23 ตุลาคม พ.ศ. 2483
วันเกิด เปเล่ (Pele) นักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่ชาวบราซิล เจ้าของฉายา "ไข่มุกดำ” ชื่อเต็มคือ เอ็ดสัน อรันเตส โด นสซิเมนโต (Edson Arantes do Nascimento) เกิดที่เมือง Tres Coracoes บิดาเป็นนักฟุตบอลอาชีพทีมฟลูมิเนนเซ (Fluminense Football Club) ซึ่งตั้งชื่อให้ลูกชายตามนามนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน โธมัส อัลวา เอดิสัน และชื่อเล่นว่า “ดิโก” (Dico) พอเข้าชั้นประถมเพื่อน ๆ ก็เรียก “เปเล่” และใช้ชื่อนี้มาตลอด เปเล่เติบโตในย่ายยากจนแห่งเมืองเซาท์เปาโล เขาต้องหาเงินด้วยการรับขัดรองเท้า เมื่อวิ่งได้ก็เริ่มหัดเล่นฟุตบอลตามท้องถนน และสนามดินลูกรัง ใช้กระดาษม้วนเป็นก้อนกลมเป็นลูกบอล บางทีก็ใช้ผลเกรพฟุต จนเพื่อนของพ่อซื้อลูกบอลลูกแรกให้เขาตอน 6 ขวบ พอ 11 ขวบ วัลเดมาร์ เดอ บริโต (Waldemar de Brito) นักเตะชื่อดังของบราซิลเห็นแววจึงชวนไปอยู่ทีมฟุตบอลสมัครเล่น อายุ 15 ก็เข้าทีมเยาวชน Santos FC junior team ปีต่อมาก็ได้เป็นนักบอลอาชีพในทีม Santos Futebol Clube เกมแรกเขาก็ซัดเข้าไป 4 ประตู ก่อนจะกลายเป็นดาวยิงสูงสุดของลีก ปีต่อมาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล ลงแข่งฟุตบอลโลกในปี 2501 กลายเป็นนักบอลที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 17 ปี ด้วยฟอร์มการเล่นที่ตื่นตาตื่นใจ ทำให้เขาได้รับความชื่นชมอย่างมาก จากนั้นก็ไปค้าแข้งในยุโรปอยู่หลายทีม สามารถยิงประตูที่ 1,000 ในฟุตบอลอาชีพ โดยยิงได้ในเกมที่แข่งกับ ทีม วาสโก ดา กามา (Club de Regatas Vasco da Gama) ในสนามมาราคานา (Marakana) กรุงริโอเดอจาเนโรเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2512 ในปี 2516 เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปอเมริกาใต้ ระหว่างที่เป็นทีมชาติบราซิล เขาพาประเทศบ้านเกิดเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย คือปี 2501, 2505 ลแะ 2513 ทำได้ 77 ประตูจากการแข่งขัน 92 ครั้ง และเป็นเจ้าของสถิติทำแฮตทริกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก คือ 92 ครั้ง โดยเขาสามารถยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 12 ประตู จนได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชาฟุตบอล” ("The King of Football") ตลอดการเล่นฟุตบอลอาชีพเขาสามารถทำประตูได้ถึง 1,282 ประตู จากการเล่น 1,363 นัด เขาตัดสินใจแขวนสตัดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2520 อำลาวงการลูกหนังอย่างเป็นทางการในนัดสุดท้ายที่ ไจแอนนต์ สเตเดียม ซึ่งทีม คอสมอส (Cosmos) พบกับ ซานโตส (Santos) สโมสรเก่าของเขานั่นเอง ซึ่งการอำลาเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ มีแฟนบอลหลายหมื่นคนเข้าร่วมการอำลาของเขา หลังจากอำลาวงการ เขาก็ยังทำงานด้านฟุตบอลไปเรื่อย ๆ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีทั้งในและนอกสนาม เปเล่จึงได้รับการยกย่องจากแฟนบอลทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ องค์กรระดับโลกให้เข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมเสมอมา