Flipbook สารคดี ฉบับที่ 366

ตุลาคม 2, 2015 
0


ขออภัยด้วย คุณไม่สามารถเข้าชมหน้านี้ได้ จำกัดสิทธิเฉพาะสมาชิกเท่านั้น




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เรื่อง : ศรัณย์ ทองปาน *ตัดตอนจากต้นฉบับ ประชาชนในประวัติศาสตร์ : สงครามโลกในหนังสืองานศพ ของผู้เขียน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล   ประวัติศาสตร์เปรียบเหมือนการถักทอความทรงจำขึ้นจากชิ้นส่วนจำนวนมากของอดีต นักประวัติศาสตร์ผลิตงานจากการค้นคว้าหลักฐาน เอกสาร การตีความ เชื่อมโยงข้อมูล สร้างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา  กรณีของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต่างจากประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เช่นสมัยสุโขทัยหรือสมัยอยุธยา ตรงที่ว่าเป็นเรื่องราวร่วมสมัย  แม้ผู้คนที่เคยผ่านประสบการณ์ครั้งนั้นมาต่างสูงอายุขึ้นตามวันเวลาและทยอยล้มหายตายจากไป หากแต่ความทรงจำและเรื่องเล่าของเขาและเธอได้รับการบันทึกไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ--เอกสารอันมีลักษณะเฉพาะตัวของสังคมไทย--จำนวนไม่น้อย ทั้งในรูปของคำไว้อาลัย และบันทึกหรืออัตชีวประวัติของผู้วายชนม์  ในที่นี้จะทดลองหยิบยกเรื่องราวชีวิตประจำวันของคนไทยยุคสงครามโลกมาร้อยเรียงพอให้เห็นภาพของ “สงครามมหาเอเชียบูรพา” จากความทรงจำร่วมสมัยในหนังสืองานศพ [caption id="attachment_20126" align="aligncenter" width="625"] ใบปลิวของกองทัพญี่ปุ่นที่แจกจ่ายในช่วงเริ่มต้นสงครามมหาเอเชียบูรพา (เอื้อเฟื้อภาพ : สยามบรรณาคาร)[/caption] เซ็งลี้ “เซ็งลี้” เป็นคำภาษาจีนแต้จิ๋ว มีความหมายว่าธุรกิจหรือการค้าขาย แต่ในสมัยสงครามโลก “เซ็งลี้” มีความหมายใหม่ว่าเป็นการค้าเก็งกำไร  พลอากาศตรี บุญเลิศ สุทธิสำแดง (ปี ๒๔๔๘-๒๕๓๓) บันทึกไว้ว่า “คำว่า เซ็งลี้ เริ่มเกิดขึ้นในตอนนี้เอง ประชาชนไม่ว่าหนุ่มสาวเฒ่าแก่ หรือแม้แต่เด็ก ๆ ก็วิ่งเต้นซื้อขายกันจ้าละหวั่นไปหมด พวกพ่อค้าเศรษฐีมีเงินก็กว้านซื้อสินค้าต่าง ๆ กักตุนเอาไว้ ซื้อถูกขายแพงกันทั่วไป  คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ก็วิ่งเต้น
สุเจน กรรพฤทธิ์ : เรื่อง [caption id="attachment_19850" align="aligncenter" width="500"] วันสันติภาพ - การเดินสวนสนามของขบวนการเสรีไทย ณ ถนนราชดำเนิน วันที่ ๒๕
เรื่อง : สุเจน กรรพฤทธิ์ [caption id="attachment_19581" align="alignright" width="462"] สภาพเชลยศึกฝ่ายสัมพันธ์มิตรที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟสายมรณะ (ภาพจาก : thesundaytimes)[/caption] ในสงครามจริงไม่มีความรักแบบในนิยายคู่กรรม ไม่มี “โกโบริ” หรือ “อังศุมาลิน” เรื่องเล่าส่วนมากคือเรื่องของคนตัวเล็กๆ และโศกนาฏกรรมมากมายของ “เชลยสงคราม” ระหว่างที่ไทยต้องจำยอมร่วมรบกับญี่ปุ่น นอกจากทหารญี่ปุ่นนับหมื่นที่หลั่งไหลเข้าประเทศ อีกสิ่งที่เข้ามาจำนวนมากคือ “เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร” ที่ญี่ปุ่นส่งมาใช้แรงงานก่อสร้าง “ทางรถไฟสายมรณะ” เชื่อมไทยกับพม่า ส่วนแรกถูกจับในกรุงหลังการทำสนธิสัญญาร่วมมือทางทหารระหว่างไทยกับญี่ปุ่นช่วงต้นปี ๒๔๘๕ จึงถือว่าคนที่มีสัญชาติประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรเป็น “ชนชาติศัตรู” ทันทีและต้องถูกควบคุมในค่ายกักกัน เรื่องนี้พลตำรวจตรี อดุล อดุลเดชจรัส รองนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบและขอพื้นที่ส่วนหนึ่งของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ทำเป็นค่ายกักกัน และขอให้เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดูแล มีการตั้งพันเอก เพิ่ม มหานนท์ เป็นผู้บังคับการค่าย พันตรี หม่อมราชวงศ์พงษ์พรหม จักรพันธุ์ เป็นรองผู้บังคับการ