สารคดี
· หน้าแรก
· เรื่องทั้งหมด
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เข้าสู่ระบบ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ค้นหา
· ติดต่อเรา
· นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 227 - ปัจจุบัน
· นิตยสาร สารคดี
   ฉบับที่ 166 - 226

· โลกรายเดือน

ปิดค่ายนักเขียนสารคดี ครั้งที่ ๖ ทบทวนความรู้ ก่อนเข้าสู่สนามจริง   (31/08/10)


  roundaboutARTS - เสือไทยนิรนาม

ตัวอย่างVDO : สารคดี : KATSUSHIKA HOKUSAI ชอง BBC (05/11/09)


  Oneton - วันชัย ตัน

ยี่สิบปี รำลึกสืบ นาคะเสถียร (23/08/10)


  อุษาคเนย์ - สุเจน

สงครามที่ริมน้ำเทิน (31/01/10)


  เขียนข้างเปล - จันทร์ส่งแสง

ลูกปลูกต้นไม้-บนกระดาษ (31/08/10)


  Free as a Birds - รุ่งโรจน

เขตปลอดนกพิราบ (23/02/10)


  Bike is All Around - เสือจุ่น

24 ชั่วโมง จักรยานจะไปได้ไกลถึงไหน ในถนนประชาธิปไตย  (11/05/10)


  รอยต่อแห่งยุคสมัย -Pyramid

นักท่องเที่ยวกับคนทำมาหากิน (02/08/09)


  ยังมีที่ว่างรอให้เติมเต็ม -ยัติภังค์

ฝันโคตรโคตร -จุดจบคือการเริ่มต้น – การเริ่มต้นคือจุดจบ (11/11/09)


· เยี่ยมบ้านแฟนพันธุ์แท้ สารคดี[ 0 comments - 385 reads ]
· ขอเชิญร่วมงานอ่าน ฟังบทกวี ครั้งที่ ๘ “มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูของเรา ?”[ 0 comments - 1266 reads ]
· รับสมัครด่วน : พนักงานบัญชี 1 ตำแหน่ง[ 0 comments - 1058 reads ]
· ๒๕ ปี สารคดี จัดคาราวานแจกนิตยสาร ๓๐๐ ชุด[ 0 comments - 644 reads ]
· หนังสือในเครือสำนักพิมพ์สารคดี กับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 7[ 0 comments - 799 reads ]

[ More in News Section ]
รับอรุณ - ความสำเร็จคือจุดเริ่มต้นแห่งความล้มเหลว

(1571 total words in this text)
(926 reads)   Printer Friendly Page




เรื่อง พระไพศาล วิสาโลก
ภาพ : อ้อย กาญจนะวณิชย์




ย้อนหลังไปเมื่อ
,๗๐๐ปีก่อนโรมเป็นเพียงนครรัฐเล็กๆ บนฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ที่ปกครองโดยกษัตริย์แต่เมื่อเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อ๕๐๙ปีก่อนคริสตกาล อนาคตของโรมและโลกตะวันตกก็เปลี่ยนไปด้วยโรมกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มีแสนยานุภาพทางทหารอันเกรียงไกรมีนวัตกรรมทางกฎหมายศิลปะสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ล้ำยุคทั้งมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อโลกตะวันตกต่อเนื่องนานนับพันปี

ความสำเร็จอันน่าทึ่งส่วนหนึ่งมาจากระบอบการเมืองที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลอย่างเข้มข้นทำให้ชนชั้นนำยากที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจเพื่อตนเองหรือพวกพ้องได้  การตัดสินใจทางการเมืองและการทหารจึงมุ่งประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก หรืออย่างน้อยก็ต้องโน้มน้าวให้ผู้คนยอมรับว่าที่พวกเขาทำไปก็เพื่อสาธารณรัฐ

โรมขยายดินแดนด้วยการทำศึกสงครามหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งใดสำคัญเท่าการทำศึกกับอาณาจักรคาร์เทจซึ่งเป็นมหาอำนาจทางทะเลและคุมจุดยุทธศาสตร์ในทะเลเมดิเตอร์-เรเนียน  คาร์เทจเป็นอริที่น่าเกรงขามที่สุดเพราะเคยสร้างความบอบช้ำแก่โรมถึงสองครั้งสองคราแม้ไม่มีฝ่ายใดชนะ เด็ดขาดจนกระทั่งเมื่อ๑๔๖ปีก่อนคริสตกาลสงครามครั้งที่เกิดขึ้นโดยโรมเป็นฝ่ายบุกโจมตีคาร์เทจก่อนและสามารถเอาชนะได้ในที่สุด  คาร์เทจถูกทำลายจนพินาศไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อีก

เหตุผลข้อหนึ่งที่ชนชั้นนำของโรมอ้างเพื่อทำสงครามครั้งที่กับคาร์เทจก็คือ คาร์เทจเป็นพวกชั่วร้ายตระบัดสัตย์ คดโกงและโหดเหี้ยมบูชายัญแม้กระทั่งเด็กเล็กกล่าวอีกนัยหนึ่งคาร์เทจเป็นพวกที่ต่ำกว่ามนุษย์แต่เมื่อโรมชนะสงครามยึดเมืองคาร์เทจได้ก็มีคำสั่งให้แม่ทัพทำลายคาร์เทจจนวายวอดกองเพลิงลุกท่วมคาร์เทจตลอด๑๐วัน๑๐คืน ตามมาด้วยการรื้อกำแพงเมืองและอาคารทั้งหลายจนไม่เหลือซากใช่แต่เท่านั้นยังมีการสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยมทั้งระหว่างและหลังสงคราม  คาร์เทจซึ่งเคยมีประชากรถึง ล้านคนเหลือผู้รอดชีวิตเพียงหมื่นคนทั้งหมดถูกกวาดต้อนไปเป็นทาสจุดหมายคือเพื่อทำลายเมืองนี้ให้สูญสิ้นไม่ให้เป็นก้างขวางคอโรมอีกต่อไปนับเป็นการทำลายเมืองและวัฒนธรรมอย่างถอนรากถอนโคนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ

โรมนั้นถือตัวว่าเป็นอาณาจักรที่มีอารยธรรมและมีคุณธรรมสูงส่งกว่าคาร์เทจการศึกครั้งนี้ถูกป่าวประกาศว่าเป็นการมากำราบอาณาจักรที่เสื่อมทรามและฉ้อฉลเป็นการต่อสู้ระหว่างอิสรภาพและความยุติธรรมกับทรราช(ผ่านมากว่า,๐๐๐ปีเหตุผลนี้ก็ยังไม่ล้าสมัย) แต่สิ่งที่โรมทำกับคาร์เทจนั้นกลับบ่งบอกสิ่งตรงกันข้าม  ใช่หรือไม่ว่ายิ่งเราเห็นอีกฝ่ายเลวร้ายมากเท่าไรเราก็มีแนวโน้มจะทำสิ่งเลวร้ายไม่น้อยกว่าเขาด้วยอำนาจของความเกลียดและความหลงตัวลืมตน

หลังคาร์เทจล่มสลายโรมได้กลายเป็นมหาอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและสามารถขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวาง  กล่าวได้ว่าการทำศึกพิชิตคาร์เทจคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่ความยิ่งใหญ่ของโรมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  มองอีกแง่หนึ่งชัยชนะในสงครามครั้งนั้นก็ได้สร้างปัญหาให้แก่โรมในเวลาต่อมาเพราะเมื่อไม่มีคู่แข่งอย่างคาร์เทจคอยถ่วงดุลโรมจึงใช้อำนาจตามอำเภอใจมากขึ้นกับเมืองน้อยใหญ่ละทิ้งหลักการต่างๆที่โรมเคยยึดถือ อันล้วนเป็นหลักการที่สร้างความรุ่งเรืองให้แก่โรมเช่นการยึดถือในเกียรติยศศักดิ์ศรีและความยุติธรรม

จะว่าไปแล้วนี้เป็นปัญหาที่ชนชั้นนำบางคนในสภาซีเนตเวลานั้นมองเห็นและเคยท้วงติงคัดค้านการทำสงครามบดขยี้คาร์เทจชนชั้นนำกลุ่มนี้เห็นว่าโรมจำต้องมีอาณาจักรที่เข้มแข็งอย่างคาร์เทจไว้เพื่อทัดทานไม่ให้โรมมีอำนาจมากเกินไป หาไม่แล้วอำนาจที่ล้นเหลือจะทำให้โรมเกิด “ความละโมบและทำลาย “เกียรติยศการรักษาสัจจะและคุณธรรมอื่นๆแซลลัสต์(Sallust) นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันผู้บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวพูดไว้อย่างตรงจุดและชัดเจนว่า “อำนาจและความโลภทำให้เกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวายมันแปดเปื้อนและบ่อนทำลายทุกอย่างไม่มีอะไรที่ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือควรค่าแก่การนับถืออีกต่อไป  สุดท้าย(ชาวโรมัน) ก็ทำลายตัวเองจนถึงแก่ความหายนะ

หลังจากพิชิตคาร์เทจได้ไม่ถึง๑๒๐ปีโรมซึ่งเติบใหญ่ไม่หยุดยั้งก็ประสบวิกฤตมีการแก่งแย่งอำนาจภายในไม่หยุดหย่อนจนเกิดสงครามกลางเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า  ในที่สุดระบอบสาธารณรัฐก็ถึงแก่กาลอวสานหลังดำรงคงอยู่มาถึง ๔๕๐ปีกว่าจะกลับมามีเสถียรภาพได้ก็ต้องอาศัยผู้นำที่เด็ดขาดในระบอบจักรพรรดิแต่ความยิ่งใหญ่ของโรมไต่ระดับขึ้นไปได้อีกไม่นานหลังจากนั้นภาระของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ก็กดทับโรมให้ทรุดลงไปเรื่อยๆประกอบกับความลุ่มหลงในอำนาจและความแตกแยกภายในทำให้โรมอ่อนแอลงยิ่งขึ้น จนพ่ายแพ้ต่อกองทัพของ “อนารยชน” ในที่สุด

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ความพินาศของโรมเป็นสิ่งที่เอมิเลียนัส(Aemilianus) แม่ทัพผู้พิชิตคาร์เทจครั้งนั้นได้คาดการณ์ล่วงหน้าเอาไว้หลายร้อยปี  ขณะที่เขายืนดูเมืองคาร์เทจจมอยู่ในกองเพลิงนั้นเขาร่ำไห้พร้อมกับรำพึงบทกวีของโฮเมอร์ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงความพินาศของกรุงทรอยเมื่อทหารคนสนิทถามว่าเขาหมายความว่าอย่างไรเอมิเลียนัสตอบว่าสักวันหนึ่งโรมจะต้องประสบชะตากรรมเดียวกับกรุงทรอย

ครั้งหนึ่งทรอยและคาร์เทจเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่แต่ก็ต้องพบจุดจบอย่างเดียวกัน และแล้วสิ่งที่โรมได้ทำกับคาร์เทจนั้นในที่สุดก็ย้อนกลับมาเกิดกับตัวเองอาจกล่าวได้ว่าความตกต่ำของโรมเกิดขึ้นเมื่อสามารถพิชิตคาร์เทจได้อย่างสิ้นเชิง ชัยชนะครั้งนั้นแม้จะทำให้โรมขยายอำนาจไปอย่างกว้างขวาง แต่ในความสำเร็จนั้นก็ซุกปัญหาเอาไว้และทำให้โรมเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆจนถึงแก่ความพินาศ  นักบุญออกัสตินซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับที่โรมถูกตีแตกได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากทำลายเมืองคาร์เทจได้โรมก็ตกต่ำทางศีลธรรมเป็นลำดับเพราะเมื่อไม่มีศัตรูให้ต้องกลัวก็ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังตัวอีกต่อไปโรมจึงมีเสรีที่จะทำตามความเห็นแก่ตัวสามารถสนองความโลภและความมักใหญ่ใฝ่สูงได้เต็มที่และนั่นคือที่มาแห่งความหายนะของโรม

สิ่งที่ถือเป็นความสำเร็จในวันนี้มักจะหว่านเพาะปัญหาหรือเป็นที่มาของความล้มเหลวในวันหน้าเพราะไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆความสำเร็จทุกอย่างนอกจากจะได้มาด้วยการลงทุนลงแรงแล้วเมื่อได้มาก็เป็นภาระที่ต้องรักษายิ่งสำเร็จมากก็ยิ่งเป็นภาระมาก(แม้แต่ดาราซึ่งเป็นที่นิยมล้นหลามก็ยังมีเรตติ้งที่ต้องรักษาไว้ไม่ให้ตก) หากภาระนั้นหนักเกินตัวเมื่อใดก็ล้มทรุดหรือพังครืนเมื่อนั้น

ใช่แต่เท่านั้นความสำเร็จมักซุกกับดักเอาไว้อย่างหนึ่งซึ่งคนส่วนใหญ่มักหลงติดนั่นคือความประมาทหรือความหลงตัวลืมตนยิ่งสำเร็จมากเท่าไรก็ง่ายที่จะชะล่าใจหรือทำตามอำเภอใจไม่คิดจะฟังคำของใครซ้ำยังลุแก่โทสะได้ง่าย ทั้งหมดนี้คือโอชะอย่างดีที่ฟูมฟักความล้มเหลวให้เติบใหญ่ ไม่ต่างจากมะเร็งร้าย

ราชวงศ์ชิงเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีนมักกล่าวกันว่าการใช้อำนาจตามอำเภอใจของซูสีไทเฮาเป็นที่มาแห่งความล่มสลายของราชวงศ์นี้  แต่อันที่จริงความเสื่อมของราชวงศ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้วและหากจะสาวย้อนไปจริงๆก็จะพบว่าจุดเริ่มต้นแห่งความเสื่อมเกิดขึ้นในยุคที่ถือกันว่าเป็นความรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดของราชวงศ์นี้นั่นคือยุคจักรพรรดิเฉียนหลง (ครองราชย์.. ๑๗๓๖-๑๗๙๕)

จักรพรรดิเฉียนหลงทรงพระปรีชาสามารถมาก  ในยุคของพระองค์จีนแผ่ขยายอาณาเขตกว้างขวางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน(แม้กระทั่งจีนยุคปัจจุบันก็ยังเทียบไม่ได้) คลุมไปถึงดินแดนที่เป็นรัสเซียปัจจุบันรวมทั้งมองโกเลียทั้งประเทศ ขณะเดียวกันศิลปะและวรรณกรรมก็เฟื่องฟูเพราะพระองค์ทรงเป็นทั้งกวีและผู้คงแก่เรียน

หกสิบปีที่ครองราชย์--นับว่ายาวนานที่สุดในประวัติ-ศาสตร์จีนจีนมีเสถียรภาพทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง  ในปลายรัชกาลพระองค์จึงหันมาใส่พระทัยกับศิลปะและสถาปัตยกรรมอย่างเต็มที่มีการก่อสร้างและต่อเติมพระราชวังกันขนานใหญ่ขณะเดียวกันขุนนางในราชสำนักก็ใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยมากขึ้น  เมื่อผนวกกับรายจ่ายอันมหาศาลในการทำศึกสงครามเพื่อขยายอาณาเขตเกือบตลอดรัชกาล เงินในท้องพระคลังจึงร่อยหรอ  ประกอบกับมีประชากรเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากร้างราสงครามกลางเมืองมานานจึงเกิดปัญหาข้าวยากหมากแพงเพราะพื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด

แต่นั่นก็ยังไม่เป็นปัญหามากเท่าการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่แพร่ระบาดทั่วราชธานีซึ่งเกิดจากคนใกล้ชิดของจักรพรรดิเองความที่ทรงมีอำนาจมากจึงใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยให้อภิสิทธิ์มากมายแก่ขุนนางผู้ใกล้ชิดบางคนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิงขุนนางเหล่านี้ยักยอกฉ้อโกงสมบัติของแผ่นดินอย่างมหาศาล(ว่ากันว่าขุนนางคนหนึ่งที่พระองค์โปรดมากที่สุดมีทรัพย์สมบัติมากกว่าที่มีอยู่ในท้องพระคลังเสียอีก) ทั้งยังรีดนาทาเร้นราษฎรและบั่นทอนแบบแผนการปกครองที่จักรพรรดิคังซี(พระอัยกาของเฉียนหลง) ราชาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งได้วางรากฐานเอาไว้

ปัญหาอีกประการที่ทรงทิ้งเอาไว้และลุกลามในเวลาต่อมาก็คือการใช้นโยบายแข็งกร้าวกับชาติตะวันตกซึ่งเริ่มแผ่ขยายอำนาจมายังทวีปเอเชีย  ความที่ครองราชย์มายาวนานโดยได้รับความสำเร็จนานัปการจึงเชื่อมั่นในพระองค์เองมาก ไม่ฟังคำทัดทานของใครและไม่คิดประนีประนอมกับตะวันตก ยิ่งในปลายรัชกาลวัยชราทำให้พระองค์มีความคิดแบบอนุรักษนิยมมากขึ้นจึงปฏิเสธข้อเรียกร้องทุกอย่างของตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษที่ต้องการเปิดเมืองท่าแห่งใหม่ในจีนนอกเหนือจากกว่างโจวใช่แต่เท่านั้นยังทรงปฏิเสธที่จะเรียนรู้จากตะวันตกหรือผลักดันให้มีการปฏิรูปเพื่อรับมือกับตะวันตก

นโยบายดังกล่าวสืบทอดต่อมาอีกหลายทศวรรษโดยจักรพรรดิหลายพระองค์(รวมทั้งซูสีไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในจักรพรรดิ) จนนำไปสู่การทำสงครามกับชาติตะวันตกตามมาด้วยการสูญเสียเมืองท่ามากมายและต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล  ส่วนการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งแผ่ขยายไปทั่วราชอาณาจักรก็กระตุ้นให้เกิดกบฏชาวนามากมายโดยเฉพาะกบฏไท่ผิงทั้งศึกนอกและศึกในได้บั่นทอนความชอบธรรมของราชวงศ์ชิงอย่างถึงรากฐานจนถึงแก่กาลวิบัติและทำให้ระบอบจักรพรรดิของจีนซึ่งสืบเนื่องมาถึง,๐๐๐ปีถึงแก่กาลอวสานในปี.. ๑๙๑๑(ขณะที่ญี่ปุ่นคู่อริสามารถรักษาสถาบันจักรพรรดิอันยาวนานไว้ได้ เพราะเห็นความจำเป็นของการปฏิรูปการปกครองเพื่อรับมือกับตะวันตก)

คนที่เก่งและประสบความสำเร็จอย่างสูงหากได้รับความสำเร็จไปนานๆย่อมง่ายที่จะหลงตัวลืมตนหากไม่หลงใหลได้ปลื้มกับความสำเร็จจนชะล่าใจก็มักจะเชื่อมั่นในความคิดและวิธีการของตนอย่างฝังหัวจนไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเรียนรู้จากคนอื่นแม้สถานการณ์รอบตัวจะแปรเปลี่ยนก็ยังยืนกรานที่จะทำอย่างเดิมถึงจุดหนึ่งความคิดและวิธีการดังกล่าวย่อมกลับกลายเป็นปัญหาและนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด

เฮนรีฟอร์ดเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความฉลาดปราดเปรื่อง เขาเป็นนักประดิษฐ์ผู้พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งโลก จนรถยนต์กลายเป็นสัญลักษณ์ของโลกยุคใหม่อีกทั้งยังก่อให้เกิดการปฏิวัติวิถีการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่ทำให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนยุคนี้ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากความสำเร็จของเขาในการผลิตรถยนต์ต้นทุนต่ำในเวลาอันรวดเร็วทำให้รถยนต์ของเขามีราคาถูกมาก(ในของราคารถยี่ห้ออื่น) รถของเขาซึ่งมีชื่อว่าModel T จึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในชั่วเวลาเพียง๑๐ปีครึ่งหนึ่งของรถที่ขับในสหรัฐอเมริกาคือรถ Model T ส่วนเฮนรีฟอร์ดก็กลายเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก

Model T เป็นรถที่มีกลไกไม่ซับซ้อนขับง่ายและดูแลรักษาง่ายเอกลักษณ์ของมันคือสีดำล้วนฟอร์ดเชื่อมั่นในรถรุ่นนี้มากเพราะไม่เพียงเป็นแม่แบบให้รถยี่ห้ออื่นๆลอกเลียนแบบเท่านั้นหากยังเป็นตัวสร้างความรุ่งเรืองมั่งคั่งให้บริษัทฟอร์ดที่เขาก่อตั้งขึ้นเขาจึงไม่ยอมผลิตรถรุ่นอื่นเลย  ยิ่งกว่านั้นยังไม่ยอมให้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงรถรุ่นนี้เลยแม้แต่น้อยกระทั่งสีรถเขาก็ยืนกรานให้ใช้สีดำสีเดียวเท่านั้น(“จะผลิตรถสีใดก็ได้ตราบใดที่มันยังมีสีดำ” คือคำตอบเมื่อวิศวกรและผู้ค้ารถขอร้องให้เขาเปลี่ยนสีรถบ้าง)

เป็นเวลานานนับสิบปีที่ฟอร์ดไม่ยอมผลิตรถรุ่นอื่นหรือปรับปรุงรถModel T ทั้งๆที่กำไรและส่วนแบ่งตลาดของบริษัทฟอร์ดหดหายไปเรื่อยๆเนื่องจากคู่แข่งผลิตรถที่มีคุณภาพดีกว่าขณะเดียวกันรสนิยมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป หันมาใช้รถที่มีเครื่องเครามากขึ้นและสวยขึ้นแต่ฟอร์ดก็ยังใช้วิธีการเดิมในการสู้กับคู่แข่งนั่นคือลดราคารถModel Tให้ต่ำลงเรื่อยๆวิธีการนี้แม้จะได้ผลในปี๑๙๐๘แต่เริ่มใช้ไม่ได้ผลในช่วง๑๐ปีหลังจากนั้นเพราะผู้คนมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นจึงสามารถซื้อรถราคาแพงได้

ผ่านไปถึง๑๙ปีฟอร์ดจึงยอมยุติการผลิตรถModel T และหันไปผลิตรถรุ่นใหม่แต่สถานะทางการเงินของบริษัทก็ไม่ดีขึ้นมากนักเพราะฟอร์ดยังคงยืนกรานที่จะใช้วิธีการเดิมๆ ในการบริหารงานเช่นการปฏิบัติต่อคนงานราวเครื่องจักร(“ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่นั้นใหญ่เกินกว่าที่จะมีความเป็นมนุษย์ได้) ทำให้คนงานเก่งๆหนีไปอยู่บริษัทอื่น  นอกจากนั้นเขายังเป็นคนที่รังเกียจงานนั่งโต๊ะอย่างยิ่งจึงเป็นปฏิปักษ์กับพนักงานบัญชี และไม่ยอมให้บริษัทมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีเลยทั้งๆที่บริษัทมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านดอลลาร์เขาเคยบริหารบริษัทเมื่อแรกตั้งอย่างไรก็ยังบริหารอย่างนั้นแม้สถานการณ์จะแปรเปลี่ยนไปมากแล้ว

ฟอร์ดเชื่อมั่นในตัวเองมากแม้เมื่อโอนตำแหน่งประธานบริษัทให้แก่ลูกชายเขาก็ยังแทรกแซงการบริหารงานของลูกไม่เลิกรา(เช่นเดียวกับจักรพรรดิเฉียนหลงที่แม้สละราชบัลลังก์แล้วก็ยังบงการจักรพรรดิองค์ใหม่ผู้เป็นพระโอรสของพระองค์อยู่เบื้องหลัง) โดยขัดขวางการริเริ่มใหม่ๆทั้งในด้านการบริหารและการผลิตผลก็คือกิจการของฟอร์ดตกต่ำเป็นเวลายาวนานถึง๒๐ปีหนึ่งปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต บริษัทขาดทุนเดือนละ๑๐ล้านเหรียญจนแทบจะอยู่ไม่ได้ การจากไปของเขามีส่วนช่วยให้บริษัทฟอร์ดพ้นจากวิกฤตเฮนรี ฟอร์ด จึงเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายบริษัทของตนเอง

ความสำเร็จกับความล้มเหลวนั้นแยกจากกันไม่ออกจะเรียกว่าความสำเร็จคือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวก็ได้ทั้งนี้ก็เพราะในความสำเร็จนั้นมีเชื้อแห่งความล้มเหลวซุกซ่อนอยู่ซึ่งพร้อมจะเติบใหญ่ในวันหน้าหาไม่ก็เปิดช่องให้ปัจจัยแห่งความล้มเหลวแฝงตัวเข้ามา(เช่นความประมาทความหลงตัวลืมตนการยึดติดกับความคิดเดิมจนไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง) หากรู้ไม่เท่าทันมันก็จะลุกลามขยายตัวจนก่อปัญหาและกลายเป็นความล้มเหลวในที่สุด

กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนความสำเร็จไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหนก็ไม่เที่ยง(อนิจจัง) อีกทั้งไม่สามารถทนอยู่ในสภาวะเดิมไปได้นานๆ  ไม่นานก็ต้องเสื่อมสภาพไป(ทุกขัง) ความฉลาดปราดเปรื่องหรือความเก่งกล้าสามารถก็เช่นกันไม่สามารถหนีกฎอนิจจังไปได้ยิ่งยึดติดกับวิธีการเดิมๆโดยไม่เข้าใจถึงความแปรเปลี่ยนของเหตุปัจจัยรอบตัววิธีการที่เคยสร้างความสำเร็จนั้นเองกลับจะกลายเป็นปัญหาและพาไปสู่ความล้มเหลวไม่ช้าก็เร็ว

ผู้ที่รู้เท่าทันธรรมดาจึงไม่หลงเพลินกับความสำเร็จขณะเดียวกันก็ไม่ยึดติดถือมั่นกับความคิดและวิธีการเดิมๆหากเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอและตระหนักดีถึงข้อจำกัดของตนเอง เมื่อถึงเวลาก็รู้ว่าควรจะวางมือและเปิดทางให้ผู้อื่นได้แล้ว ไม่สำคัญผิดว่าตนเองเท่านั้นที่เก่งหรือคิดผูกขาดความสำเร็จไว้กับตัวคนเดียวหากหลงคิดเช่นนั้นก็จะต้องแพ้ภัยตนเอง และถูกความล้มเหลวทำร้ายจิตใจในที่สุด
  

[ Back to ฉบับที่ 296 > ตุลาคม 52 ปีที่ 25 | Sections Index ]
ติดต่อ เว็บไซต์ และ นิตยสาร สารคดี : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด
28-30 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร: 02-281 6110 (อัตโนมัติ), Fax: +66 (0) 2282 7003 E-mail : contact@sarakadee.com
© CopyRight, All Rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด 


Page Generation: 0.10 Seconds
:: fiapplegreen 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::