Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 177

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 178

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 179

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 180

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 181

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 182

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 183

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 184

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 185

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 186

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 187

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 188

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 189

Deprecated: Function eregi() is deprecated in /home/sarakadee/public_html/web/mainfile.php on line 190
Sarakadee สารคดี
สารคดี
· หน้าแรก
· เข้าสู่ระบบ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· กระดานข่าว
· ค้นหา
· ติดต่อเรา
· นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 227 - ปัจจุบัน
· นิตยสาร สารคดี
   ฉบับที่ 166 - 226

· โลกรายเดือน
108 ซองคำถาม
ปลาต้องกินน้ำหรือเปล่า ?

สงสัยว่าปลากินน้ำหรือเปล่า  ถ้าปลาต้องกินน้ำ ก็เป็นโชคดีของปลานะที่มีน้ำให้กินเหลือเฟือ
(นก / กรุงเทพฯ)

อ่านต่อ

เขียนถึงสารคดี

(652 คำในบทความ)
(1246 ครั้ง)   หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์




   ความคิดเห็นของท่าน มีค่าสำหรับเรา ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านส่งข้อเสนอแนะ คำติชม รวมทั้งความคิดเห็นของท่านที่มีต่อนิตยสาร สารคดี มาได้ที่คอลัมน์ “เขียนถึงสารคดี” กองบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี เลขที่ ๒๘-๓๐ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ หรือทาง email : writetosarakadee@yahoo.com

ปัจจัยที่ทำให้หนังสือขายดี
ผมพบว่า สารคดี ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๔๘ ถึงตอนนี้ผ่านมา ๒ เดือนแล้วก็ยังมีขายอยู่ ขณะที่นิตยสาร ฅนค้นฅน ฉบับแรก (เดือนพฤศจิกายน ๔๘) ขายได้เกลี้ยงทุกแผงภายในเวลา ๒ วัน แม้จะพิมพ์เพิ่มอีกครั้งก็ยังไม่พอจำหน่าย เมื่อลองพลิกดูเนื้อหาภายในแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องของคนเล็กคนน้อยเช่นเดียวกับเรื่องขึ้นปกของ สารคดี ฉบับเดือนตุลาคม (หยดน้ำในกระแสธาร : คนเล็กๆ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖) ผมจึงคิดว่าสังคมปัจจุบันมิใช่ไม่สนใจเรื่องคนเล็กคนน้อย ยกตัวอย่างเช่น ปู่เย็น หรือ คุณรัตนา สัจจเทพ แต่เหตุที่ทำให้หนังสือขายดีกลับอยู่ที่การนำเสนอหรือวิธีการส่งเสริมการขายมากกว่าตัวเรื่องนั้นๆ เอง เช่น การประกาศล่วงหน้าในทีวีของ ฅนค้นฅน ซึ่งปัจจุบันเข้าถึงมวลชนในวงกว้าง ในขณะที่เพื่อนผมหรือคนรู้จักกลับไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือ สารคดี เลย

ต่อไป ผมขอเปรียบเทียบ สารคดี กับ National Geographic ปัจจุบันผมซื้อ สารคดี แทบทุกเดือน อาจจะเว้นบ้างเพียง ๑ หรือ ๒ ฉบับใน ๑ ปี เนื่องจากไม่ได้สนใจเรื่องขึ้นปกของเล่มนั้น เมื่อซื้อมาแล้วก็จะอ่านแทบทุกคอลัมน์ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย เห็นว่าน่าอ่านทุกคอลัมน์และคุ้มค่าเงินมากๆ ถ้าเทียบกันแล้วปีหนึ่งๆ ผมซื้อ NG เพียง ๑ หรือ ๒ เล่มเท่านั้น เนื่องจากผมชอบการนำเสนอเชิงลึกมากกว่าการนำเสนอสั้นๆ ประกอบรูปสวยๆ แต่ผมก็เห็นข้อดีของเขา นั่นคือ พอเห็นกรอบสีเหลืองที่หน้าปก ก็รู้เลยว่าเป็น NG ขณะที่ สารคดี ต้องดูหัวหนังสือก่อน เพราะหน้าปกจะเปลี่ยนไปทุกเดือน สำหรับเรื่องโฆษณาในหนังสือ สารคดี ผมชอบที่มีไม่มาก ทำให้หนังสือไม่หนา เวลาเก็บก็ไม่กินพื้นที่

ส่วนเรื่องพระเครื่องที่คุณศรแนะนำมานั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะทำเรื่องนี้ เพราะทุกวันนี้ดูว่าคนสนใจพระเครื่องกันที่ราคาค่างวดและอิทธิปาฏิหาริย์ มากกว่าสนใจที่จะนำไปบูชากันจริงๆ

ฝากถาม “ซองคำถาม” ด้วยครับว่า ทำไมรถพยาบาลถึงเขียนคำว่า AMBULANCE กลับด้าน คือเขียนเป็น ECNALUBMA

อ้อ อยากทราบว่า “หมูอมตะ” เขา (หรือเธอ) ดูลายมือเป็นด้วยหรือครับ

นิเวศน์
ทุกวันนี้หากติดตามความเคลื่อนไหวในวงการสิ่งพิมพ์ จะทราบดีว่ามีแม็กกาซีนใหม่ๆ หลายเล่มที่เจ้าของเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดังซึ่งหันมาจับงานสื่อสิ่งพิมพ์ ออกทั้งแม็กกาซีนและพ็อกเกตบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็น เวิร์คพอยท์ เจ้าของรายการ แฟนพันธุ์แท้ ที่ตั้งสำนักพิมพ์ผลิตนิตยสาร แก้จน และจัดพิมพ์พ็อกเกตบุ๊กออกมาหลายเล่ม ทีวีบูรพา ผู้ผลิตรายการ ฅนค้นฅน ก็ออกพ็อกเกตบุ๊กและนิตยสาร ฅนค้นฅน ฯลฯ นิตยสารและพ็อกเกตบุ๊กของบริษัทเหล่านี้มักประสบความสำเร็จทางการตลาด นอกจากความน่าสนใจในเนื้องานแล้ว ส่วนหนึ่งยังเพราะมีรายการทางทีวีเป็นช่องทางในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ซึ่งได้ผลในวงกว้างมากกว่า ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดีครับที่งานเชิงสารคดีจะมีโอกาสเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มากขึ้น ส่วน สารคดี เองก็จะทำหน้าที่ของเราต่อไปอย่างเต็มกำลังความสามารถตามแนวทางที่เรายึดถือมาตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปี และก็หวังว่าผู้อ่านคงจะเป็นกำลังใจกันต่อไป

เรื่องรถพยาบาลที่ฝากถาม “ซองคำถาม” มานั้น ขอลัดคิวตอบให้สั้นๆ ตรงนี้ว่า ที่เขาเขียนคำ AMBULANCE กลับด้าน ก็เพื่อให้คนขับรถคันหน้าที่รถพยาบาลวิ่งตามอยู่ได้รู้ตัวและเปิดทางให้ เพราะเมื่อมองจากกระจกมองหลัง ตัวหนังสือหน้ารถพยาบาลที่เขียนกลับด้านอยู่ จะปรากฏเป็นคำ AMBULANCE ให้เห็นชัดเจนครับ

ส่วนเรื่องของ “หมูอมตะ” ตามหาคำตอบได้ใน “เฮโลสาระพา” นะครับ

ชื่นชมเรื่องราวคนเล็กๆ
ติดตามอ่าน สารคดี มานานมากแล้ว แต่เพิ่งเขียนถึง สารคดี เป็นครั้งแรกก็คราวนี้

ชอบคอลัมน์ “รับอรุณ” ของพระไพศาล วิสาโล อยากให้มีทุกฉบับค่ะ งานเขียนของท่านช่วยจรรโลงชีวิตที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันของคนยุคนี้ได้ดี ฝากกราบขอบพระคุณไปยังท่านด้วย

ขอชื่นชม สารคดี ที่ทำเรื่องราวของคนเล็กๆ ที่ไร้นาม อย่างคน ๑๔ ตุลา ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวมาก่อน ทำให้ได้รู้ช่วงชีวิตต่อมาของพวกเขา รวมถึงการไปสัมภาษณ์คุณ “จ๋ามตอง” ก็ทำให้เราได้รู้จักหนึ่งใน Asia’ s Heroes ของนิตยสาร Time คนนี้ (อ้อ ! คิดถึงงานเขียนของคุณวันดีขึ้นมาทันที ไม่ทราบจะมีโอกาสได้อ่านงานของเธออีกหรือไม่)

ทั้งหมดนี้คงเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ สารคดี อยู่คู่สังคมไทยมาถึง ๒๐ ปี ขอเป็นกำลังใจให้ บ.ก. นักเขียน และทีมงานทุกท่าน ที่ช่วยกันผลิตงานดีๆ ออกมาประดับความรู้ของผู้คน

มิตร สารคดี
ทางกอง บ.ก. ก็อยากให้มีคอลัมน์ “รับอรุณ” ทุกฉบับครับ แต่เกรงใจท่านอาจารย์ไพศาลซึ่งมีงานล้นมือ ลำพังงานของท่านในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ก็หนักหนาพอดูอยู่แล้ว ทางเราจึงไม่อยากรบกวนท่านมากไปกว่านี้ อย่างไรก็ตามท่านรับปากว่า ในอนาคตถ้างานอื่นลดลง ยินดีจะเขียนให้ สารคดี ทุกเดือนครับ

ส่วนที่ถามถึงงานเขียนของคุณวันดี (ศิษย์เก่า สารคดี อีกคนหนึ่ง) มานั้น อันที่จริงเธอยังมีงานที่ตั้งใจจะเขียนให้ สารคดี อยู่หลายชิ้น ติดอยู่ตรงที่ยังไม่ว่างลงมือสักที เพราะตอนนี้นักเขียนสาวของเรากลายเป็นแอ็กทิวิสต์ชื่อดังขวัญใจชนกลุ่มน้อยทางเหนือไปแล้ว

คนเล็กๆ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖
เดือนตุลาคม ๒๕๑๖ ผมอายุได้เพียง ๗ ขวบ อยู่ ป. ๑ วันๆ ก็วิ่งเล่นหน้ามันอยู่ริมถนน พอเหนื่อยหิวก็เข้าบ้าน กินขนม ดื่มน้ำ

จำได้ว่าบ่ายวันนั้นพ่อเปิดทีวีขาวดำที่ถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ต่างๆ อยู่ มองเข้าไปในจอเห็นผู้คนดำมืดแน่นถนนราชดำเนิน ตั้งแต่สนามหลวง หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พ่อเปรยด้วยสีหน้าห่วงใยแกมกังวลว่า “ดูสิ บ้านเมืองเขาเกิดอะไรขึ้น อย่าเที่ยววิ่งเล่นให้มากนัก” ผมจึงไม่ได้ออกจากบ้านไปวิ่งเล่นกับเพื่อนเหมือนเก่า แต่นั่งตรึงอยู่หน้าจอทีวีจนเย็นย่ำ ได้เห็นทหาร รถถัง ขบวนแสดงพลังของมหาชน การต่อสู้เรียกร้อง ตลอดจนความวุ่นวายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับรู้ผลสืบเนื่องของเหตุการณ์จากข่าวที่มีทั้งเรื่องและภาพต่อมาอีกหลายวัน จนกระทั่งผู้นำประเทศสมัยนั้นลี้ภัยออกนอกประเทศ เหตุการณ์ต่างๆ จึงค่อยคลี่คลายลง

เรื่อง “หยดน้ำในกระแสธาร : คนเล็กๆ ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖“ จึงเป็นการจุดประกาย ฟื้นความหลังให้กลับมาแจ่มชัด ประวัติศาสตร์มีไว้ให้รำลึก จดจำ และสอนใจ ไม่ให้เจ็บแค้น-มัวเมา-ขาดสติ-หลงอำนาจ-ขาดเหตุผล-ลืมประชาชน-เรียกหาเพียงผลประโยชน์ การบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้ประชาชนไว้วางใจ เชื่อมั่น-ศรัทธา จึงเป็นหัวใจของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย

บทความของพระไพศาล วิสาโล ดีเหลือเกินทุกฉบับครับ เรื่องของลุงแม้ว นักผสมพันธุ์สุนัขมืออาชีพ อ่านแล้วยิ้มได้ มีความสุข ส่วน “กข ล้อสมัย” ฐ อธิษฐาน ฝีมือคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ไพเราะกินใจมาก ผมจะตัดเก็บใส่กรอบประดับไว้ในห้องหนังสือเพื่อเตือนตน

ขอให้คุณจำนงค์ ศรีนวล รักษาสุขภาพ มีผลงานศิลปะ ภาพถ่าย และงานเขียนมาฝากกันบ่อยๆ คงพูดได้ว่า “ผู้อาวุโส เพียงขยับปากกา ก็ต้องชายตามอง” พร้อมกันนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้กองบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี ที่นับถือทุกท่านครับ

คู่มือนำเที่ยวหลวงพระบาง โดยคุณศรัณย์ บุญประเสริฐ ช่วยผมได้มากในทริปหลวงพระบางกับคุณพ่อครั้งล่าสุด ส่วนหนังสือนั้น พระหลักคำวีระวิสุทธิคุณ หรือ หลวงพ่อคำจันทร์ วีระจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสนสุขาราม พระผู้ใหญ่เจ้าคณะหลวงพระบางท่านขอไว้ ผมจึงถวายให้ท่านไปแล้ว ไปพบท่านโดยบังเอิญขณะท่านกำลังทำงาน ด้วยวัยขนาดนี้ (๘๕ ปี) ท่านยังคงแข็งแรงและไม่ยอมหยุดทำงาน วันรุ่งขึ้นผมยังได้มากราบท่านพร้อมใส่บาตรข้าวเหนียวตรงหน้าวิลล่าสันติด้วย

ไปคราวนี้ได้รับประทานเอาะหลาม แจ่วบอง ร้านสมจัน อร่อยดี ถ้าไม่มี คู่มือฯ คงไม่ได้รู้จัก

อยากแนะนำผู้ที่จะไปเที่ยวหลวงพระบางให้ลองไปเที่ยวน้ำตกดาดแส้ดู น้ำใสไหลเย็น แอ่งไม่ลึก ปลอดภัย นั่งรถไปหมู่บ้านแอน แล้วนั่งเรือหางยาวไปตามแม่น้ำคานอีกราว ๑๐ นาที (ค่าเรือ ๑๐๐ บาท) ร่มรื่นดีมากครับ

สมวุฒิ สุนทรวิจิตร

หมายเหตุ : ร้านตำหนักลาว ย้ายจากร้านโลตัสนวดไทย มาอยู่ร้านตกแต่งใหม่ตรงข้ามวิลล่าสันติพอดี บางจุดบางแห่งในแผนที่ อย่างวัด ร้านอาหาร ที่พัก อาจจะอยู่ผิดจุดบ้าง (เช่น คนละฝั่งถนน) แต่สืบหาได้
ปี ๒๕๔๙ ครบรอบ ๓๐ ปีเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๑๙ ที่มีการสังหารหมู่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทาง สารคดี ตั้งใจจะทำเรื่องราวของคนเล็กๆ ที่ร่วมอยู่ในโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าไม่ค่อยจะมีคนอยากพูดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นสักเท่าไร (ยังไม่รวมถึงการที่มีคนบางกลุ่มต้องการให้เหตุการณ์นั้นลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่มีที่ยืนในประวัติศาสตร์) ส่วนหนึ่งอาจเพราะความหฤโหด ความป่าเถื่อน ความบ้าคลั่งของฝูงชนที่กระทำต่อผู้เคราะห์ร้ายเมื่อวันที่ ๖ ตุลานั้นรุนแรงมากจนกลายเป็นรอยด่างของสังคมไทย ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงไม่อยากเปิดเผยตัวนัก ขณะที่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ ถือเป็นชัยชนะของประชาชน คนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์จึงพร้อมจะเปิดเผยตัวเองออกมาให้สังคมรับรู้มากกว่า

คู่มือนำเที่ยวหลวงพระบาง ของคุณศรัณย์ บุญประเสริฐ (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สารคดี) ได้รับคำชมจากผู้อ่านหลายท่านว่ามีประโยชน์ต่อนักเดินทางจริงๆ คาดว่าอีกไม่นานนี้คงจะมีคู่มือแนะนำนครวัดและเวียดนามทยอยพิมพ์ออกมาครับ

เรื่องที่อยากให้ สารคดี ทำ
ผมติดตาม สารคดี มาตลอด แต่บางเล่มก็ไม่ได้ซื้อ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตามลำดับ เช่น รูปเล่มสวยขึ้น ทันสมัยขึ้น ผมอยากให้ สารคดี ทำเนื้อหาที่ผมอยากรู้บ้าง อย่างเช่น
  • ปลาน้ำจืดในประเทศไทย เท่าที่ทราบมีอยู่มากมายหลายชนิด จะทยอยลงตีพิมพ์หลายๆ ฉบับก็ได้นะครับ
  • ชื่อเรียกของสร้อยทองลายต่างๆ เช่น ลายปล้องอ้อย, ลายสี่เสา, ลายหกเสา ฯลฯ
  • ประวัติสถานที่สำคัญของไทย เช่น พระปฐมเจดีย์, พระธาตุลำปางหลวง อาจนำเสนอเป็นคอลัมน์พิเศษ ฉบับละแห่ง มีรูปและเรื่องราวที่น่ารู้ (ไม่ใช่ประวัติที่ซ้ำกับที่ลงใน “นายรอบรู้” หรือที่มีอยู่ตามโบรชัวร์ต่างๆ)
  • เรื่องของพระธาตุเขี้ยวแก้ว หลายปีก่อนมีการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากเมืองจีนมาประดิษฐานที่นครปฐมให้ผู้คนได้ไปสักการบูชา แต่ สารคดี ไม่ได้ทำเรื่องนี้ (ในช่วงเวลานั้นที่กำลังบูม)
  • อยากให้มีคอลัมน์เล็กๆ เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสิ่งรอบตัวเราอยู่ทุกฉบับ เช่น วิวัฒนาการของเตารีด เครื่องใช้ต่างๆ
  • อาหารหลักประจำชาติ เช่น ไทยกินข้าว (ปลูกข้าว, นำข้าวมานึ่ง), ฝรั่งกินขนมปัง (นำข้าวมาบดเป็นแป้ง), อิตาลีกินพิซซา (นำข้าวมาบดเป็นแป้ง) ทยอยทำฉบับละประเทศ
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด ทำในแง่ของความหมาย ฉบับละจังหวัด
  • กีฬาต่างๆ เช่น กอล์ฟ, แข่งม้า (ถ้าทำเป็นคอลัมน์ใหญ่ไม่ได้ ทำเป็นคอลัมน์เล็กๆ ก็ได้ เพราะคนอ่านอยากอ่านอะไรที่เบาๆ ไม่ซีเรียส)
  • ประเพณีของชาวต่างชาติ เช่น Thanksgiving, Easter, April Fool’ s Day ทำเป็นคอลัมน์เล็ก ๆ ฉบับละประเพณี
ส่วนเรื่องสัมภาษณ์ อยากให้ลองไปสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร. หม่อมราชวงศ์สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ท่านเป็นอาจารย์อัจฉริยะประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านมีความรอบรู้มากทั้งเรื่องไทยและต่างประเทศ เวลาท่านสอน ไม่ว่าจะเป็นภาคสนามหรือในห้องเรียน ท่านไม่เคยพกหรือแบกตำราเหมือนอาจารย์ทั่วไป ปัจจุบันท่านอายุมากแล้ว แต่ความจำดีมาก ท่านเป็นที่รักของศิษย์ทุกคน ผมว่าหากสิ้นท่านแล้วก็คงหาใครมาแทนที่ท่านไม่ได้ เรื่องศิลปะผมยกให้ ถวัลย์ ดัชนี แต่เรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะ ผมขอยกให้ท่าน ศาสตราจารย์ ดร. หม่อมราชวงศ์สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์ ครับ (เวลาท่านสอนจะอารมณ์ดี ปล่อยมุกตลกๆ ไม่เครียดครับ)

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ทราบว่าท่านจะยอมให้สัมภาษณ์หรือไม่ ที่ผมเขียนมา ก็เพราะอยากให้มีเรื่องราวเหล่านี้ปรากฏอยู่ใน สารคดี ส่วนจะได้แค่ไหนก็ไม่ว่ากันครับ

“นายอยากรู้”
ขอขอบคุณ “นายอยากรู้” ที่ชี้ทางสว่างให้ชาว สารคดี ได้รู้ว่าผู้อ่านของเราอยากอ่านเรื่องอะไรกันบ้าง แต่เรื่องที่แนะนำมาเราก็ทำกันไปบ้างแล้ว อาทิ พระเขี้ยวแก้ว แต่เป็นพระเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญจากศรีลังกามาให้ชาวพุทธในเมืองไทยได้สักการบูชา (ลงตีพิมพ์ในฉบับที่ ๒๒๗ มกราคม ๒๕๔๗) เรื่องข้าวก็เคยทำเป็นสารคดีพิเศษเล่าเรื่องการเดินทางของข้าวไทย ตั้งแต่การปลูก การผลิต ไปจนถึงการส่งออก (ลงตีพิมพ์ในฉบับที่ ๑๖๓ กันยายน ๒๕๔๑

สารคดี ฉบับขึ้นปีที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๙ คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอนครับ
  

[ กลับไป ฉบับที่ 251 > มกราคม 49 ปีที่ 21 | สารบัญเรื่องพิเศษ ]
หน้าแรก นิตยสารสารคดี ห้องนักเขียนสารคดี ห้องภาพสารคดี แผนฝังเว็บไซต์ กระดานสนทนา ส่งข่าวสาร-บทความ ร้านหนังสือสารคดี Link

You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.05 วินาที
:: fiapplegreen 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::