คนสร้างคำ : (เป็น) นักเปียโนอัจฉริยะใน ๖๐ แบบฝึกหัด ของแฮนอน
(112 total words in this text) (1147 reads) 

Hanon's The Virtuoso Pianist in 60 Exercises (เป็น) นักเปียโนอัจฉริยะใน ๖๐ แบบฝึกหัด ของแฮนอน เรื่อง : คำข้าว ภาพประกอบ : "นายดอกมา" ไม่ว่าเราจะสนใจมันมากหรือน้อย มือทั้งสองข้างก็ยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์อยู่ทุกวัน ตราบเท่าที่เรามีมัน สมองของเราให้ค่าและลงทุนกับมือมากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสามารถทั้งการรับรู้ความรู้สึก หรือการเคลื่อนไหวทำงาน ยิ่งถ้าหากมือและนิ้วถูกฝึกฝนเป็นอย่างดีเท่าใด สมองย่อมควบคุมและรู้สัมผัสได้อย่างละเอียดลออขึ้นมากเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ถึงคนธรรมดาอย่างเราจะมีมือและนิ้วที่ขยับโค้งงอกรีดสะบัดได้ดังใจตามสมควรแล้ว แต่ก็นับว่ายังห่างไกลกับของนักเปียโนหรือจิตรกรมืออาชีพเคยมีคนบอกว่า ความพิเศษของมือมนุษย์อยู่ตรงนิ้วทั้งห้าที่แยกออกจากกัน แต่ละนิ้วมีเซลล์ประสาทอัดแน่นพร้อมรับสัมผัส โดยเฉพาะที่ปลายนิ้วพิเศษขนาดที่มันเป็น "ตาทั้งสิบ" ให้คนตาบอดได้มองเห็นและอ่านหนังสือได้ขนาดที่ทำให้คนใบ้หูหนวกเปล่งบทกวีได้ด้วยเสียงอันดัง และการที่ปลายนิ้วทั้งสิบเต็มไปด้วยปลายประสาทใหญ่น้อยนั้น ก็หมายถึงที่ทางในสมองด้วยเหมือนกัน นักดนตรีทั้งหลายอาจรู้สึกว่าพวกนิ้วมีความทรงจำของตัวเองคล้ายกับว่านิ้วมันมีสมองที่จดจำกระบวนท่าการเคลื่อนไหวบนเครื่องดนตรีได้เอง จึงไม่น่าแปลกที่นักดนตรีหลายคนเชื่อว่า ท่วงทำนองดนตรี โน้ต หรือคอร์ดต่างๆ ที่คุ้นเคยดีนั้น มัน "อาศัย" อยู่ในนิ้วมือ แทนที่จะอยู่ในสมอง แม้มือจะมหัศจรรย์ถึงเพียงนั้น แต่มนุษย์ก็ไม่ยอมหยุดอยู่กับ (สิ่งที่คล้ายกับเป็น) ขอบเขต บางคนถึงกับบอกว่ามันเป็นปมทางจิตของมนุษย์ที่ต้องเอาชนะความติดขัดของร่างกายตน สำหรับนักเรียนเปียโน The Virtuoso Pianist in 60 Exercises หรือ (เป็น) นักเปียโนอัจฉริยะใน ๖๐ แบบฝึกหัด ของแฮนอน เป็นการรวมเทคนิคการฝึกนิ้วเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง คล่องแคล่ว รวดเร็ว ทนทาน และแม่นยำ ทั้งยังช่วยให้ข้อมือยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม ผ่านชุดตัวโน้ตที่เข้ารหัสอย่างเป็นระบบไว้เพื่อฝึกฝนทักษะของนิ้วทั้งสิบ โดยเฉพาะนิ้วนางและนิ้วก้อยที่นักเปียโนรู้ดีว่าเป็นนิ้วที่อ่อนแอกว่านิ้วอื่น แบบฝึกหัดชื่อยาวเฟื้อยอายุ ๑๓๕ ปีนี้ มักถูกเรียกให้สั้นลงเหลือแค่ "แฮนอน" และเป็นดังยาขมหม้อใหญ่ที่นักเรียนเปียโนจำใจต้องกินเพราะความน่าเบื่อและความไม่เป็นเพลงของมัน แต่ละบทดูเป็นเพียงการเคลื่อนนิ้วไล่สเกลขึ้นลงไปทางขวาแล้วย้อนกลับมาทางซ้ายเท่านั้น ถึงอย่างนั้น ชื่อของแบบฝึกหัดก็เป็นดังคำสัญญาที่ให้แก่ผู้ฝึกซ้อมว่า ๖๐ แบบฝึกหัดนี้จะทำให้เขาหรือหล่อนเป็นนายของเปียโนได้ เล่นเพลงที่มีโน้ตยากซับซ้อนและต้องใช้ทักษะรอบนิ้วเป็นพิเศษได้ ซึ่งเอาเข้าจริงนักเรียนเปียโนทั้งหลายก็พากันถอดใจไปเสียก่อนจะฝึกให้ครบทุกแบบฝึกหัด แฮนอน (ชาร์ลส์ ลุยส์ อานง, ค.ศ. ๑๘๑๙-๑๙๐๐) เป็นครูสอนเปียโนและนักประพันธ์เพลงยุคโรแมนติกชาวฝรั่งเศส ได้ชื่อว่ามีหัวคิดก้าวหน้าด้านการเรียนการสอนเปียโน และคิดประดิษฐ์ แบบฝึกหัดเพื่อขยายความสามารถของมือและนิ้วขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อบ่มเพาะทักษะของผู้เล่นให้ไปกันได้กับบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นโดยคีตกวีในยุคนั้น ครูแฮนอนอาจประพันธ์แบบฝึกหัดขึ้นด้วยความตั้งใจดีต่อลูกศิษย์ แต่ในความเป็นจริงทั้งครูและนักเรียนเปียโนรุ่นหลังต่างโต้เถียงเรื่องคุณและโทษของการฝึกฝนตามสูตรนี้กันไม่จบสิ้น ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าแฮนอนเขียนแบบฝึกหัดขึ้นโดยขาดความรู้เรื่องกายวิภาคของมือ การมุ่งเอาแต่ซ้อมเพื่อให้ได้แต่ทักษะตามที่กล่าวอ้างนั้นอาจยังความบาดเจ็บให้มือและนิ้วได้ ทั้งยังทำให้นักเรียนซ้อมเปียโนราวกับเป็นหุ่นยนต์ ขาดมิติด้านดนตรีอย่างแท้จริง อีกฝ่ายหนึ่งเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงจากการซ้อม แถมบอกว่าแฮนอนเป็นแบบฝึกหัดมหัศจรรย์ หากรู้จักซ้อมให้ถูกวิธีคำตอบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น อาจเป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตนจะว่าไปบทประพันธ์เพลงที่เกิดขึ้นจากสมองและจินตนาการอันเพริศแพร้วของคีตกวีกับความสามารถของมือและนิ้วของนักเปียโน บางทีก็ไม่ได้ไปด้วยกันเสมอ เมื่ออยากเล่นให้ได้ดี ก็ต้องซ้อมๆๆๆๆๆๆๆๆๆ... (พื้นที่คอลัมน์นี้คงใส่ไม้ยมกไม่พอ) เพื่อจะเอาชนะความจำกัดของนิ้วมือ หวนคิดถึง โรเบิร์ต ชูมันน์ นักแต่งเพลงและนักเปียโนที่หมกมุ่นฝึกฝนมือและนิ้วตัวเองอย่างหนักจนมือต้องบาดเจ็บพิการไป ก็เพื่อความเป็นเลิศทางเปียโนบางทีความพยายามอย่างหนักหนาสาหัสของมนุษย์ ทางหนึ่งอาจเป็นเรื่องน่านับถือน่ายกย่อง แต่อีกทางหนึ่งอาจกลับกลายเป็นเรื่องน่าสมเพชได้เหมือนกันหรือเปล่านะ
|