" /> สัมภาษณ์ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จากศูนย์หน้าทีมชาติ สู่เฮดโค้ชผู้นำแชมป์ซีเกมส์กลับบ้าน - Page 3 of 5 - สารคดี.คอม [ Sarakadee Magazine ]

สัมภาษณ์ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จากศูนย์หน้าทีมชาติ สู่เฮดโค้ชผู้นำแชมป์ซีเกมส์กลับบ้าน

กรกฎาคม 2, 2014 
0


เปรียบเทียบชีวิตนักฟุตบอลเมื่อ ๑๐-๑๕ ปีก่อนกับสมัยนี้
สมัยก่อนเล่นฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน เสเพล  เตะเสร็จกิน ดื่ม เที่ยว  ถ้าเป็นนักเตะทีมชาติก็แล้วแต่คน ส่วนใหญ่จะกินดื่มเที่ยวเสียมากกว่า  เราเองเล่นทีมชาติมา ๗ ปี ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน  ตรงกันข้ามมีความคิดว่าจะต้องก้าวไปให้ไกลยิ่งขึ้น  พอมีโอกาสไปเล่นฟุตบอลที่ต่างประเทศ นั่นสอนให้รู้ว่าการเป็นนักบอลอาชีพต้องทำอย่างไร จะไม่มีใครมาบอกให้ตื่น ไม่บอกว่าต้องกินข้าวกับอะไร จะรับอะไรเข้าร่างกาย ดื่มอะไร นอนพักผ่อนอย่างไร

พอไปอยู่อังกฤษจึงรู้ว่าเวตเทรนนิงสำคัญที่สุด  ทำไมนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกถึงวิ่งเกิน ๙๐ นาที ๑๒๐ นาทีได้ไม่มีหมดแรง เพราะเขาซ้อมหนักมาก  การซ้อมที่อังกฤษไม่มีวันไหนไม่เหนื่อย ไม่มีวันไหนกลับบ้านแล้วนอนแผ่  จะต้องหาน้ำส้ม น้ำแดงเฮลซ์บลูบอยกรอก เหนื่อยทุกวัน  ฉะนั้นเวลาทำอะไรหนัก ๆ ในชีวิตก็ต้องหนักสุด ๆ ถึงจะได้สิ่งที่หวัง  ถ้าเรายังไม่ทำงานหนักมันก็ไม่ได้หรอก

เมื่อ ๑๕ ปีก่อนบ้านเราจ้างนักเตะเดือนละ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท  ตอนเราเล่นถ้วย ข ได้เงินเดือน ๒,๐๐๐ บาท  พอติดถ้วย ก ได้เพิ่มเป็น ๕,๐๐๐  เล่นให้สโมสรราชประชาถึงได้ขึ้นเป็น ๑ หมื่น  นักฟุตบอลคนอื่นก็ไม่น่าจะได้มากกว่านี้  สมัยนี้เงินเดือนมากขึ้น นักเตะรู้ว่าจะต้องกินโปรตีน กินสารอาหาร  เด็กยุคใหม่ที่ติดทีมชาติเริ่มดูแลร่างกาย เป็นมืออาชีพตั้งแต่เด็ก  จากเมื่อก่อนอายุ ๒๕-๒๖ ปีแล้วยังไม่เป็นมืออาชีพเลย อายุ ๒๗-๒๘ กำลังจะเป็นมืออาชีพ พอ ๓๐ ก็เลิกเล่นเพราะไม่มีฟุตบอลให้เล่น  ฉะนั้นตอนนี้นักฟุตบอลรุ่นใหม่เตรียมตัวเร็วขึ้นมาก เป็นมืออาชีพเร็ว ได้รับเงินเดือนสูง แต่สิ่งล่อใจภายนอกก็ตามมา  พอมีเงินเดี๋ยวก็มีแฟนหรือเพื่อนมารอข้างสนาม  ต้องถามใจว่าจะเอาดีด้านฟุตบอลจริงไหม  ถ้าใช่ ก็ต้องมีเวลาสำหรับการฝึกซ้อมมากขึ้น เพื่อนชวนไปเที่ยวก็ไปไม่ได้

การเป็นนักฟุตบอลวันนี้คุณต้องยอมเสียสละ ถ้าอยากเล่นทีมชาติก็ต้องเสียสละมากขึ้น  ต้องยอมรับว่าแต่ละก้าวของความเป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์ นักเตะระดับโลกเขาให้เวลากับการฝึกซ้อมแค่ไหน  ของเราซ้อมเช้า ๒ ชั่วโมง เย็น ๓ ชั่วโมง รวมกัน ๕ ชั่วโมง หรือบางสโมสรซ้อม ๓ ชั่วโมงตอนเย็นอย่างเดียว แต่นักเตะระดับโลกซ้อม ๘ ชั่วโมง  ถ้าอยากเป็นสตาร์ อยากประสบความสำเร็จ คุณต้องซ้อม ๘ ชั่วโมงนะ  หมายความว่านอกเหนือจากการซ้อมในทีมหรือสโมสรแล้วยังต้องกลับไปซ้อมด้วยตัวเองอีก

ช่วงที่ซิโก้ค้าแข้งอยู่ทำไมฟุตบอลลีกของประเทศเพื่อนบ้านถึงบูมกว่าลีกไทย
เพราะเขาชาตินิยม บ้าบอลมาก บอลเป็นชีวิตจิตใจ  อย่างเวียดนามได้รับวัฒนธรรมตอนเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส  สนามที่เวียดนามเป็นหญ้ามาเลย์ ใบใหญ่  ค่าบัตรผ่านประตูไม่แพง แค่เหรียญสองเหรียญ  คนเวียดนามเข้ามาดูเต็มสนาม  นักธุรกิจที่นั่นบ้าบอลมาก เสียเงินไม่ว่าแต่ขอมีชื่อ

สมัยก่อนเวียดนามกับพม่าเก่งฟุตบอลมาก  พม่าได้แชมป์เอเชียนเกมส์ เราสู้เขาไม่ได้  ฟุตบอลทำให้เขาผูกพัน เป็นกีฬายอดฮิตที่มีคนคลั่งไคล้กว่าบ้านเราเยอะ  จะเห็นว่าลีกเพื่อนบ้านเราเติบโตมาก่อนไทย  มาเลเซียมีเอ็มลีกที่พวก “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน  พี่แป๊ะ วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ ไปค้าแข้ง  พอลีกมาเลย์ซบเซาก็ถึงยุคเอสลีกของสิงคโปร์ที่นักเตะดัง ๆ ของไทยไปขุดทองกัน  ตอนนั้นวีลีกของเวียดนามก็ดังแต่เราไม่ค่อยรู้จักเพราะคิดว่าบ้านเมืองเขามีแต่สงคราม จริง ๆ บอลลีกเขาดังมาก  ที่วีลีกของเวียดนามเวลาซื้อตัวนักฟุตบอลสมัยก่อนคนหนึ่ง ๕ ล้าน ๑๐ ล้าน ๑๕ ล้านบาท  นักเตะดัง ๆ ในประเทศก็ได้ค่าตัวสูง  มีนักเตะบราซิล ยุโรปตะวันออกมาค้าแข้ง ค่าตัวหลายสตางค์  เซ็นสัญญาได้รับคนละ ๓-๔ แสนเหรียญ  ลีกอินโดนีเซียก็ดังมาก  ลีกของเราต่างหากที่ไม่ดัง ลีกของเขาดังกว่า แต่ทีมชาติของเราดีกว่าเพราะได้แชมป์ซีเกมส์

ชีวิตการค้าแข้งในต่างแดนเป็นอย่างไร
ปี ๒๕๔๑ ไปเล่นที่รัฐปะลิส มาเลเซีย เล่น ๖ เดือนได้เงินเดือนเดือนละ ๒ แสนบาท ๖ เดือนได้ ๑.๒ ล้าน  เริ่มรู้สึกว่าเล่นบอลอาชีพได้เงินเยอะจัง จากที่อยู่เมืองไทยเคยได้เงินเดือน ๒,๐๐๐ เอง พออยู่มาเลย์ให้เงิน ๒ แสน นี่เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วนะ ทำงาน ๖ เดือนได้ ๑.๒ ล้าน โอย อยากเล่นบอลอาชีพแล้ว  ปีต่อมาอายุ ๒๗-๒๘ เป็นจุดสูงสุดของอาชีพนักฟุตบอล ตัดสินใจไปทดสอบฝีเท้าที่สโมสรฮัดเดอร์สฟีลด์ทาวน์ อังกฤษ ให้เอเจนต์พาไป ได้เวิร์กเพอร์มิตเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เซ็นสัญญาปีครึ่ง

ที่อังกฤษเงินเดือนอาจไม่มาก เขาจ่ายเป็นสัปดาห์ สัปดาห์ละ ๓,๐๐๐ หรือ ๔,๐๐๐ ปอนด์ รวมแล้วได้เดือนละ ๔-๕ แสนบาท ซึ่งต้องหักภาษีอีกประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์  ทว่าตอนนั้นไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นหลัก ไม่เน้นว่าจะต้องได้เงินเท่าไหร่ ขอแค่ไปหาประสบการณ์ ตามหาฝัน สร้างชื่อว่าเป็นคนไทยคนแรกที่เล่นในอังกฤษ  ถึงที่สุดแล้วจะไม่มีโอกาสได้ลงเล่น แต่ถือว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์การฝึกซ้อมกับนักเตะดี ๆ ทั่วโลก ได้เห็นว่าไม่มีที่ไหนซ้อมหนักเท่าอังกฤษอีกแล้ว คือสิ่งที่เราจดจำมาตลอดชีวิต

หลังกลับจากอังกฤษวางแผนค้าแข้งอย่างไรต่อไป
พอกลับมาจากอังกฤษ สภาพร่างกายเราดีมาก เซ็นสัญญา ๒ ปีเล่นให้ทีมสิงคโปร์อาร์มฟอร์ซ (Singapore Armed Forces)ทีมใหญ่มีเป้าหมายเดียวคือแชมป์เพราะเขาลุ้นกับโฮมยูไนเต็ด (Home United FC) สองทีมนี้เบียดกันมาแบบนี้อีกแล้ว  พอดีปีเดียวกันไทยมีลุ้นเข้ารอบ ๑๐ ทีมสุดท้ายคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนเอเชีย ถือว่าสูงสุดของทีมชาติไทย ทำให้เราต้องกลับมารับใช้ชาติบ่อย สโมสรไม่แฮปปี้  จบฤดูกาลได้แค่รองแชมป์ สโมสรเลยยกเลิกสัญญา  แต่เราก็ภาคภูมิใจว่าได้กลับมาทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ  ตอนนั้นเริ่มคิดว่าพอ เบื่อการเล่นฟุตบอลแล้ว ที่ผ่านมาได้ไปเล่นในมาเลเซีย อังกฤษ สิงคโปร์ ประเทศดี ๆ ทั้งนั้น จึงตัดสินใจแต่งงาน  อายุ ๒๙ ปี คิดว่าพอแล้วกับการเล่นฟุตบอล จะเลิกเล่นดีไหม เพราะบ้านเราไม่มีบอลลีกอาชีพ ที่มีก็เตะเป็นบอลถ้วยธรรมดา  ปรากฏว่าวันแต่งงานประธานสโมสรฮองอันห์ยาลายของเวียดนามมาร่วมงานเอ่ยปากชวนไปเล่นที่เวียดนาม เราก็บอกไม่ไป  เขาบอกว่าลงทุนซื้อสโมสรที่จังหวัดยาลาย  บริษัทของเขาชื่อฮองอันห์ รวมเป็นฮองอันห์ยาลาย ขอให้ไปช่วยเล่นหน่อย  เราตัดสินใจเซ็นสัญญา ๔ เดือนทั้งที่ไม่สนใจว่าเขาอยู่ดิวิชันไหน เพราะไม่อยากเห็นคนรักฟุตบอลเสียใจ คือดูแล้วเขาเป็นนักธุรกิจที่ซื้อสโมสรฟุตบอลมาบริหารแล้วอยากได้เราไปเล่นกองหน้าก็เลยไป  ตอนนั้นได้รับเงินเดือนหมื่นเหรียญ เท่ากับเดือนละ ๔ แสนบาท เซ็นสัญญา ๔ เดือนซึ่งสั้นมาก  ปรากฏว่าพอเดินทางถึงเวียดนามแฟนบอลแห่มาต้อนรับเราที่สนามบิน ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คน หรืออาจจะถึงหมื่น มอเตอร์ไซค์มาเต็มเลย  คือยังไม่ทันเตะ แต่กดดันแล้ว  มารู้ทีหลังว่าฮองอันห์ยาลายเล่นในดิวิชัน ๑ คือไม่ใช่วีลีกหรือลีกสูงสุด แต่ต้องการขึ้นไปเล่นวีลีกให้ได้  สุดท้ายเขาเอาสามทีมเลื่อนชั้นขึ้นไป ฮองอันห์ยาลายได้ขึ้นด้วย แฟนบอลจึงแห่นักเตะทั้งทีมรอบเมืองเลย  ทีนี้ก็เริ่มมันแล้ว

แฟนบอลเวียดนามไม่มองนักเตะไทยเป็นศัตรูหรือ
แต่ก่อนเป็นศัตรู เพราะในซีเกมส์เราชิงกับเวียดนามบ่อยแล้วเราชนะตลอด  เขาเลยยอมรับตรงนี้แบบซูฮก  แต่ก่อนทีมชาติไทยแข่งกับเวียดนาม นักธุรกิจไทยหรือร้านอาหารไทยต้องปิดร้านเพราะว่าเหมือนสงคราม สนามต้องแตกไปข้างหนึ่ง ไม่ว่าเกมเยือนหรือเกมเหย้า ไม่มียอมกัน  พอเราไปเล่นที่เวียดนามบรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย  จากเคยรู้สึกเป็นศัตรูอยู่ลึก ๆ เรากลับเหมือนคนของเขา คือไม่ถึงกับคลายเพราะเรานะ แต่เพราะฟุตบอลเป็นกีฬายอดฮิต  เมื่อเราช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่ฮองอันห์ยาลายพาทีมเลื่อนชั้น  แฟนบอลก็ดีใจ  ประธานสโมสรยื่นสัญญาให้อีก ๒ ปี  ตอนนั้นเริ่มสนุกเลยต่อสัญญา  หลังจากนั้นปรากฏว่าได้แชมป์วีลีกทั้งที่ทีมเพิ่งเลื่อนชั้น  ชื่อเสียงฮองอันห์ยาลายโด่งดัง คนเริ่มรู้จักมากขึ้น กลายเป็นความรักในตัวเราของคนเวียดนาม  เหมือนเพื่อนกัน  เวลาไปไหนก็สะดวกสบาย ไม่มีทะเลาะกันอย่างสมัยก่อน  อยู่ตรงนั้นเหมือนเป็นบ้านหลังที่ ๒  คนเวียดนามให้เกียรติและรักเรา  เราเองก็คิดว่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการเล่นฟุตบอลก็อยู่ที่เวียดนาม

หลังคว้าแชมป์วีลีกติดต่อกันสองสมัย ประธานสโมสรก็ยื่นข้อเสนอให้อีก ๒ ปี  เราคิดว่าพอแล้วดีกว่า เพราะภรรยาต้องเลี้ยงลูกคนเดียว  ตัดสินใจไม่ต่อจนเขาบอกว่า “ยูไม่อยากคว้าแชมป์สามสมัยซ้อนกับเราเหรอ” นักฟุตบอลทุกคนพอได้ยินประโยคแบบนี้มันท้าทาย ก็เลยต่อสัญญาอีก ๒ ปี บอกประธานสโมสรว่าคราวนี้ถ้าได้แชมป์ก็กลับนะ

ปรากฏว่าปีที่ ๑ ไม่ได้แชมป์ ได้แค่ที่ ๓ หรือที่ ๔ เหลืออีกปีก็ได้ที่ ๒ หรือ ๓ ถึงตอนนั้นก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าพอแล้ว เขาจึงจัด testimonial match แมตซ์พิเศษให้อำลาสนาม ถ่ายทอดสดทั่วเวียดนาม เป็นความประทับใจ ปิดฉากการเล่นฟุตบอลที่เวียดนามแล้วกลับมารับใช้ทีมชาติในเอเชียนคัปนัดสุดท้ายกับเลบานอนก็ถือโอกาสประกาศอำลาทีมเลย



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com



Pages: 1 2 3 4 5






ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

หน้า: 1 2 3 4 5