Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190
Sarakadee สารคดี
สารคดี
· หน้าแรก
· เข้าสู่ระบบ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· กระดานข่าว
· ค้นหา
· ติดต่อเรา
· นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 227 - ปัจจุบัน
· นิตยสาร สารคดี
   ฉบับที่ 166 - 226

· โลกรายเดือน
108 ซองคำถาม

สารคดี หมายถึง...

อ่านต่อ

Sarakadee สารคดี: วันนี้ในอดีต

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

วันนี้ในอดีต: 2 ตุลาคม
วันนี้ในอดีต
2 ตุลาคม พ.ศ. 2412
วันเกิด มหาตมะ คานธี (Mahatma Gandhi) มหาบุรุษ นักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและเอกราชของอินเดีย ชื่อเต็มคือ โมฮันทาส การามจันทร์ คานธี (Mohandas Karamchand Gandhi) เกิดที่จังหวัดโพรบันดาร์ (Porbandar) รัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) บิดาเป็นข้าราชการ มารดาเป็นแม่บ้านที่เคร่งศาสนา คานธีแต่งงานตั้งแต่อายุ 13 ปี ตามธรรมเนียมของชาวฮินดูในสมัยนั้น ในวัยเด็กเขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง หรือมีความสามารถพิเศษอย่างปรากฏใดชัดเจน ญาติ ๆ จึงแนะนำให้เขาไปเรียนที่อังกฤษ (ประเทศเจ้าอาณานิคมของอินเดียสมัยนั้น) เพื่อโอกาสก้าวหน้าทางการงานในอนาคต คานธีเดินทางไปอังกฤษในวัย 18 ปี เข้าเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (University College London) เรียนจบแล้วกลับอินเดีย ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ที่ชาวอินเดียอพยพไปทำงานกันมาก ที่นี่เขาได้พบประสบการณ์เหยียดสีผิวตั้งแต่วันแรก ๆ ที่ไปถึง คือซื้อตั๋วรถไฟชั้น 1 แต่ถูกขับไล่ให้ไปนั่งชั้น 3 แต่เขาไม่ยอม จึงถูกจับโยนลงจากรถไฟ ความอับอายครั้งนั้นกลายเป็นตัวจุดประกายให้เขาอยากเปลี่ยนแปลงสังคม จากนั้นเขาก็จัดชุมนุมชาวอินเดีย อันนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิของชาวอินเดียในแอฟริกาใต้ เมื่ออังกฤษออกกฎหมายห้ามชาวฮินดูแต่งงานกับมุสลิม คานธีได้กล่าวปราศรัยโจมตีกฎหมายฉบับนี้ จนเกิดการประท้วงในวงกว้างทั่วแอฟริกาใต้ ทำให้กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกไปในที่สุด คานธีกลับอินเดียในปี 2458 ขณะนั้นชาวอินเดียสิ้นหวังที่จะเป็นอิสระจากอังกฤษ แต่คานธีพยายามปลุกระดมชาวอินเดียให้ลุกขึ้นเรียกร้องเอกราช เมื่อเกิดการสังหารหมู่ชาวอินเดียที่อำมริสาในปี 2462 ชาวอินเดียรู้สึกโกรธแค้นมาก อยากจะแก้แค้นคืน แต่คานธีได้กล่าวปราศรัยให้ประชาชนเปลี่ยนความโกรธเป็นการให้อภัย จนกลายเป็นหลัก "อหิงสา” หรือ "สัตยาเคราะห์” (Satyagraha) จากนั้นก็หาวิธีต่อต้านอังกฤษ โดยการปฏิเสธกฎหมายอังกฤษที่ไม่เป็นธรรม เช่น กฎหมายผูกขาดเกลือ ซึ่งคานธีนำชาวอินเดียนับแสนเดินทางไกลไปผลิตเกลือที่เรียกว่า "ซอลท์ มาร์ช” (Salt March) ในปี 2473 นอกจากนั้นเขายังชวนให้ชาวอินเดียนำเสื้อผ้าของอังกฤษมาเผาไฟ แล้วหันไปสวมเสื้อผ้าพื้นเมือง คานธีทำเป็นตัวอย่างโดยการปั่นด้ายเองและนุ่งผ้าฝ้ายพื้นเมืองเนื้อหยาบ สวดมนต์และปฏิบัติธรรมเป็นกิจวัตร คานธีถูกจับขังคุกหลายครั้ง โดยไม่ขอประกันตัว ในที่สุดท่ามกลางกระแสกดดันจากนานาชาติ อังกฤษจึงยอมคืนเอกราชให้อินเดียในวันที่ 14 สิงหาคม 2490 ส่วนชาวมุสลิมแยกออกไปตั้งประเทศปากีสถาน จนเกิดความขัดแย้งระหว่างชาวฮินดูกับมุสลิม มีการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 5 แสนคน คานธีออกมาประท้วงโดยการอดอาหาร แต่พวกหัวรุนแรงทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกับคานธีที่ต้องการรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว ในที่สุดก็ถูกลอบสังหารโดย นาธุราม กอดเส (Nathuram Godse) ชาวฮินดูหัวรุนแรงซึ่งเชื่อว่าคานธีสนับสนุนฝ่ายอิสลาม ขณะเดินทางไปสวดมนต์ที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2491 ขณะอายุได้ 78 ปี ประชาชนนับล้านร่วมไว้อาลัยในพิธีศพซึ่งจัดขึ้นยาวนาน 13 วัน คานธีคือผู้นำในการเรียกร้องอิสรภาพของอินเดียคืนจากอังกฤษ โดยใช้สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง และยึดมั่นอยู่บนหลักอสิงหา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของการประท้วงอย่างสันติของคนทั่วโลก

มหาตมะ คานธี

ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 01 Oct 07@ 23:05:43 ICT (306 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 1 ตุลาคม
วันนี้ในอดีต
1 ตุลาคม พ.ศ. 2483
วันเกิด นิวัฒน์ ธาราพรรค์ นักวาดภาพประกอบและนักวาดการ์ตูนชื่อดังของไทย เจ้าของนามปากกา "ราช เลอสรวง” เกิดที่จังหวัดลำพูน ขณะบิดาไปรับตำแหน่งสมุห์บัญชีประจำจังหวัด เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 8 คน เรียนหนังสือที่ลำพูน เริ่มรักการวาดเขียนมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงเข้าเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง รุ่นเดียวกับ รงค์ ประภาสโนบล และ จุลศักดิ์ อมรเวช (จุก เบี้ยวสกุล) เขาเริ่มเขียนการ์ตูนโดยมีแรงบันดาลใจมากจากผู้เป็นพี่ชาย จากนั้นก็เรียนรู้จากนักวาดการ์ตูนรุ่นครู เช่น พ.บางพลี, คุณแทน และ เหม เวชกร นอกจากเขียนการ์ตูนแล้วเขายังเขียนปกหนังสือชุด "เพชรพระอุมา” ผลงานที่สำคัญคือการ์ตูนเรื่อง "สิงห์ดำ", "จอมขมังเวทย์" ปัจจุบัน ราช เลอสรวงหยุดเขียนการ์ตูนและภาพประกอบแล้ว หันมาทำงานบรรณาธิการหนังสือ

ปกเพชรพระอุมาฝีมือ ราช เลอสรวง

ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 01 Oct 07@ 00:00:20 ICT (328 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 30 กันยายน
วันนี้ในอดีต
30 กันยายน พ.ศ. 2530
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิด "เขื่อนรัชชประภา” เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของภาคใต้ ใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ต. เขาพัง อ. บ้านตาขุน จ. สุราษฎร์ธานี เดิมเรียกว่า "เขื่อนเชี่ยวหลาน” เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 ลักษณะเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร สันเขื่อนยาว 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง อ่างเก็บน้ำมีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร โรงไฟฟ้าตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เมื่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระราชทานนามให้ใหม่ว่า "เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า "แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ต่อมาเขื่อนแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทีสำคัญ เพราะมีทะเลสาบล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนมีความสวยงามมาก ถึงขนาดนักท่องเที่ยวเรียกขานกันว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งที่จมอยู่ใต้เขื่อนก็คือ ราษฎร 385 ครอบครัวต้องอพยพออกจากพื้นที่ ก่อให้เกิดการระบาดของโรคเท้าช้าง โรคมาลาเรีย และพยาธิใบไม้ในเลือดอย่างรุนแรง กฟผ. ระบุว่าจะได้พื้นที่ชลประทานมากกว่าแสนไร่ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีพื้นที่ชลประทานแม้แต่ไร่เดียว หลังจากที่เริ่มมีการกักเก็บน้ำเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2529 ระดับน้ำได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ป่าดงดิบฝนผืนใหญ่ที่สุดของภาคใต้ตอนบนกว่า 1 แสนไร่จมอยู่ใต้น้ำกว่า 100 เมตร ภูเขาโผล่พ้นน้ำถูกตัดออกจากกันกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยถึง 162 เกาะ ส่งผลให้สัตว์ป่ากว่า 300 ชนิดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน อาทิ เลียงผา สมเสร็จ ชะนี ค่าง เสือลายเมฆ ที่หนีน้ำไปยังผืนป่าใหญ่ไม่ทันต้องล้มตายและติดอยู่ตามเกาะเล็กเกาะน้อย บ้างก็หนีขึ้นยอดไม้รอวันตายเพราะขาดอาหาร สืบ นาคะเสถียร ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่า ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของเมืองไทย สืบและคณะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพราะระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลา 2 ปีเขาสามารถช่วยชีวิตสัตว์ป่าได้ 1,364 ตัว แต่ก็มีอีกมหาศาลที่ต้องจมหรืออดอาหารตาย ขณะเดียวกันก็มีพวกลักลอบเข้ามาล่าสัตว์อีกจำนวนมาก การสร้างเขื่อนครั้งนี้ สืบและคณะได้พบสัจธรรมข้อหนึ่งคือ การสร้างเขื่อนเป็นกระบวนการทำลายแหล่งพันธุกรรมตลอดจนแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของผืนป่าทั้งหมดที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้ สืบกล่าวไว้ว่า "มนุษย์อาจสร้างเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ แต่ไม่อาจแม้แต่จะสร้างผืนป่าผืนเล็กที่สุด”

 เขื่อนรัชชประภา (ภาพจาก http://takhun.com) สืบกำลังช่วยชีวิตงูจงอาง ในโครงการอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนรัชชประภา

ผู้บันทึก super เมื่อ Sunday 30 Sep 07@ 00:00:31 ICT (259 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 29 กันยายน
วันนี้ในอดีต
29 กันยายน พ.ศ. 2090
วันเกิด มิกูเอล เด เซร์บานเตส (Miguel de Cervantes) นักประพันธ์ชาวสเปน เจ้าของนิยายคลาสสิกเรื่องยิ่งใหญ่ "Don Quixote de la Mancha” (ดอน กิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน) เซร์บานเตสเกิดที่เมืองอัลกาลา เด เอนาเรส (Alcala de Henares) ทางตะวันออกของสเปน ในครอบครัวชนชั้นสูง เป็นลูกคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้องเจ็ดคน เขาติดตามพ่อซึ่งเป็นหมอเร่ร่อนหางานไปตามเมืองต่าง ๆ ทั่วสเปน ได้เข้าเรียนที่กรุงแมดริดเป็นช่วงสั้น ๆ ต่อมาได้เป็นเป็นทหารในกองทัพสเปน ในการรบที่สมรภูมิเลปันโต (Battle of Lepanto) เขาบาทเจ็บจนแขนซ้ายพิการ ต่อมาก็ถูกโจรสลัดจับไปเป็นทาสในกรุงแอลเจียส์ (Algiers) เมืองหลวงของประเทศอัลจีเรียอยู่ห้าปี ในที่สุดเขาก็ได้กลับมายังแมดริด ทำงานเสมียนชั่วคราวได้ค่าจ้างน้อยนิด เซร์บานเตสเริ่มเขียนหนังสือในช่วงนี้เอง ผลงานในช่วงแรก ๆ มีทั้งบทกวีและเรื่องสั้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ในระหว่างนี้เขามีสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน จนในท้ายที่สุด แต่งงานกับลูกสาวชาวไร่ผู้มั่งคั่ง แต่ไม่กี่ปีต่อมาเขากลับทิ้งภรรยา ออกไปใช้ชีวิตเร่ร่อนพเนจรร่วมยี่สิบปี ระหว่างนั้นก็เลี้ยงชีพจากการเก็บค่าเช่าและเป็นตัวแทนจัดซื้อของกองเรือรบสเปน เขามีหนี้สินมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ถูกจำคุกถึงสองครั้ง ขณะติดคุกอยู่ที่เมืองเซวิลล์ (Seville) เขาจึงได้เขียนหนังสือย่างจริงจัง ผลงานชิ้นสำคัญชิ้นแรกได้รับการตีพิมพ์ในปี 2128 คือเรื่อง "La Galatea” จากนั้นเขาก็เริ่มเขียน "ดอน กิโฆเต้ฯ” ในปี 2140 ภาคแรกตีพิมพ์ในปี 2147 ปรากฏว่าเป็นประสบความสำเร็จมาก จากนั้นเซร์บานเตสก็เขียนภาคสองตีพิมพ์ในปี 2156 แม้จะโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทว่าชีวิตก็ยังต้องกระเบียดกระเสียรอยู่นั่นเอง เซร์บานเตสเสียชีวิตในวันที่ 23 เมษายน 2159 วันเดียวกับเชคสเปียร์ “ดอน กิโฆเต้ฯ” เป็นนิยายอัศวินล้อเลียนเสียดสี ตัวเอกเป็นขุนนางต่ำศักดิ์ชราคนหนึ่งแห่งแคว้นลามันช่า ที่คลั่งไคล้นิยายอัศวิน จนในที่สุดก็หาเสื้อเกราะเก่า ๆ และขี่ลาแก่ ๆ ออกพเนจรไปด้วยอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ที่ต้องการปราบอธรรม พร้อมกับผู้ช่วยชาวนารูปร่างอ้วนชื่อ "ซานโช่ ปันซ่า” (Sancho Panza) ซึ่งหวังว่าสักวันหนึ่ง ดอน กิโฆเต้ประสบความสำเร็จจะได้ยกให้ตนเป็นเจ้าของที่ดิน ระหว่างทางทั้งคู่ถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะ ยิ่งเมื่อดอน กิโฆเต้เข้าโรมรันกับกังหันลม ด้วยคิดว่าเป็นมังกรร้าย ผู้คนต่างหาว่าเขาเป็นบ้า มีแต่เพียงซานโช่เท้านั้นที่ยังศรัทธา จนญาติ ๆ ต้องออกมาตามหาพาตัวดอน กิโฆเต้กลับบ้าน นิยายเรื่องนี้สะท้อนการต่อสู้ระหว่างโลกในอุดมคติซึ่งมีกิโฆเต้เป็นตัวแทน กับโลกแห่งความจริงซึ่งมีซานโช่เป็นตัวแทน… เป็นนิยายที่ได้รับการยกย่องว่า สามารถทำให้เด็ก ๆ อ่านแล้วหัวเราะได้ คนหนุ่มสาวอ่านแล้วต้องครุ่นคิด คนแก่อ่านแล้วหลั่งน้ำตา

เซร์บานเตสดอน กิโฆเต้ฯ ฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์อย่างประณีตโดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
ผู้บันทึก super เมื่อ Saturday 29 Sep 07@ 03:35:12 ICT (242 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 28 กันยายน
วันนี้ในอดีต
28 กันยายน 8 ปีก่อนพุทธกาล (551 ปีก่อนคริสตกาล)
วันเกิด ขงจื๊อ (Confucius) ปราชญ์จีนโบราณ เกิดที่ประเทศหลู่ (State of Lu) ปัจจุบันคือจังหวัดฉานตง (Shandong Province) บิดาเสียชีวิตตั้งแต่ขงจื๊อยังเด็ก มารดาจึงพยายามส่งเสริมให้ขงจื๊อได้รับการศึกษาที่ดี เพื่อในอนาคตจะได้เข้ารับราชการเป็นขุนนาง ขงจื๊อเป็นเด็กที่ตั้งใจและขยันหมั่นเพียรการศึกษาอย่างยิ่ง ประกอบกับเป็นผู้ชาญฉลาด ไม่นานเขาก็กลายเป็นคนหนุ่มที่มีความรอบรู้ ถึงอย่างนั้น ขงจื๊อก็ยังเป็นผู้ที่เปิดกว้าง อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ จึงเป็นที่รักของชาวเมืองหลู่อย่างมาก ขงจื๊อเคยเข้ารับราชการอยู่ช่วงหนึ่ง แต่อยู่ได้ไม่กี่ปีก็ลาออก เนื่องจากถูกใส่ร้ายจากข้าราชการผู้อื่นที่อิจฉาริษยา จากนั้นได้ตั้งโรงเรียนเพื่อสอนหนังสือให้กับประชาชน (นับเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกของจีน) ด้วยในสมัยนั้นผู้ที่มีความรู้มีเฉพาพกลุ่มขุนนางข้าราชการเท่านั้น วิชาที่สอนมีทั้ง ประวัติศาสตร์ พิธีการ หลักคุณธรรม วรรณคดี และดนตรี แม้ระยะแรกจะมีผู้ต่อต้านเพราะไม่เชื่อว่าครูหนุ่มจะสอนหนังสือได้ดี แต่เมื่อเห็นลูกศิษย์ของขงจื๊อมีความรู้ดี ชาวเมืองต่างก็ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนกับขงจื๊อจำนวนมาก จนมีลูกศิษย์กว่าสามพันคน ทั้งขุนนางข้าราชการ พ่อค้า และชาวนา ต่อมาขงจื๊อได้รับโอการจากฮ่องเต้ให้เข้ามารับราชการอีกครั้ง โดยให้เป็นผู้ดูแลกิจการในเมืองหลวง ต่อมาก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้ ระหว่างที่ขงจื๊อเป็นขุนนางประเทศหลู่ ประเทศนี้มีความเข้มแข็งมาก ข้าราชการมีระเบียบวินัย ผู้คนมีคุณธรรม บ้านเมืองอยู่ในขื่อในแป ฮ่องเต้และประชาชนล้วนเคารพนับถือขงจื๊อ ในช่วงบั้นปลายชีวิต ขงจื๊อได้เขียนหนังสือหลายเล่ม ที่สำคัญคือหนังสือประวัติศาสตร์ พิธีกรรม บทเพลง ตำราโบราณชื่อ “ชุนชิว” นอกจากนี้ขงจื๊อยังชื่นชอบดนตรีและบทกวี ถึงขนาดรวบรวมบทกวีในสมัยนั้นกว่าสามร้อยบทกลายเป็นหนังสือรวมบทกวีเล่มแรกของจีนชื่อ “ซือจิง” ขงจื๊อสิ้นชีวิตในปี พ.ศ. 65 ขณะอายุได้ 73 ปี คำสอนของขงจื๊อต่อมาถูกรวบรวมเรียกว่า "ลัทธิขงจื๊อ” (Confucianism) ซึ่งมีอิทธิพลลึกลงไปในสังคมจีน รวมไปถึงประเทศในเอเชียอาคเนย์มายาวนานกว่า 20 ศตวรรษ หลักปรัชญาของขงจื๊อเน้นเรื่องมนุษยธรรมและจารีตประเพณี โดยสอนให้ลูกศิษย์มีความกตัญญูและเคารพต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ และขุนข้าราชการ และสอนเรื่องจริยธรรม ความเมตากรุณา มนุษย์จะต้องเปิดใจพร้อมที่จะเรียนรู้จากผู้อื่นไม่ว่าจะอ่อนหรืออาวุโสกว่า ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ และเมตตาต่อผู้อื่น

ขงจื๊อ

ผู้บันทึก super เมื่อ Friday 28 Sep 07@ 06:49:56 ICT (242 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 27 กันยายน
วันนี้ในอดีต
27 กันยายน พ.ศ. 2448
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เผยแพร่บทความเรื่อง "Does the Inertia of a Body Depend Upon Its Energy Content ?” ("จริงหรือไม่ที่ความเฉื่อยขึ้นอยู่กับพลังงานภายในของวัตถุ”) ซึ่งได้นำเสนอสมการก้องโลก E=mc2 สมการนี้แสดงความสัมพัทธ์ระหว่างมวลและพลังงาน อธิบายได้ว่า เมื่อให้พลังงานกับมวลเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลนั้นก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย จากทฤษฎีนี้ทำให้นำสู่ผลที่ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง หลักการนี้จึงเป็นหลักการเบื้องต้นของ "ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป" (theory of relativity) แม้ว่าไอน์สไตน์จะใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือน ในการสร้างผลงานปฏิวัติโลกด้วยผลงานเด่น ๆ 3 ผลงานในปีนี้ คือ “ปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริก” (Photoelectric Effect) “การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน” (Brownian Motion) และ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ” (special relativity) แต่โลกต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษเพื่อทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในผลงานเหล่านี้ ต่อมาได้มีการประกาศให้ปี 2448 เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์และในปี 2548 วงการวิทยาศาสตร์โลกได้ประกาศให้เป็น "ปีฟิสิกส์โลก” (World Year of Physics 2005) และมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษปีมหัศจรรย์ไอน์สไตน์

E=mc2

ผู้บันทึก super เมื่อ Thursday 27 Sep 07@ 00:26:32 ICT (305 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 26 กันยายน
วันนี้ในอดีต
26 กันยายน พ.ศ. 2123
เซอร์ ฟรานซิส เดรก (Sir Francis Drake) นักสำรวจชาวอังกฤษ สามารถแล่นเรือได้รอบโลกได้สำเร็จ เดิมทีเขาเป็นโจรสลัดผู้เชี่ยวชาญทะเล ต่อมาได้รับการอุปถัมภ์จาก พระราชินี เอลิซาเบ็ธ ที่ 1 (Queen Elizabeth I) ให้เดินเรือสำรวจเพื่อแสดงแสนยานุภาพแข่งกับประเทศสเปน เดรกออกจากท่าเรือในอังกฤษเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2120 พร้อมกับลูกเรือ 165 คนในเรือ 5 ลำ มุ่งหน้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านช่องแคบมาเจลแลน (Magellan Strait) ระหว่างทางเรือหลายลำได้รับความเสียหายจนเหลือเพียงเรือ
"โกลเด็นไฮนด์” (The Golden Hind) ของเขาเพียงลำเดียว เขาแล่นข้ามหาสมุทรแปซิฟิกจนถึงเกาะเปลิว แล้วจึงเดินทางกลับอังกฤษผ่านแหลมกูดโฮป นับเป็นนักเดินเรือชาวอังกฤษคณะแรกที่เดินทางรอบโลกได้สำเร็จ ต่อมาในปี 2128 สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นอัศวินนำหน้าชื่อด้วย "เซอร์” (Sir) วีรกรรมของเดรกนับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่อังกฤษกลายเป็นประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทะเลยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เซอร์ ฟรานซิส เดรก โกลเด็นไฮนด์
ผู้บันทึก super เมื่อ Wednesday 26 Sep 07@ 07:12:38 ICT (228 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 25 กันยายน
วันนี้ในอดีต
25 กันยายน พ.ศ. 2473
วันเกิด จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักปฏิวัติคนสำคัญของสยาม เกิดที่ อ. ประจันตาคม จ. ปราจีนบุรี เข้ามาเรียนหนังสือชั้นมัธยมที่กรุงเทพฯ และสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเขียนบทความทางวิชาการด้านภาษาศาสตร์มาตั้งแต่เป็นนิสิตปี 1 พอขึ้นปี 3 ก็ได้เป็นบรรณาธิการหนังสือ มหาวิทยาลัย 23 ตุลา ซึ่งเป็นหนังสือประจำปีของจุฬาฯ ด้วยเห็นว่ามีเนื้อหาและรูปแบบซ้ำซากมานาน จิตรจึงเปลี่ยนแปลงใหม่และเขียนบทความวิจารณ์การเมือง ส่งผลให้หนังสือถูกสั่งระงับการพิมพ์ จิตรจึงถูกรุ่นพี่จับ “โยนบก” ลงจากเวทีหอประชุมใหญ่จุฬาฯ จนถูกส่งเข้าโรงพยาบาลและถูกพักการเรียน 1 ปี ระหว่างนั้นเขาจึงไปรับสอนภาษาไทยและทำงานหนังสือพิมพ์ เมื่อกลับเข้ามาเรียนหนังสืออีกครั้งเขารวมกลุ่มกับเพื่อนก่อตั้ง สหพันธ์นักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) รวมทั้งแต่เพลงปลุกใจต่าง ๆ อาทิ มาร์ชเยาวชนไทย, ธรรมศาสตร์-จุฬา ชิงชัย, มาร์ชกรรมกรไทย เรียนจบแล้วเป็นครูที่โรงเรียนเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาเริ่มปลูกฝังแนวคิด “ศิลปะเพื่อชีวิต” ที่นี่ หลังจากที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจในปี 2501 จิตรถูกจับข้อหาคอมมิวนิสต์ ติดคุกลาดยาวอยู่ 6 ปี ระหว่างนี้เขาได้เขียนและแปลหนังสือไว้หลายเล่ม อาทิ "โคทาน”, “แม่”, “คนขี่เสือ”, “พจนานุกรมภาษาละหุหรือมูเซอร์ และความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม” และ "ลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ” รวมทั้งเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” และเพลงอื่น ๆ อีกหลายเพลง หลังออกจากคุกไม่นานเขาก็ตัดสินใจเดินทางเข้าป่าในช่วงปลายปี 2508 เข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในนาม "สหายปรีชา” ปฏิบัติการในพื้นที่เทือกเขาภูพาน อ. เมืองสกลนคร ในช่วงนั้นฝ่ายรัฐบาลเริ่มกวาดล้างอย่างรุนแรง ในที่สุดจิตรก็ถูกกองกำลังชาวบ้านผสมทหารล้อมยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 บริเวณทุ่งนากลางป่าละเมาะ บ้านหนองกุง ต. คำบ่อ อ. วาริชภูมิ จ. สกลนคร ภายหลังจาการเสียชีวิต จิตรได้รับการยกย่องในฐานะนักเขียน นักภาษาศาสตร์ และศิลปินนักรบของประชนชน ถือจิตรกลายเป็นวีรบุรุษที่คนหนุ่มสาวในยุคต่อมาได้ยึดเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่ยุค 14 ตุลา 16 มาจนทุกวันนี้

จิตร ภูมิศักดิ์

ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 24 Sep 07@ 23:49:24 ICT (417 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 24 กันยายน
วันนี้ในอดีต
24 กันยายน พ.ศ. 2439
วันเกิด เอฟ. สก็อต ฟิตซ์เจอรัลด์ (Francis Scott Key Fitzgerald) นักเขียนชาวอเมริกันใน “ยุคแจ๊ส” (Jazz Age ระหว่างปี 2461-2472) เกิดที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินเนโซตา เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัวชนชั้นกลางที่ร่ำรวย จึงได้รับการศึกษาอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก งานเขียนชิ้นแรกได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โรงเรียนตอนอายุ 13 ปี อีกสองปีต่อมาเรื่องสั้นเรื่องแรกก็ได้ตีพิมพ์ เขาเรียนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน แต่ยังไม่ทันจบก็ดร็อพในปี 2460 เพื่อสมัครเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เขาก็ไม่เคยเข้าร่วมสมรภูมิสงครามในยุโรป และไม่เคยเห็นการสู้รบใด ๆ ในปี 2463 นิยายเรื่องแรกของเขาคือ "This Side of Paradise” ก็ได้รับการตีพิมพ์ หลังจากนิยายประสบความสำเร็จ เขาก็แต่งงานกับนักเขียนสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ เซลดา ไซร์ (Zelda Sayre Fitzgerald) ต่อมาก็ย้ายไปพำนักที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นชีวิตของทั้งคู่ก็แทบไม่เคยร้างราจากงานเลี้ยง ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าของคู่รักนักเขียนจึงโด่งดังยิ่งกว่างานเขียน ภายหลังาเซลดาป่วยเป็นโรคจิตเภทและเสียชีวิตเพราะไฟไหม้โรงพยาบาลเมื่อปี 2491 ส่วนสกอตต์ก็ยังคงเขียนเรื่องสั้นส่งไปตามนิตยสารเพื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนโต ต่อมาเขาป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2483 ขณะอายุเพียง 44 ปี ในสภาพแทบไม่มีใครเหลียวแล ผลงานที่สำคัญเรื่องอื่น ๆ ได้แก่ "The Beautiful and Damned”, “The Love of the last tycoon” และ “The Great Gatsby” ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็นหนังสือแห่งยุคแจ๊ส

เอฟ. สก็อต ฟิตซ์เจอรัลด์  The Great Gatsby
ผู้บันทึก super เมื่อ Monday 24 Sep 07@ 06:24:39 ICT (254 ครั้ง)
( มีต่อ... )
วันนี้ในอดีต: 23 กันยายน
วันนี้ในอดีต
23 กันยายน พ.ศ. 2469
วันเกิด จอห์น โคลเทรน (John William Coltrane) นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน เกิดที่เมืองแฮมเล็ต มลรัฐนอร์ท แคโรไลนา ในสมัยที่ยังมีการแบ่งแยกสีผิวกันอย่างรุนแรง โคลเทรนเติบโตมาด้วยการอบรมเลี้ยงดูแบบชนชั้นกลางทางใต้ เรียนศาสนาผ่านการร้องเพลงสวดในโบสถ์ พ่อของเขาเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชิ้น โคลเทรนเริ่มเล่นอี-แฟลต ฮอร์น (E-Flat Horn) และเปลี่ยนเป็นคลาริเน็ตในวงประจำโรงเรียนไฮสคูล ในสมัยนั้นดนตรีสวิง (Swing) และบิ๊กแบนด์ (Big Band) กำลังเบ่งบานอยู่ในอเมริกา โคลเทรนได้ทำความรู้จักแจ๊สผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และตามตู้เพลงต่าง ๆ จนหันมาสนใจดนตรีแจ๊สอย่างจริงจัง ในระหว่างที่เรียนไฮสคูลปีสุดท้ายเขาก็เปลี่ยนมาเล่นอัลโต-แซ็กโซโฟน โดยได้แรงบันดาลใจจาก เลสเตอร์ ยัง (Lester Young) และ จอห์นนี ฮ็อดจ์ส (Johnny Hodges) สองนักดนตรีผู้สร้างตัวตนให้แซ็กโซโฟนโดดเด่นในเวทีแจ๊ส ในปี 2486 เขาก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย มลรัฐเพนซิลวาเนีย เรียนดนตรีเพิ่มเติม จนกระทั่งถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประจำตำแหน่งนักดนตรีแห่งกองทัพเรือที่ฮาวายระหว่างปี 2488-2489 หลังจากสงครามเขาเปลี่ยนมาใช้เทเนอร์-แซ็กโซโฟน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของเขาตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต หลังสงครามเขาออกมาทำงานหลายอย่าง และเล่นดนตรีไปด้วย โดยเป็นมือแซ็กฯ ในวงของ เอ็ดดี “คลีนเฮด” วินสัน (Eddie “Cleanhead” Vinson) จากนั้นก็ย้ายไปเล่นกับวงบิ๊กแบนด์ของ ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) เมื่อแจ๊สพัฒนามาถึงยุค "บีบ๊อพ” (Bebop) โดยมีหัวขบวนเป็นนักอัลโต-แซ็กฯ หัวขบถอย่าง ชาร์ลี พาร์คเกอร์ (Charlie "Bird" Parker) วงของกิลเลสปีจึงต้องต้องย่อเป็นวงขนาดเล็กในปี 2494 ในช่วงนี้โคลเทรนก็เริ่มใช้เฮโรอีน (เลิกได้ในปี 2500) หลังจากนั้นเขาออกมาตั้งวงกับ จิมมี ฮีต (Jimmy Heath) เริ่มทดลองซาวด์ดนตรีใหม่ ๆ และได้อัดแผ่นเสียงอัลบัมแรกของตัวเองคือ "Blue Train” ในปี 2500 เมื่อ ไมล์ส เดวิส (Miles Davis) มาเห็นฝีมือจึงชักชวนเข้าร่วมวงควินเต็ต (Quintet--วงห้าชิ้น) ในปี 2501 ในช่วงนี้โคลเทรนได้ฝากผลงานยอดเยี่ยมไว้หลายชุดในนามของวง "ไมล์ส เดวิส ควินเต็ต” (Miles Davis Quintet) อาทิ 'Round About Midnight, Relaxin', Workin', Cookin' และ Kind of Blue เมื่อเห็นว่าไมล์สก้าวต่อไปไปในวิถีโมดัลแจ๊ส (Modal Jazz) โคลเทรนก็เริ่มมุ่งหาแนวทางใหม่ ๆ ในปี 2503 เขาก็ออกมาฟอร์มวงควอเต็ต (Quatet—วงสี่ชิ้น) ของตัวเอง ร่วมกับ แม็คคอย ไทเนอร์ (McCoy Tyner) เปียโน, เอลวิน โจนส์ (Elvin Jones) กลอง และ จิมมี การ์ริสัน (Jimmy Garrison) เบส ภายหลังได้มี อีริค ดอลฟี (Eric Dolphy) อัลโต-แซ็กฯ และ ฟาโรห์ แซนเดอร์ (Pharoah Sanders) เข้ามาแทน ได้ออกผลงานระดับคลาสสิคไว้หลายชิ้น เช่น My Favorite Things, Impression และ Giant Steps ภายหลังเขาเริ่มหันหน้าเข้าหาศาสนา พระเจ้า และการทำสมาธิ โดยใช้แซ็กโซโฟนเป็นพาหนะมุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ กลายเป็นอัลบัมอมตะตลอดกาลคือ A Love Supreme ในเดือนธันวาคมปี 2507 หลังจากนั้นโคลเทรนก็มุ่งข้าสู่ “ตัวตน” ในวิถีฟรีแจ๊ส (Free Jazz) ออกอัลบัมก้าวหน้าออกมาอีกหลายชิ้น อาทิ Transition, Sun Ship, Ascension, Meditations และอัลบัมสุดท้ายคือ Interstellar Space ก่อนจะเสียชีวิตด้วยโรคมะแร็งตับในวันที่ 17 กรกฎาคม 2510 ใวัยเพียง 40 ปี โคลเทรนนับเป็นหนึ่งในนักดนตรีแจ๊สหัวก้าวหน้า (Avant-garde Jazz) ผู้ถากถางวิถีแห่งฟรีแจ๊สให้แก่ดนตรีแจ๊สสมัยใหม่ และนับเป็นนักแซ็กโซโฟนที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการดนตรีแจ๊ส และดนตรีแขนงอื่น ๆ ตราบจนทุกวันนี้

Blue TrainA Love SupremeInterstellar Space
ผู้บันทึก super เมื่อ Sunday 23 Sep 07@ 06:26:46 ICT (257 ครั้ง)
( มีต่อ... )
1457 เรื่อง (146 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 ]
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง
สารคดีเล่มล่าสุด
เรื่องเด่นในฉบับ
  • สารคดีพิเศษ : ๑ ศตวรรษธนาคารไทย
  • สิ่งแวดล้อม : เขื่อนสลายกำลังคลื่น “ขุนสมุทรจีน 49 A2”
  • โบราณชีววิทยา : นิทรรศการไดโนเสาร์ ที.เร็กซ์ “ซู” มาถึงเมืองไทย
  • “นายรอบรู้” : เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ นนทบุรี
คุณคิดเห็นอย่างไรที่รัฐบาลไทยจะอนุญาตให้มีการทดลองปลูกพืช GMO ในระดับไร่นาทั่วไปอีกครั้ง

เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วย



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 287
คำแนะนำ: 0
นิตยสาร สารคดี
รับสมัคร
ผู้ดูแลเว็บไซต์ (เว็บมาสเตอร์) ๑ ตำแหน่ง
 อ่านรายละเอียด
“ค่ายนักเขียนสารคดีสะท้อนปัญหาสังคม ครั้งที่ 4”
เปิดแล้วจ้า
รับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. – 30 พ.ย. 2550
 อ่านรายละเอียด

สมัครสมาชิก 
"สารคดี"1 ปี
จาก 1,440 บาท เหลือเพียง 1,250 บาท
รับฟรี กระเป๋าสารคดี

 รับฟรี กระเป๋าสารคดี
ห้องภาพสารคดี
ห้องภาพสารคดี




สารานุกรมผ้าและเครื่องถักทอ


โดย : ศ. วิบูยลย์ ลี้สุวรรณ
ราคา : 350 บาท

สารานุกรมผ้าและเครื่องถักทอ ผลงางของ ศ. วิบูลย์ ลี้สุวรรณ ได้รวบรวมคำศัพท์ต่าง ๆ ของผ้า รวมถึงสิ่งของ เครื่องใช้ และกรรมวิธีเกี่ยวกับผ้าและสิ่งทอของไทยมากกว่า 1,000 คำ ผู้เขียนได้อธิบายความหมายของคำ ลักษณะ และประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวเนื่องของคำศัพท์นั้น พร้อมภาพประกอบศัพท์บางคำที่จะช่วยเสริมให้ผู้อ่านเข้าใจได้ชัดเจนมากขึ้น


[ ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่ ]

Sarakadee Bookstore
หน้าแรก นิตยสารสารคดี ห้องนักเขียนสารคดี ห้องภาพสารคดี แผนฝังเว็บไซต์ กระดานสนทนา ส่งข่าวสาร-บทความ ร้านหนังสือสารคดี Link

You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.38 วินาที
:: fiapplegreen 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::