สารคดี
· หน้าแรก
· เรื่องทั้งหมด
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เข้าสู่ระบบ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ค้นหา
· ติดต่อเรา
· นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 227 - ปัจจุบัน
· นิตยสาร สารคดี
   ฉบับที่ 166 - 226

· โลกรายเดือน

ปิดค่ายนักเขียนสารคดี ครั้งที่ ๖ ทบทวนความรู้ ก่อนเข้าสู่สนามจริง   (31/08/10)


  roundaboutARTS - เสือไทยนิรนาม

ตัวอย่างVDO : สารคดี : KATSUSHIKA HOKUSAI ชอง BBC (05/11/09)


  Oneton - วันชัย ตัน

ยี่สิบปี รำลึกสืบ นาคะเสถียร (23/08/10)


  อุษาคเนย์ - สุเจน

สงครามที่ริมน้ำเทิน (31/01/10)


  เขียนข้างเปล - จันทร์ส่งแสง

ลูกปลูกต้นไม้-บนกระดาษ (31/08/10)


  Free as a Birds - รุ่งโรจน

เขตปลอดนกพิราบ (23/02/10)


  Bike is All Around - เสือจุ่น

24 ชั่วโมง จักรยานจะไปได้ไกลถึงไหน ในถนนประชาธิปไตย  (11/05/10)


  รอยต่อแห่งยุคสมัย -Pyramid

นักท่องเที่ยวกับคนทำมาหากิน (02/08/09)


  ยังมีที่ว่างรอให้เติมเต็ม -ยัติภังค์

ฝันโคตรโคตร -จุดจบคือการเริ่มต้น – การเริ่มต้นคือจุดจบ (11/11/09)


· เยี่ยมบ้านแฟนพันธุ์แท้ สารคดี[ 0 comments - 385 reads ]
· ขอเชิญร่วมงานอ่าน ฟังบทกวี ครั้งที่ ๘ “มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูของเรา ?”[ 0 comments - 1266 reads ]
· รับสมัครด่วน : พนักงานบัญชี 1 ตำแหน่ง[ 0 comments - 1058 reads ]
· ๒๕ ปี สารคดี จัดคาราวานแจกนิตยสาร ๓๐๐ ชุด[ 0 comments - 644 reads ]
· หนังสือในเครือสำนักพิมพ์สารคดี กับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 7[ 0 comments - 799 reads ]

[ More in News Section ]
"แบตแมน" พิจิต เชื้อแก้ว อัศวินอาสาในวิกฤตการเมืองไทย

(251 total words in this text)
(830 reads)   Printer Friendly Page




เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์
ภาพ : บันสิทธิ์ บุณยะรัตเวช



นี่อาจเป็นอีกมุมหนึ่งของ "แบตแมน" ที่คุณคาดไม่ถึง

เขาไม่ใช่ลูกเศรษฐี ไม่ได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โตแถบกอตแทมซิตี แต่อยู่ในแฟลตดินแดงกลางกรุงเทพฯ  เขาขับมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้ใช้รถไฮเทค ชอบกินลาบเพราะเป็นลูกอีสานแท้ มีหนี้ที่ต้องจ่าย มีลูกที่ต้องส่งเสีย มีภาระร้อยแปดพันประการที่ต้องรับผิดชอบ

ที่สำคัญ "แบตแมน" เป็นเพียงหนึ่งในร่างจำแลงไม่ต่ำกว่า ๕ แบบของเขา

ตรุษสงกรานต์ปี ๒๕๕๒ ระหว่างกรุงเทพฯ ตกอยู่ในภาวะจลาจล เขาปรากฏตัวในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ "แบตแมน"ผู้กู้วิกฤตรถแก๊สที่ถูกจอดทิ้งไว้หน้าแฟลตดินแดงพร้อมกับมีแก๊สรั่วออกมา ท่ามกลางความหวาดกลัวของผู้อยู่อาศัยแถบนั้นว่า หากเกิดประกายไฟขึ้นมันจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมกลางเมืองทันที

"ผมทำโดยอัตโนมัติ" เขาเอ่ยถึงสถานการณ์ที่ว่า

เช้าวันนั้น พิจิต เชื้อแก้ว เซลส์แมนขาย Talking Dictionary เพิ่งขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งแฟนที่ทำงานแถวสยาม ก่อนจะกลับมาพบว่าใกล้เคหสถานของตนกลายเป็นจุดที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงปักหลักปิดถนน โดยที่ทหารระดมกำลังมาเคลียร์พื้นที่และเตรียมสลายการชุมนุมท่ามกลางอากาศร้อนระอุ

"ตอนนั้นทหารกับชาวบ้านตะโกนด่ากัน  คือในแฟลตดินแดงมีทั้งเสื้อแดง-เสื้อเหลือง ที่ผ่านมาคนแฟลต ๑ เปิดเอเอสทีวีเสียงดัง คนแฟลต ๒ เปิดดี-สเตชันเสียงดัง เดินผ่านก็บ่นกันไป อยู่กันมา แบบนี้ ไม่มีปัญหาอะไรจนทหารสลายการชุมนุมเข้ามาไล่คนใต้ถุนตึกให้ขึ้นห้อง  ผมแง้มหน้าต่างถ่ายวิดีโออยู่ พอดีพี่ที่รู้จักกันบอกให้เราสวมชุดลงไปลุยเลย"


ถึงตรงนี้พิจิตเท้าความว่าเขามีชุดแฟนซีในครอบครองหลายแบบ ทั้งแบตแมน สไปเดอร์แมน ชุดนักรบโบราณ ฯลฯ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก "ป.เป็ด" ปริญญา สุขชิต นักเชียร์ฟุตบอลทีมชาติมืออาชีพผู้ที่แฟนบอลพันธุ์แท้ทราบดีว่าเขามักแต่งชุดแฟนซีมาเชียร์ทีมชาติไทย

แน่นอน พิจิตคลั่งไคล้ฟุตบอลดุจกัน ทว่าทีมชาติมิได้มีแข่งทุกวัน ชุดแฟนซีจึงถูกใช้ประโยชน์ด้วยการสวมใส่ไปร่วมวิ่งมาราธอนหลายรายการ และครั้งหนึ่งความรักกีฬาก็พาเขาไปไกลถึงยุโรป โดยได้รับเลือกเป็นหนึ่งในตัวแทนคนไทยวิ่งคบเพลิงโอลิมปิกฤดูหนาว ณ เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี

"วันนั้นผมเลือกใส่ชุดแบตแมนเพราะสีมันไม่เหลืองไม่แดง แล้วก็ลงไปถ่ายวิดีโอตรงแถวทหาร เขาก็ฮือฮากัน บางคนก็ยิ้ม  ผมบอก "พี่น้อง ร้อนก็ร้อน คลายเครียดกันหน่อย เฮ้ !" จนทหารนายหนึ่งมาจดชื่อแล้วไล่เราเพราะเขาไม่สนุกด้วย ผมเลยกลับมาที่ใต้ถุนแฟลต  ตอนนั้นรถแก๊สซึ่งผู้ชุมนุมกลุ่มเล็กๆ เจตนาแอบแฝงมาจอดหน้าแฟลตก็มีแก๊สรั่วออกมา  รถน้ำฉีดน้ำ น้ำก็หมด  ชาวบ้านก็พยายามบอกทหารให้เอารถคันนี้ออกไป จะเอาคนในแฟลตเป็นตัวประกันได้ยังไง  ผมจำได้ว่าช่วงนั้นมีระเบิดปิงปองตกแถวนั้น ๒-๓ ลูก แล้วยังมีการปะทะกันระหว่างคนในแฟลตกับเสื้อแดง มีการปาระเบิดขวดใส่กัน บุญแล้วที่ไม่ระเบิด ผมคิดอยากช่วยเลยวิ่งไปเกาะตัวรถ ให้เขาถ่ายรูปอย่างที่เห็นในทีวี โดยที่ไม่คิดว่านั่นเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ชุมนุมกับทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่บริษัทสยามแก๊สที่มารอแก้ไขสถานการณ์ฉวยจังหวะขับรถคันนี้ออกไปได้"

เสี้ยววินาทีนั้น พิจิตกลายเป็นฮีโร่ และภาพของเขาได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก

ถึงวันนี้ พิจิตไม่ได้มองการกระทำของตนว่าเป็นงานจิตอาสา ทว่าในความรู้สึกของเขา ณ เวลานั้นเพียงแค่อยากช่วยคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตเท่านั้น

"ผมก็คนหาเช้ากินค่ำธรรมดา ดิ้นรนปากกัดตีนถีบหาเงินเลี้ยงครอบครัวเหมือนคนอื่น  ตอนเป็นแบตแมนมันลืมทุกข์ พอถอดชุดออกก็ต้องกลับสู่โลกความจริง  เฮ้ย ! ต้องไปจ่ายค่าไฟนี่หว่า (หัวเราะ) แบตแมนก็คนธรรมดา เดือนไหนหยุดเยอะ ทำโอทีน้อย แบตแมนก็อดเหมือนกัน  ที่จริงแล้วใครๆ ก็ทำแบบนี้ได้ อาศัยลูกบ้า กล้าหน่อย  หลังเหตุการณ์ก็มีทีวีบางช่องมีนิตยสารบางเล่มมาสัมภาษณ์ ส่วนในอนาคตผมจะทำแบบนี้อีกไหมเป็นอีกเรื่อง"

เราถามว่าวันนี้ความหวังของแบตแมนคืออะไร

"อยากให้คนไทยเลิกแบ่งสี เลือกตั้งแล้วก็รู้แพ้รู้ชนะ อีก ๔ ปีว่ากันใหม่ ไม่ใช่ไม่ยอมแพ้ มาเล่นกันนอกสภา ฝ่ายหนึ่งปิดสนามบิน ฝ่ายหนึ่งก่อจลาจล แบบนี้คงไม่มีใครได้อะไร ประเทศพัง  คนรายได้น้อยอย่างผมโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง"

พิจิตยังการันตีว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้มีอีกกี่สิบแบตแมนก็ไม่สามารถกู้วิกฤตได้

"ซูเปอร์ฮีโร่ก็คนธรรมดา และถ้าเมืองไทยแย่ แบตแมนอย่างผมก็แย่ไปด้วย"

  

[ Back to ฉบับที่ 296 > ตุลาคม 52 ปีที่ 25 | Sections Index ]
ติดต่อ เว็บไซต์ และ นิตยสาร สารคดี : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด
28-30 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร: 02-281 6110 (อัตโนมัติ), Fax: +66 (0) 2282 7003 E-mail : contact@sarakadee.com
© CopyRight, All Rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด 


Page Generation: 0.12 Seconds
:: fiapplegreen 2.10 phpbb2 style by Daz :: PHP-Nuke theme by coldblooded www.nukemods.com :: Thai Edition by ThaiNuke.org ::