Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190
Sarakadee สารคดี
สารคดี
· หน้าแรก
· เข้าสู่ระบบ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· กระดานข่าว
· ค้นหา
· ติดต่อเรา
· นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 227 - ปัจจุบัน
· นิตยสาร สารคดี
   ฉบับที่ 166 - 226

· โลกรายเดือน
108 ซองคำถาม
น้ำผึ้ง ไม่ต้องพึ่งตู้เย็น

ขอคำแนะนำวิธีเก็บน้ำผึ้งไว้ได้นาน ๆ ค่ะ
(ทองรุ่ง / จ. ปทุมธานี)

อ่านต่อ

ข่าวประชาสัมพันธ์: ค่ายนักเขียนสารคดีสะท้อนปัญหาสังคม ครั้งที่ 4
ข่าว-กิจกรรมเปิดแล้วจ้า
รับสมัครตั้งแต่วันที่
15 ต.ค. – 10 ธ.ค. 2550
ผู้บันทึก super เมื่อ Thursday 11 Oct 07@ 10:02:35 ICT (975 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 11 ตุลาคม
วันนี้ในอดีต
11 ตุลาคม พ.ศ. 2511
วันเกิด หลวงปู่ ติชนัทฮันห์ (Thich Nhat Hanh) ธรรมาจารย์ด้านพุทธศาสนานิกายเซนชาวเวียตนาม ภิกษุนักรณรงค์เรื่องสันติภาพ ชื่อเดิมคือ เหงียนซวนเบ๋า (Nguyen Xuan Bao) ถือกำเนิดที่จังหวัดกวงสี ตอนกลางของเวียดนาม ตอน 9 ขวบ ท่านเห็นปกหนังสือที่มีภาพพระพุทธองค์นั่งบนสนามหญ้าด้วยรอยยิ้มสงบงามและเต็มไปด้วยความสุข ความประทับใจครั้งนั้นทำให้ท่านตัดสินใจเข้าสู่เพศบรรพชิตเมื่ออายุได้ 16 ปี ที่วัดตื่อฮิ้ว (Tu Hieu) ใกล้ ๆ เมืองเว้ อีกเจ็ดปีต่อมาจึงอุปสมบถเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า “ติชนัทฮันห์” ติช เป็นคำเรียกพระ หมายถึงผู้สืบทอดพุทธศาสนา ส่วน นัทฮันห์ หมายถึงการกระทำเพียงหนึ่ง ท่านได้เรียนรู้และฝึกฝนการดำรงสติอยู่กับปัจจุบันขณะที่วัดเซนแห่งนี้เอง ปี 2504 ท่านเดินทางไปศึกษาวิชาศาสนาเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สองปีหลังจากนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างเวียตนามเหนือ-ใต้เริ่มรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ในเวียตนามใต้ก็มีความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง เมื่อ ประธานาธิบดีโงดินห์เดียม (Ngo Dinh Diem) บังคับให้ประชาชนเปลี่ยนไปนับถือคริสตศาสนาเช่นเดียวกับตนเอง ด้วยเชื่อว่าเป็นหนทางนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดขบวนการชาวพุทธออกมาต่อต้าน จนกระทั่งพระภิกษุรูปหนึ่งจุดไฟเผาตัวเอง ท่านติชนัทฮันห์จึงถูกเรียกตัวกลับมาช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อกลับมาถึง ท่านได้ก่อตั้ง “คณะเทียบหิน” (The Sanga of Interbeing) และโรงเรียนเยาวชนเพื่อบริการสังคม (the School of Youth for Social Services หรือ SYSS) เพื่อนำพุทธศาสนามาช่วยเหลือสังคมโดยยึดหลักสันติวิธี ท่านมักสอนอยู่เสมอว่า “เราไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่าเราเป็นฝ่ายเหนือหรือฝ่ายใต้ เป็นพุทธหรือเป็นคริสต์ เพราะไม่ว่าเราจะเป็นอะไร ความเจ็บปวดล้วนเป็นหนึ่งเดียวเสมอ” ด้วยแนวคิดที่อ่อนโยนและทรงพลัง ทำให้กิจกรรมของท่านประสบความสำเร็จอย่างมาก มีประชาชนนับหมื่นคนอุทิศตนเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม นอกจากนี้ท่านยังได้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์และเขียนหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนาออกเผยแพร่หลายเล่ม ไม่นานรัฐบาลก็ส่งทหารเข้ามากวาดล้างสมาชิกในองค์กรของท่าน ขณะที่มหาเถระสมาคมมองว่าองค์กรของท่านเป็นพวกนอกรีต ระหว่างที่สงครามเวียดนามรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ท่านได้รับนิมนต์ไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นตัวแทนของชาวเวียดนามกล่าวถึงความปรารถนาและความเจ็บปวด รวมทั้งเจรจาเพื่อการหยุดยิง และพยายามหลายวิถีทางเพื่อสันติภาพของเวียดนาม จนท่านถูกต่อต้านจากผู้นำเวียดนามเหนือ-ใต้ และถูกสั่งห้ามกลับเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2516 เป็นต้นมา ก่อนที่สงครามจะสงบท่านได้สร้างชุมชนเล็ก ๆ ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเพื่อเป็นแหล่งเจริญสติในหมู่ผู้ร่วมปฏิบัติงานเรียกร้องสันติภาพ โดยใช้ชื่อว่า "Sweet Potato” เพื่อการรำลึกถึงชาวเวียดนาม (มันเทศเป็นอาหารที่ชาวเวียดนามต้องกินในเวลาที่แร้นแค้นที่สุด) ก่อนจะขยายเป็น "หมู่บ้านพลัม” (Plum Village) ณ เมืองบอร์โดซ์ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันหมู่บ้านพลัมเป็นชุมชนแบบอย่างการปฏิบัติธรรมของพุทธบริษัท 4 ที่เน้นการเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างตระหนักรู้ในทุกขณะลมหายใจเข้าออก แต่ละปีผู้มาเยือนหลายพันคนจากหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีการขยายสังฆะหมู่บ้านพลัมออกไปยังประเทศต่าง ๆ คือ อเมริกา เยอรมนี และเวียดนาม รวมทั้งหมด 12 แห่ง ทั้งยังมีกลุ่มสังฆะหรือกล่มผู้ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านติชนัทฮันห์กระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลกอีกกว่าพันกลุ่ม ส่วนประเทศไทยมีสังฆะอยู่ที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ล่าสุด ท่านติชนัทฮันห์ได้จาริกธรรมมายังประเทศไทย เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ระหว่างวันที่ 20-31 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา

ติชนัทฮันห์กุแจเซน แปลโดย พจนา จันทรสันติ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง

ผู้บันทึก super เมื่อ Thursday 11 Oct 07@ 03:32:50 ICT (238 ครั้ง)
( มีต่อ... )
ข่าวประชาสัมพันธ์: "เทศกาลงานเจ เยาวราช 2550" 11-19 ต.ค.นี้ บริเวณถนนเยาวราช
ข่าว-กิจกรรมAnonymous บันทึก "
เขตสัมพันธวงศ์ ขอเชิญร่วมงาน
“เทศกาลงานเจ เยาวราช 2550 เขตสัมพันธวงศ์ สร้างบุญ สร้างกุศล บนถนนสายทองคำ”
วันที่ 11-19 ตุลาคม 2550
บริเวณถนนเยาวราช
"
ผู้บันทึก super เมื่อ Tuesday 09 Oct 07@ 20:45:33 ICT (526 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 10 ตุลาคม
วันนี้ในอดีต
10 ตุลาคม พ.ศ. 2460
วันเกิด เธโลเนียส มังค์ (Thelonious Sphere Monk) นักเปียโนแจ๊สหนึ่งในตำนาน เกิดที่เมืองร็อกกี เมาท์ รัฐนอร์ท แคโรไลนา หัดเล่นเปียโนตอนอายุ 9 ขวบ แต่ก็ไม่เคยเข้าเรียนอย่างเป็นกิจลักษณะ เขามักจะฝึกฝนด้วยตนเองและครูพักลักจำมาจากพี่สาว ตอนอายุสี่ขวบครอบครัวย้ายไปเมืองแมนฮัตตัน นิวยอร์ก มังค์เข้าเรียนไฮสคูลที่นั่น แต่ยังไม่ทันจบก็ออกมาเป็นนักออร์แกนในคณะนักร้องประจำโบสถ์ ทำให้มีโอกาสซึมซับดนตรีกอสเพล (Gospel) ซึ่งมีอิทธิพลต่องานของเขาในเวลาต่อมา จากนั้นเขาก็หันมาสนใจดนตรีแจ๊ส โดยได้รับอิทธิพลจาก ดุ๊ก เอลลิงตัน (Duke Ellington), เจมส์ จอห์นสัน (James P. Johnson), แฟท โดมิโน (Fat Domino) และ เอิร์ล ไฮน์ส (Earl Hines) มังค์ได้เล่นประจำอยู่ที่ "มินตันส์ เพลย์เฮาส์” (Minton’s Playhouse) คลับชื่อดังในย่านฮาร์เล็ม แห่งเมืองนิวยอร์ก เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาแจ๊สจากสวิงไปสู่ยุค "บีบ็อพ” (Bebop) มังค์ได้อัดแผ่นไวนิลครั้งแรกกับวงควอเต็ตของ โคลแมน ฮอว์กินส์ (Coleman Hawkins) นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนในตำนาน นอกจากนี้ก็ได้อัดแผ่นร่วมกับนักดนตรีมีชื่อเสียงอีกหลายคนอาทิ จอห์น โคลเทรน (John Coletrane), ไมลส์ เดวิส (Miles Davis) ซันนี โรลลินส์ (Sonny Rollins) อีกทั้งตั้งวงออกผลงานในนามตัวเองอีกหลายชุด อาทิ "Monk's Dream”, “Underground” และ "Criss-Cross” มังค์เป็นนักดนตรีแจ๊สที่ใช้เวลาสร้างชื่อนานกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากเขามีวิธีการเล่นเปียโนเฉพาะตัว สุ้มเสียงกังวาล บ่งบอกถึงบุคลิกภาพที่ไม่เหมือนใคร เสียงเปียโนของเขาจะขรุขระ กระด้าง รุงรัง แกว่ง ๆ ขัดและคร่อมจังหวะ อย่างกับคนเล่นเปียโนไม่เป็น เรียกสไตล์แบบนี้ว่า "สไตรด์ เปียโน” (Stride Piano) วิธีการแล่นของเขาจึงมักจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเขามีข้อจำกัดในการเล่น มีการเลือกใช้โน้ตที่ไม่เหมาะสม และถูกวิจารณ์ว่าไม่ถูกต้องตามทฤษฎีดนตรี อีกนับสิบปีต่อมาคนฟังทั่วไปจึงเข้าถึงความไพเราะในบทเพลงและยอมรับในอัจฉริยภาพของเขา นอกจากเป็นนักเปียโนมือฉกาจแล้ว มังค์ยังเป็นนักแต่งเพลงที่สร้างผลงานอมตะไว้จำนวนมาก อาทิ "’Round Midnight” [แต่งร่วมกับ คูตี วิลเลียม (Cootie Williams)], "Blue Monk”, "Evidence”, “Misterioso”, “Criss Cross”, “Straight No Chaser” ฯลฯ ในบั้นปลายชีวิต มังค์มีอาการป่วยทางจิตอย่างหนักจนต้องหยุดเล่นดนตรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2525 ถึงวันนี้นักดนตรีและคนฟังทั่วไปยังคงชื่นชมผลงานของมังค์ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเปียโนและนักประพันธ์เพลงแจ๊สที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่ง ต่อมาได้มีการก่อตั้งสถาบันดนตรีแจ๊สระดับโลกชื่อว่า "The Thelonious Monk Institute of Jazz” ขึ้นในปี 2529 เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ที่เมืองลอสแองเจลสิส ล่าสุดได้ย้ายไปยังดินแดนถิ่นกำเนิดแจ๊สคือเมืองนิว ออร์ลีนส์ และเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมามีการมอบรางวัล “Pulitzer Prize for Music” ให้แก่เขาด้วย

 เธโลเนียส มังค์Criss-CrossUnderground
ผู้บันทึก super เมื่อ Tuesday 09 Oct 07@ 20:35:38 ICT (233 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 9 ตุลาคม
วันนี้ในอดีต
9 ตุลาคม พ.ศ. 2483
วันเกิด จอห์น เลนนอน (John Winston Ono Lennon) นักร้อง นักดนตรี นักประพันธ์เพลง อดีตสมาชิกผู้ก่อตั้ง "เดอะ บีทเทิลส์” (The Beatles) เกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ชื่อเดิมคือ จอห์น วินสตัน เลนนอน (John Winston Lennon) พ่อแม่ของเขาชอบเล่นเบนโจและร้องเพลง ทั้งคู่แยกทางกันตอนที่จอห์นอายุได้ 4 ขวบ ป้าและลุงจึงรับไปอุปการะเลี้ยงดูอย่างดี จอห์นชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในที่สุดก็ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยศิลปะแห่งเมืองลิเวอร์พูล (Liverpool College of Art) แต่เรียนไม่ทันจบก็ออกไปเล่นดนตรี ตอนอายุ 17 ปีแม่ซื้อกีตาร์ตัวแรกให้เป็นของขวัญ แล้วเขาก็เริ่มเล่นกีตาร์อย่างจริงจังมาตั้งแต่นั้น ในปีเดียวกันนี้แม่ของเขาก็ถูกรถชนเสียชีวิต สร้างความเศร้าโศกให้จอห์นเป็นอย่างมาก ในระหว่างนี้ จอห์นได้พบกับ พอล แม็คคาร์ทนีย์ (Paul McCartney) จึงชวนกันก่อตั้งวงดนตรีแนว "สกิฟเฟิล” (Skiffle—ดนตรีป็อปอังกฤษในทศวรรษที่ 50) ชื่อว่า "เดอะ ควอรีเมน” (The Quarrymen) จากนั้นพอลก็ชวน จอร์จ แฮริสัน (George Harrison) เข้ามาร่วมวง ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "จอห์นนี แอนด์ เดอะ มูนด็อก” (Johnny And The Moondog) เมื่ออิทธิพลดนตรีร็อกแอนด์โรลมาถึงอังกฤษ จอห์นก็ชวนพอลและจอร์จแยกออกมาตั้งวง "เดอะ ซิลเวอร์ บีทเทิลส์” (The Silver Beetles) ก่อนจะตัดและเปลี่ยนตัว e ที่สองเป็น a กลายเป็น "เดอะ บีทเทิลส์” (The Beatles) โดยมีสมาชิกร่วมก่อตั้งคือจอห์นและพอลเล่นกีตาร์ริทึม จอร์จเล่นลีดกีตาร์ สจ๊วต ซัตคลิฟฟ์ (Stuart Sutcliffe) เล่นเบส และ พีท เบสต์ (Peat Best) ตีกลอง ตระเวนเล่นตามคลับ ผับ และเบียร์เฮาส์หลายแห่งในเมืองลิเวอร์พูล จากนั้นก็ไปเล่นที่เมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี โดยนำเพลงร็อกแอนด์โรลของอเมริกัน อย่าง ชัค เบอร์รี (Chuck Burry), ลิตเติล ริชาร์ด (Little Richard), บัดดี ฮอลลี (Buddy Holly) และ คาร์ล เพอร์กินส์ (Carl Perkins) เดอะ บีทเทิลส์เริ่มมีชื่อเสียงที่นั่น ก่อนที่จอร์จจะถูกจับข้อหาอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำงาน ทั้งหมดจึงต้องกลับมาเล่นที่เมืองลิเวอร์พูลอีกสองปี และกลับไปฮัมบูร์กอีกครั้ง ภายหลังสจ๊วตขอลาออกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา พอลเปลี่ยนมาเล่นเบสแทน ทั้งวงหอบประสบการณ์กลับมาที่เมืองลิเวอร์พูล ไบรอัน เอ็ปสไตน์ (Brian Epstein) ได้เสนอตัวมาเป็นผู้จัดการวง ในที่สุดเดอะ บีทเทิลส์ก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทแผ่นเสียงสังกัด "พาร์โลโฟน” (Parlophone) ในปี 2505 และเปลี่ยนมือกลองเป็น ริงโก สตาร์ (Ringo Star) ไบรอันจัดการเปลี่ยนรูปลักษ์เดอะ บีทเทิลส์จากเสื้อหนัง บลูยีนส์ฟิตเปรี๊ยเป็นสูทปิแอร์ การ์แดง ตัดผมทุกคนเป็นทรงบ็อบเหมือนกัน จอห์นกับพอลก็จับมือกันเขียนเพลง และออกซิงเกิลแรกในวันที่ 5 ตุลาคม 2503 คือ "Love Me do / P.S. I Love You” กลายเป็นซิงเกิลฮิตติดท็อป เทวนตีของอังกฤษแผ่นแรกในอังกฤษ ต้นปีต่อมาก็ออกซิงเกิล "Please Please Me” ขึ้นถึงอันดับที่ 2 ก่อนที่ซิงเกิลที่ 3 คือ "From Me To You” จะขึ้นอันดับหนึ่งได้สำเร็จ ส่งผลให้เดอะ บีทเทิลดังเป็นพลุแตกไปทั่วเกาะอังกฤษ กระแส “บีทเทิลมาเนีย” ก็เริ่มต้นนับแต่นั้น จากนั้นไบรอันก็พาเดอะ บีทเทิลไปโด่งดังในอเมริกาด้วยซิงเกิลแรก "I Want To Hold Your Hand” ซึ่งขึ้นอันดับหนึ่งเขี่ยเพลงฮิตของเจ้าบ้านทันที จากนั้นเดอะ บีทเทิลก็กลายเป็นวงป็อปอังกฤษที่โด่งดังไปทั่วโลก ต่อมาดนตรีของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วยอิทธิพลของยาเสพติดและแนวคิด "บุปผาชน” หรือ "ฮิปปี” (Hippie) กลายเป็นดนตรี "ไซคีเดลิก” (Psychedelic) และมีกลิ่นอายของดนตรีตะวันออกซึ่งจอร์จนำเข้ามาผสมผสาญ นับตั้งแต่อัลบัม "Sgt Pepper’s Lonely Hearts Club Band” เป็นต้นมา เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วเดอะ บีทเทิลส์ก็เข้าสู่ยุคเมื่อ สมาชิกแต่ละคนเริ่มเติบโตค้นพบแนวทางของตนเอง จอห์นหย่ากับซินเธียและคบหาอย่างเปิดเผยกับ โยโกะ โอโน (Yoko Ono) ศิลปินอวองการ์ดชาวญี่ปุ่น จนสมาชิกในวงต่างหมดศรัทธา ในที่สุดเดอะ บีทเทิลก็วงแตกในปี 2513 หลังจากออกอัลบัมสุดท้ายคือ "Let It Be” จอห์นออกมาเป็นศิลปินเดียวและตั้งวงร่วมกับโยโกะชื่อว่า "เดอะ พลาสติก โอโนะ แบนด์” (The Plastic Ono Band) ออกอัลบัมหลายชุด เช่น "Two Virgins” (ซึ่งจอห์นกับโยโกะเปลือยกายเป็นภาพปก), "Imagine” (ซึ่งมีเนื้อหาต่อต้านสงคราม), “Mind Games" และ “Double Fantasy” ในบั้นปลายชีวิตเขาหันมาทำงานศิลปะและเป็นนักรณรงค์ต่อต้านสงครามคนสำคัญ หลังจากออกอัลบัม Double Fantasy ไม่นานจอห์นก็ถูกแฟนเพลงดักยิงเสียชีวิตในวันที่ 8 ธันวาคม 2523 เพลงของเลนนอนมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง ความงดงามและความเจ็บปวดของชีวิต และสันติภาพสากล

 Sgt Pepper’s Lonely Hearts Club Band Double Fantasy Imagine
ผู้บันทึก super เมื่อ Tuesday 09 Oct 07@ 12:30:24 ICT (276 ครั้ง)
( มีต่อ... )
ข่าวประชาสัมพันธ์: นิทรรศการศิลปะ "เพลิงชีวิต (Lust for Life)" 26 ต.ค.-14 พ.ย. ณ หอศิลป์จามจุรี
ข่าว-กิจกรรม
หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปะ
"เพลิงชีวิต (Lust for Life)"
ศิลปิน เกษมศักดิ์ ตรานุรัตน์  (Buraphatis Group)
ลักษณะงาน วาดเส้น จิตรกรรม และภาพพิมพ์ กว่า 60 ชิ้น
ระยะเวลาที่จัดแสดง 26 ตุลาคม - 14 พฤศจิกายน 2550
ณ ห้องนิทรรศการชั้น 1 ห้องนิทรรศการ 3 - 4 หอศิลป์จามจุรี
ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 08 Oct 07@ 16:56:49 ICT (555 ครั้ง)
( มีต่อ... )
ข่าวประชาสัมพันธ์: สัมนาวิชาการ "Refuse - Resist: เมื่อต้องทวนกระแสวัฒนธรรมหลัก?" 26 ต.ค.
ข่าว-กิจกรรม
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ขอเชิญร่วมงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง
“Refuse - Resist: เมื่อต้องทวนกระแสวัฒนธรรมหลัก?”
วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลา 10.00 – 17.00 น.
ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน
ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 08 Oct 07@ 16:45:00 ICT (458 ครั้ง)
( มีต่อ... )
ข่าวประชาสัมพันธ์: ประกวดภาพถ่าย "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต" ส่งภาพถึง 30 พ.ย.นี้
ข่าว-กิจกรรม
กรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และ มาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ
ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดภายใต้หัวข้อ
"วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต"
รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงิน 30,000 บาทพร้อมเกียรติประวัติ
ส่งภาพประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายนนี้
ตัดสินภาพวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้
ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 08 Oct 07@ 16:19:02 ICT (508 ครั้ง)
( มีต่อ... )
สารคดีบันทึก: ที่เห็นและเป็นไป : เพียงความสงบนิ่ง
สารคดีบันทึกอานันท์ บันทึก "ปีที่๓, สัปดาห์ที่ ๓๐

เช้าวันอาทิตย์มันควรจะเป็นเช้าที่เงียบสงบ ทว่าที่พักของข้าพเจ้าในวันนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ที่บริเวณลานจอดรถของอาคารฝั่งตรงข้ามมีการตั้งเต็นท์ เข้าใจว่าคงจัดเพื่อการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารนิติบุคคลของอาคาร ๔-๕ หลังที่แยกออกจากโครงการไป ข้าพเจ้าเห็นเต็นท์ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน นึกในใจว่า “มันเอาอีกแล้ว!”"
ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 08 Oct 07@ 14:58:04 ICT (224 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 8 กันยายน
วันนี้ในอดีต
8 ตุลาคม พ.ศ. 2438
วันเกิด ฮวน โดมิงโก เปรอง (Juan Domingo Peron) อดีตประธานาธิบดีคนสำคัญของอาร์เจนตินา เกิดที่ย่านโลโบสในกรุงบัวโนสไอเรส ในครอบครัวชาวนา บิดามีเชื้อสายสก็อต ส่วนมารดามีเชื้อสายสเปน-อินเดียนแดง ตอนอายุ 16 ปีเข้าเรียนโรงเรียนทหาร ในปี 2481 ถูกส่งตัวไปสังเกตการณ์ในประเทศยุโรปหลายประเทศ ในปี 2486 ขณะที่เขาดำรงยศนายพัน อาร์เจนตินาได้เกิดการรัฐประหารโดย นายพล เอเดลมิโร ฟาร์เรลล์ (Edelmiro Farrell) เปรองเริ่มมีอำนาจมากขึ้นอีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับสหภาพแรงงาน ในปี 2487 เขาได้รับตำแหน่งรองประธานาธิบดี แต่เนื่องจากมีความขัดแย้งกับฝ่ายรัฐบาล เขาถูกจับกุมตัวขังคุกในวันที่ 9 ตุลาคม 2488 แต่ประชาชนชาวอาร์เจนตินาได้ออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง จนรัฐบาลต้องปล่อยตัวในอีก 8 วันต่อมา และประกาศชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จากนั้นเขาก็แต่งงานกับ เอวิตา (Maria Eva Duarte) ภรรยาสาวผู้กลายมาเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญให้เขาได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ขึ้นรับตำแหน่งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2489 เมื่อครองอำนาจเปรองได้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้มากว่า 1 สมัย บริหารประเทศโดยใช้นโยบายประชานิยม แจกเงินและสิ่งของให้คนยากจน สนับสนุนเอกชน ควบคุมสหภาพแรงงาน ซื้อหนังสือพิมพ์มาเป็นกระบอกเสียงของตัวเอง และผูกขาดสื่อสารมวลชน ภายในเวลาปีเศษรัฐบาลเปรองใช้เงินสำรองของประเทศหมดเกลี้ยง เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนออกมาประท้วงจนเกิดความวุ่นวาย เมื่อได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เปรองยังใช้นโยบายแบบเดิม วิกฤติเลวร้ายลงจนทหารออกมาทำรัฐประหารในปี 2498 เปรองต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ จากนั้นปี 2516 เปรองกลับมาปกครองประเทศอีกครั้งแต่อยู่ได้ไม่ถึง 10 เดือนก็เสียชีวิต ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2517

ฮวน เปรอง

ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 08 Oct 07@ 07:12:35 ICT (228 ครั้ง)
( มีต่อ... )
1791 เรื่อง (180 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 ]
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง
สารคดีเล่มล่าสุด
เรื่องเด่นในฉบับ
  • สารคดีพิเศษ : ๑ ศตวรรษธนาคารไทย
  • สิ่งแวดล้อม : เขื่อนสลายกำลังคลื่น “ขุนสมุทรจีน 49 A2”
  • โบราณชีววิทยา : นิทรรศการไดโนเสาร์ ที.เร็กซ์ “ซู” มาถึงเมืองไทย
  • “นายรอบรู้” : เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ นนทบุรี
คุณคิดเห็นอย่างไรที่รัฐบาลไทยจะอนุญาตให้มีการทดลองปลูกพืช GMO ในระดับไร่นาทั่วไปอีกครั้ง

เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วย



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 287
คำแนะนำ: 0
นิตยสาร สารคดี
รับสมัคร
ผู้ดูแลเว็บไซต์ (เว็บมาสเตอร์) ๑ ตำแหน่ง
 อ่านรายละเอียด
“ค่ายนักเขียนสารคดีสะท้อนปัญหาสังคม ครั้งที่ 4”
เปิดแล้วจ้า
รับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 30 พ.ย. 2550
 อ่านรายละเอียด

สมัครสมาชิก 
"สารคดี"1 ปี
จาก 1,440 บาท เหลือเพียง 1,250 บาท
รับฟรี กระเป๋าสารคดี

 รับฟรี กระเป๋าสารคดี
ห้องภาพสารคดี
ห้องภาพสารคดี




คู่มือนำเที่ยวมะละกา


โดย : ปริวัฒน์ จันทร
ราคา : 240 บาท

มะละกามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยา แม้จะไม่ได้เป็นเมืองใหญ่โต ไม่มีโบราณสถานมหึมา หากแต่ดินแดนแถบนี้กลับมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เป็นดินแดนที่วัฒนธรรมตะวันตกมาพบกับวัฒนธรรมตะวันออก และเคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดจนได้รับการขนานนามว่า "ศูนย์กลางการค้าแห่งภูมิภาคตะวันออก" คู่มือท่องเที่ยวมะละกาเล่มนี้ ได้รวบรวมทั้งข้อมูลประวัติศาสตร์ของมะละกา การเดินทาง แพ็คเกจทัวร์ ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก ที่ซื้อของฝาก รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ อาทิ ย่านภูเขาซำปอกง ย่านเนินเขาเซนต์ปอล ย่านจัตุรัสดัตช์สแควร์ ฯลฯ พร้อมทั้งภาพประกอบและแผนที่สวยงาม ขนาดเหมาะมือ


[ ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่ ]

Sarakadee Bookstore
หน้าแรก นิตยสารสารคดี ห้องนักเขียนสารคดี ห้องภาพสารคดี แผนฝังเว็บไซต์ กระดานสนทนา ส่งข่าวสาร-บทความ ร้านหนังสือสารคดี Link

You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.34 วินาที
:: fiapplegreen 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::