นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

“ตัวกูของกู กูปล่อยวางแล้ว”
“I’ve let go of the ‘I and Mine.’ “ 

“เมื่อมีสิ่งนี้ จึงมีสิ่งนั้น มันเกี่ยวเนื่องกันเป็น อิทัปปัจจยตา”
“Because this arises. That comes into being. It’s the wheel of Inter-connectedness.”

“อย่าทุรนร้อน ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง ตถตา”
“Be not distressed. For things are as they are-It’s Suchness”

ข้อความข้างต้นยกมาจากนิทานประกอบภาพขนาดสั้นเรื่อง “ชายผู้ขี่ม้าอย่างมีจุดหมาย” (The Rider with a Destination) ในสมุดบันทึกนิทานมูลนิธิเด็กประจำปี ๒๕๔๙ ที่ชื่อว่า ๑๐๐ ปีพุทธทาส อันเป็นหนังสือการกุศลประจำปีของมูลนิธิเด็ก นิทานเรื่องนี้เขียนโดย ชมัยภร แสงกระจ่าง ภาพโดย สุชาติ วงษ์ทอง แปลเป็นภาษาอังกฤษโดยคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี เขียนไว้ตอนท้ายสมุดบันทึก ความตอนหนึ่งว่า

“ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุเป็นมหาบุรุษ คำสอนของท่านจะช่วยให้มนุษย์ก้าวล่วงวิกฤตการณ์ใหญ่แห่งปัจจุบันสมัยไปได้”

นิทานเรื่องนี้มีใจความสำคัญว่า “เขามิได้เป็นชายผู้ขี่ม้าโดยไร้จุดหมาย แต่เป็นชายผู้ขี่ม้าโดยมีจุดหมายแจ่มชัด” ดำเนินเรื่องในลักษณะนิทานซ้อนนิทาน เล่าเรื่องท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุเล่านิทานเรื่อง “ชายผู้ขี่ม้า” รายละเอียดเป็นเช่นไร กรุณาไปหาซื้ออ่าน

หากจุดหมายของชีวิตแจ่มชัด พวกเราก็จะทำอะไรที่สมควรทำ รีบทำอะไรที่สมควรทำขณะมีเวลาให้ทำ

ในทางตรงข้าม เพราะพวกเราทำอะไรที่สมควรทำ รีบทำอะไรที่สมควรทำขณะมีเวลาให้ทำ จุดหมายของชีวิตจึงแจ่มชัด

อะไรประมาณนี้แหละครับ อิทัปปัจจยตา

o01

ผมเคยฟังท่านพุทธทาสเทศน์เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และเคยฟังท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เทศน์เพียงครั้งเดียวในชีวิตเช่นกัน เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๖ นี้เอง

เป็นสองครั้งในชีวิตที่รู้สึกว่าได้พบมหาบุรุษ

ผมขออนุญาตพูดถึงท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ไปด้วยกัน เพราะคนรุ่นใหม่รู้จักและมีโอกาสพบท่าน คงช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น

ถามว่ามหาบุรุษคืออะไร ผมก็ไม่แน่ใจหรอกครับ เอาเป็นว่าขณะที่นั่งฟังสองท่านเทศน์อยู่นั้น ในใจจะคิดว่า “คนอะไร ฉลาดปราดเปรื่องขนาดนั้น ดูสะอาดบริสุทธิ์ขนาดนั้น”

ทั้งสองท่านได้เทศนาคำสอนที่ผมไม่เคยได้ยินจากที่อื่น หรือที่เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว ท่านก็เทศนาได้กระจ่างกว่า ที่สำคัญ ดูท่านนิ่ง สงบ บริสุทธิ์ ไม่มีอาการส่อแววว่าเป็นเว่อร์หรือหลงใหลได้ปลื้มกับอะไรเลย แม้กระทั่งกับคำสอนของตนเอง

คนฉลาดและคนเก่งมักจะเว่อร์ในตอนท้ายด้วยความหลงตนเอง

คนฉลาดและคนเก่งแถมมีอิทธิพลเหนือคนอื่นมักจะเว่อร์ง่าย หลงตนเองง่ายยิ่งขึ้น

o02

แต่ท่านทั้งสองไม่มีวี่แววว่าจะเป็นเช่นนั้นเลย ผิดกับฮ่องเต้และจอมเผด็จการหลายท่านในอดีต รวมทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของหลายประเทศในปัจจุบัน

มีตัวการ์ตูนอยู่ตัวหนึ่งที่ผมไม่ค่อยจะเชื่อเลยว่าจะมีจริง ๆ ได้ นั่นคือ ซูเปอร์แมน สาเหตุเพราะซูเปอร์แมนนั้นมีความสามารถในระดับที่เรียกว่าเกือบจะ Omnipotence นั่นคือ เก่งทุกอย่าง ได้ทุกเรื่อง ความสามารถที่ไม่มีขีดจำกัดขนาดนี้ย่อมนำมาซึ่งความหลงผิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ อย่างที่เรียกว่า Delusion of Grandeur ไม่ช้าก็เร็ว และจบลงด้วยอาการทางจิตสมบูรณ์แบบอย่างที่เรียกว่า Megalomania ไม่เร็วก็ช้า

ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับบรรดาท่านผู้นำทั้งหลายอยู่เสมอ

บุคคลที่มีความสามารถสูงล้ำและมีอิทธิพลเหนือผู้คนจำนวนมาก สามารถชี้นำทางสว่างให้แก่ผู้คนจำนวนมาก โดยสามารถประคองตนเอาไว้ที่ตรงกลาง ๆ ตลอดเวลา นี่กระมังที่เรียกว่า มหาบุรุษ

อันที่จริงอภิมนุษย์เช่นซูเปอร์แมนก็สามารถเป็นมหาบุรุษได้ด้วยนะครับ ถ้าไม่เฉไฉไปเสียก่อน แต่ในอดีตที่ผ่านมา ซูเปอร์แมนเฉไฉหลายครั้งเลยทีเดียว

ผมคิดว่ามหาบุรุษที่แท้ไม่เพียงสามารถชี้ทางสว่างให้คนส่วนมาก ประคองตนอย่างเหมาะสม และจริยธรรมมั่นคง แต่ต้องมีความกล้าหาญอีกด้วย

ท่านพุทธทาสและท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ที่ผมได้สัมผัสเป็นผู้มีความกล้าหาญ ตามประวัติพบว่าท่านกล้าหาญที่จะพูดต่างจากผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้าหาญที่จะพูดแย้งเมื่อพบว่ามีคนพูดถึงพุทธศาสนาในทางที่ไม่ถูกต้อง

ตรงนี้แหละครับที่สังคมไทยขาดอย่างมาก

พวกเราส่วนใหญ่มักไม่พูดแย้งเมื่อพบว่าผู้ใหญ่พูดผิดทำผิด มิใช่เป็นกันเฉพาะในคณะรัฐมนตรี แต่ที่แท้แล้วเป็นกันมากในหลายกระทรวงทบวงกรม หลายจังหวัด หลายบอร์ด หลายโรงพยาบาล และหลายโรงเรียน

เพราะเรื่องนี้แหละครับจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะเรียกท่านพุทธทาสและท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ว่าเป็นมหาบุรุษ เพราะท่านทั้งสองเคยแสดงให้สังคมไทยประจักษ์ว่า เมื่อท่านพบอะไรไม่ถูกก็ต้องเข้าแก้ไข ท่านเป็นปราชญ์ ท่านจึงแก้ไขด้วยวิถีของปราชญ์ นั่นคือการให้ความรู้แก่สังคม

ที่สำคัญคือท่านกระทำไปด้วยความสงบนิ่งและเมตตากรุณา ไม่มีอาการฉุนเฉียวแสดงอารมณ์หรือยกตนข่มท่านแต่อย่างใดเลย

เวลาฉลองวันเกิดบุคคลสำคัญ ไม่น่าจะสักแต่ว่าฉลองวันเกิด แต่ควรศึกษาชีวิตของบุคคลผู้นั้นให้รู้ว่าท่านทำอะไร ท่านคิดอะไร และท่านตั้งใจบอกคนรุ่นต่อไปว่าอย่างไร

ท่านทำอะไรนั้นมีหลักฐานกันอยู่ ท่านคิดอะไรหาอ่านได้จากผลงานที่ทิ้งเอาไว้ แต่ท่านตั้งใจจะบอกคนรุ่นต่อไปว่าอย่างไรนี้ยากหน่อย

ยากตรงที่ว่าพวกเราได้ยินหรือไม่