนเคลือบหุ้มด้วยเรซิน โครงการนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙ โดยรับผู้พิการจากทั่วประเทศซึ่งผ่านการคัดเลือกจากมูลนิธิฯ และผู้พิการจากประเทศมาเลเซียอีกบางส่วน เฉลี่ยวันละประมาณ ๑๐๐ คน ทั้งนี้มูลนิธิขาเทียมฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ในการทำขาเทียม ค่าเดินทาง และอาหาร “ลำพังมูลนิธิขาเทียมฯ เพียงองค์กรเดียว คงไม่สามารถจัดหน่วยทำขาเทียมเคลื่อนที่อย่างนี้ได้ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คน แต่เพราะความรักที่มีต่อสมเด็จย่าและพระเจ้าอยู่หัว เพราะความตั้งใจมาร่วมกันสร้างกุศลถวายพระเจ้าอยู่หัว เราจึงได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลต่างๆ คนที่มาทำขาเทียมในงานนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของรัฐ” รศ. นพ. เทอดชัย ชีวเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าว การออกหน่วยฯ ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครกว่า ๑๐๐ คน ประกอบด้วยช่างเทคนิค ช่างกายอุปกรณ์ นักกายอุปกรณ์...

    เกร็ดข่าว : “สิ่งที่คนพิการอยากได้มากที่สุดไม่ใช่ขาเทียม แต่คือ ‘โอกาส’” เสียงสะท้อนจากมหกรรมการจัดทำขาเทียมพระราชทาน ณ ท้องสนามหลวง

    ศาสตรา มูสิกะ : รายงาน วิจิตต์ แซ่เฮ้ง บุญกิจ สุทธิญาณานนท์ : ถ่ายภาพ ขาเทียมจำนวน ๖๖๔ ขา รอเจ้าของมารับในพิธีมอบขาเทียม แต่ละขาจะมีชื่อช่างผู้ทำ และแพทย์ผู้ตรวจการทดลองเดิน แปะอยู่ด้านหน้า กรกฎาคม ๒๕๔๙ แดดบ่ายกลางท้องสนามหลวงร้อน แม้ภายใต้ผืนผ้าใบของเต็นท์ขนาดใหญ่ก็อบอ้าวไม่แพ้กัน ทว่าความร้อนก็ไม่อาจหยุดความตั้งใจของคนกว่า ๒๐๐ ชีวิตภายในนั้น ฝ่ายหนึ่งกำลังนั่งรอคิวเพื่อตรวจวัดตอขา และรอคอยการทดลองเดินด้วยขาเทียมอันใหม่อย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังรีบเร่งทำขาเทียม กลุ่มหนึ่งกำลังทำเบ้า กลุ่มหนึ่งกำลังขัดแต่ง อีกกลุ่มกำลังประกอบ ภาพผู้คนในชุดขาวเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกับฝุ่นละอองของปูนปลาสเตอร์ เศษพลาสติก และไฟเบอร์กลาสส์ ที่ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นฉุนแสบจมูกของเรซิน แต่เรากลับเห็นเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คนที่มีผ้าสีขาวปิดจมูก “ไม่ใช่ว่าเราไม่มีความรู้เรื่องความปลอดภัยนะ พวกเราทราบดีว่ากลิ่นเรซินและฝุ่นละอองพวกนี้อันตรายแค่ไหน แต่เวลาสวมผ้ากันฝุ่นแล้วรู้สึกอึดอัด ไม่สะดวก ไม่กระฉับกระเฉง ช่างส่วนใหญ่ก็เลยไม่ใส่หน้ากาก เขานึกอย่างเดียวว่าจะต้องเร่งผลิตให้เร็วที่สุด ให้คนไข้ได้ทดลองใช้ขาเทียมภายในวันนั้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ก่อน” ศิริราช บุญฉัตรกุล นักวิชาการประจำมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าว เต็นท์ผ้าใบดังกล่าวคือหน่วยทำขาเทียมเคลื่อนที่ของมูลนิธิขาเทียมฯ ในโครงการ “หน่วยจัดทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” การออกหน่วยฯ ครั้งนี้ซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๘๙ จึงพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะเป็นการออกหน่วยฯ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ โดยคณะทำงานตั้งเป้าการทำขาเทียมให้ได้ทั้งหมด ๖๐๐ ขา ขาเทียมที่กำลังรอรับการตกแต่ง ก่อนเคลือบหุ้มด้วยเรซิน โครงการนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖-๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๙ โดยรับผู้พิการจากทั่วประเทศซึ่งผ่านการคัดเลือกจากมูลนิธิฯ และผู้พิการจากประเทศมาเลเซียอีกบางส่วน เฉลี่ยวันละประมาณ ๑๐๐ คน ทั้งนี้มูลนิธิขาเทียมฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ในการทำขาเทียม ค่าเดินทาง และอาหาร “ลำพังมูลนิธิขาเทียมฯ เพียงองค์กรเดียว คงไม่สามารถจัดหน่วยทำขาเทียมเคลื่อนที่อย่างนี้ได้ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คน แต่เพราะความรักที่มีต่อสมเด็จย่าและพระเจ้าอยู่หัว เพราะความตั้งใจมาร่วมกันสร้างกุศลถวายพระเจ้าอยู่หัว เราจึงได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลต่างๆ คนที่มาทำขาเทียมในงานนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลของรัฐ” รศ. นพ. เทอดชัย ชีวเกตุ เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าว การออกหน่วยฯ ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครกว่า ๑๐๐ คน ประกอบด้วยช่างเทคนิค ช่างกายอุปกรณ์ นักกายอุปกรณ์…

Page 1 of 11