{ status: 'connected', authResponse: { accessToken: '...', expiresIn:'...', signedRequest:'...', userID:'...' } } function checkLoginState() { FB.getLoginStatus(function(response) { statusChangeCallback(response); }); }

การเดินทางของแสงในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

มิถุนายน 14, 2016 
1


  ๑๓,๗๙๙ ล้านปีก่อน

  • เอกภพถือกำเนิด

๓๗๙,๐๐๐ ปี

  • หลังจากเอกภพถือกำเนิด เอกภพเย็นลง โฟตอน (อนุภาคของแสง) สามารถเคลื่อนที่อย่างอิสระ ปรากฏเป็น “แสงแรกแห่งเอกภพ”

๔,๕๖๗ ล้านปีก่อน

  • ดวงอาทิตย์ถือกำเนิด

๒,๓๒๐ ล้านปีก่อน เป็นอย่างน้อย

  • การสังเคราะห์แสงเกิดขึ้นครั้งแรก
๔ แสนปีก่อน

  • มนุษย์โฮโมอีเร็กตัส (Homo erectus) ควบคุมไฟได้เป็นครั้งแรก
ราว ๑๗,๐๐๐ ปีก่อน

  • ตะคัน (ตะเกียงรูปแบบหนึ่ง) รุ่นแรกสุดทำจากหินคว้านให้เป็นเบ้า พบในถ้ำลาสโก (Lascaux) ประเทศฝรั่งเศส
  ราว ๒,๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล

  • มีบันทึกพิธีกรรมเกี่ยวข้องกับสุริยเทพเร (Re/Ra)ไว้บนกระดาษปาปิรัสแผ่นหนึ่ง
ราว ๑,๗๐๐-๑,๓๐๐ ปีก่อนคริสตกาล

  • ศาสนาโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism) ถือกำเนิดขึ้น โดยมีศาสดาชื่อ ซาราทุสตรา (Zarathustra) เชื่อว่าโลกคือสมรภูมิระหว่างฝ่ายความดีกับฝ่ายความชั่ว โดยฝ่ายความดี
    เป็นเทพแห่งแสงสว่างหรือเทพแห่งปัญญา
ราว ๑,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาล

  • มนุษย์ค้นพบหลักการของนาฬิกาแดด สามารถแบ่งวันเป็นชั่วโมง

๕๘๕ ปีก่อนคริสตกาล

  • (๒๘ พฤษภาคม) สงครามระหว่างชาวมีด (Medes) และชาวลีเดีย (Lydians) ซึ่งสู้รบกันนานถึง ๕ ปี ยุติลงทันทีเนื่องจากการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง การสู้รบในวันนั้นได้ชื่อว่า “สมรภูมิแห่งคราส” (Battle of the Eclipse)
  ราว ๒๘๐ ปีก่อนคริสตกาล

  • กำเนิดประภาคารฟารอสแห่งอะเล็กแซนเดรีย (Lighthouse of Alexandria/Pharos of Alexandria) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกโบราณ ประภาคารนี้คงอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ ๑๔

ราว ๑๕ ปีก่อนคริสตกาล

  • สถาปนิกชาวโรมันชื่อ วิทรูเวียส (Vitruvius) เขียนหนังสือชื่อ De Architectura ซึ่งมีบทหนึ่งว่าด้วยแสงธรรมชาติ

ราว ค.ศ. ๗๐๐

  • ชาวเอสกิโมและผู้คนแถบสแกนดิเนเวียมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแสงเหนือ

ค.ศ. ๑๐๑๑-๑๐๒๑

  • อิบน์ อัล-ฮัยษัม นักวิทยาศาสตร์และอภิมหาพหูสูตชาวอาหรับ เขียนตำราทัศนศาสตร์ชุดแรกของโลกคือ กิตาบ อัล-มะนาซีร์(Kitab al-Manazir) มีเจ็ดเล่ม เขายังเป็นคนแรกที่อธิบายหลักการของกล้องรูเข็ม (camera obscura)

ค.ศ. ๑๒๕๐

  • โรเจอร์ เบคอน (Roger Bacon) ประดิษฐ์แว่นขยาย

ค.ศ. ๑๖๓๘

  • กาลิเลโอพยายามวัดอัตราเร็วแสง และสรุปว่าแสงเคลื่อนที่เร็วกว่าเสียงอย่างน้อย ๑๐ เท่า
ค.ศ. ๑๖๖๑ (๒๐ กุมภาพันธ์)

  • เกิดปรากฏการณ์ทรงกลดซับซ้อน เรียกว่า Danzig Display หรือ Seven Suns Display ต่อมาฮอยเกนส์ (Huygens) ใช้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ร่วมกับปรากฏการณ์ทรงกลดที่กรุงโรม เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๖๒๙ ซึ่งมี “อาทิตย์ห้าดวง” และวันที่ ๒๔ มกราคม ค.ศ. ๑๖๓๐ “อาทิตย์เจ็ดดวง” เพื่อพัฒนาทฤษฎีซึ่งอธิบายการเกิดการทรงกลด

ค.ศ. ๑๖๖๕

  • โรเบิร์ต ฮุก (Robert Hooke) ใช้กล้องจุลทรรศน์ และตีพิมพ์ Micrographia เอกสารฉบับแรกที่แสดงโลกระดับจุลภาค

ค.ศ. ๑๖๖๖

  • ไอแซก นิวตัน (Isacc Newton) ใช้ปริซึมแยกแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์เป็นสีรุ้ง และตีพิมพ์หนังสือ Opticks ฉบับพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ. ๑๗๐๔

ค.ศ. ๑๘๗๙

  • ทอมัส แอลวา เอดิสัน สาธิตหลอดไฟที่ใช้งานได้จริงที่เมนโลพาร์กในเดือนธันวาคม
ค.ศ. ๑๘๘๔

  • จอร์จ เซอรา (Georges Seurat) จิตรกรชาวฝรั่งเศสจัดแสดงภาพวาดสีน้ำมันแนวนีโออิมเพรสชันนิสม์ โดยการวาดภาพเป็นจุดสีเล็ก ๆ ตามหลักทฤษฎีฟิสิกส์ในยุคนั้นว่า แสงคืออนุภาคของสี
ค.ศ. ๑๘๘๘

  • จอร์จ อีสต์แมน (George Eastman) จดสิทธิบัตรกล้องถ่ายภาพ ซึ่งต่อมาเรียกว่า Kodak box camera

ค.ศ. ๑๙๐๕

  • อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (photoelectric effect) และเสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (special relativity) ซึ่งบอกว่าแสงมีอัตราเร็วคงที่สำหรับ
    ผู้สังเกตทุกคน ไม่ว่าจะอยู่นิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วคงที่ และเสนอสูตรความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน E = mc2 โดย c คือความเร็วของแสง
ค.ศ. ๑๙๐๖

  • โรเบิร์ต อี. เพียรี (Robert E. Peary) คิดว่ามองเห็นดินแดนใหม่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ แต่ทีมสำรวจอีก ๗ ปีต่อมาพบว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาหรือมิราจแบบฟาตามอร์กานา (Fata Morgana)
ค.ศ. ๑๙๑๗

  • (วันที่ ๑๓ ตุลาคม) ปรากฏการณ์อาทิตย์อัศจรรย์ (Miracle of the Sun) หรือเรียกในภาษาโปรตุเกสว่า O Milagre do Sol ที่ฟาติมา ประเทศโปรตุเกส มีคนอย่างน้อยราว ๓ หมื่นคนเห็นพฤติกรรมประหลาดของดวงอาทิตย์นานถึง ๑๐ นาที
ค.ศ. ๑๙๔๒

  • นิยายวิทยาศาสตร์ชุด Foundation series ของ Isaac Asimov เสนอแนวคิดเรื่อง jump drive ซึ่งเป็นการเดินทางด้วยอัตราเร็วมากกว่าแสง (แนวคิดนี้ต่อมามีชื่อเรียกอื่น เช่น hyperdrive, warp drive)
ค.ศ. ๑๙๕๕

  • แนรินเดอร์ คาพานี (Narinder Kapany) ชาวอังกฤษ และ ไบรอัน โอเบรียน ซีเนียร์ (Brian O’Brien Sr.) ชาวอเมริกัน ต่างประดิษฐ์เส้นใยแก้วนำแสงขึ้นมาในเวลาใกล้เคียงกัน
ค.ศ. ๑๙๖๐

  • ทีโอดอร์ ไมแมน (Theodore Maiman) ประดิษฐ์เลเซอร์ ต่อมา เอ็มเมต เอ็น. ลีท (Emmett N. Leith) และ จูริส อูแพทเนียกส์ (Juris Upatnieks) แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ใช้แสงเลเซอร์สร้างภาพฮอโลแกรมภาพแรก
ค.ศ. ๑๙๖๕

  • อุปกรณ์ให้กำเนิดแสงแบบแอลอีดี (LED : light emitting diode) ถือกำเนิด
  • อาร์โน อัลแลน เพนเซียส (Arno Allan Penzias) และ โรเบิร์ต วูดโรว์ วิลสัน (Robert Woodrow Wilson) ตรวจพบรังสีไมโครเวฟฉากหลังของจักรวาล (cosmic microwave background radiation) ซึ่งถือเป็น “แสงแรกของเอกภพ”

ค.ศ. ๑๙๗๑

  • ระบบโทรศัพท์เซลลูลาร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เชิงพาณิชย์ซึ่งใช้คลื่นวิทยุ ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ฟินแลนด์ ถือว่าเป็นรุ่น 0G
ต้นทศวรรษที่ ๑๙๘๐

  • เริ่มมีการรณรงค์ปัญหามลพิษทางแสง (light pollution) โดยองค์กร International Dark-Sky Association (IDA)

ต้นทศวรรษ ๑๙๙๐

  • วงการแพทย์ระบุความเชื่อมโยงระหว่างแสงอาทิตย์กับมะเร็งผิวหนัง
ค.ศ. ๒๐๐๓

  • เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนของประเทศไทยเริ่มเปิดให้ใช้งานครั้งแรก มีชื่อว่า “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” ต่อมามีการจัดตั้งสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ใน ค.ศ. ๒๐๐๘
ค.ศ. ๒๐๐๘

  • ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติของไทยชื่อ ไทยโชต (Thaichote) ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ
  ค.ศ. ๒๐๐๙

  • สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้รับการจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑ มกราคม
  ค.ศ. ๒๐๑๕

  • ทีมนักฟิสิกส์นำโดย ฟาบริซิโอ คาร์โบน (Fabrizio Carbone) ทำการทดลองที่แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่า แสงเป็นทั้งคลื่นและอนุภาคพร้อมกันได้ ผลงานนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ฉบับวันที่ ๒ มีนาคม ค.ศ. ๒๐๑๕
The Story of Light ในวาระปีสากลแห่งแสง แสงคือปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่สุด ตั้งแต่เอกภพได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ๑.๓๗ หมื่นล้านปีก่อน ทั้งกาแล็กซี ดวงดาว และสิ่งมีชีวิตบนโลก วิวัฒน์มาพร้อม “แสง” ตามความเชื่อในคริสต์ศาสนา
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๗๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ การเดินทางของแสงในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ รอบโลก - เมืองร้างที่เพิ่มขึ้น Item Footprint - แผงโซลาร์เซลล์
ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : รายงาน United States of America / องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกาหรือนาซา ร่วมกับ Planetary Resources บริษัทสัญชาติอเมริกันเผยแพร่แอปพลิเคชันสำรวจอวกาศ Asteroid Data Hunter ก่อนนี้บริษัท Planetary Resources มีแผนการสำรวจธรรมชาตินอกโลก โดยเฉพาะบนดาวเคราะห์น้อยที่เชื่อว่ามีแร่ธาตุจำนวนมาก และตั้งความหวังว่าจะส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปทำเหมืองแร่บนอวกาศในอนาคต  ขณะนาซาเคยจัดโครงการ NASA’s Asteroid Grand Challenge เมื่อปี ๒๕๕๗ มอบเงินรางวัลให้นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบดาวเคราะห์น้อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแก่การวิจัย แอปพลิเคชัน Asteroid Data Hunter จะเปิดให้คนทั่วไปสำรวจอวกาศ ค้นหาดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ด้วยตนเอง โดยดาวน์-โหลดแอปพลิเคชันและค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.topcoder.com/asteroids/ • ที่มาภาพ :



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

The Story of Light ในวาระปีสากลแห่งแสง แสงคือปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ที่สุด ตั้งแต่เอกภพได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ ๑.๓๗ หมื่นล้านปีก่อน ทั้งกาแล็กซี ดวงดาว และสิ่งมีชีวิตบนโลก วิวัฒน์มาพร้อม “แสง” ตามความเชื่อในคริสต์ศาสนา
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๗๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ การเดินทางของแสงในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ รอบโลก - เมืองร้างที่เพิ่มขึ้น Item Footprint - แผงโซลาร์เซลล์
ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : รายงาน United States of America / องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกาหรือนาซา ร่วมกับ Planetary Resources บริษัทสัญชาติอเมริกันเผยแพร่แอปพลิเคชันสำรวจอวกาศ Asteroid Data Hunter ก่อนนี้บริษัท Planetary Resources มีแผนการสำรวจธรรมชาตินอกโลก โดยเฉพาะบนดาวเคราะห์น้อยที่เชื่อว่ามีแร่ธาตุจำนวนมาก และตั้งความหวังว่าจะส่งหุ่นยนต์ขึ้นไปทำเหมืองแร่บนอวกาศในอนาคต  ขณะนาซาเคยจัดโครงการ NASA’s Asteroid Grand Challenge เมื่อปี ๒๕๕๗ มอบเงินรางวัลให้นักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบดาวเคราะห์น้อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแก่การวิจัย แอปพลิเคชัน Asteroid Data Hunter จะเปิดให้คนทั่วไปสำรวจอวกาศ ค้นหาดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ด้วยตนเอง โดยดาวน์-โหลดแอปพลิเคชันและค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.topcoder.com/asteroids/ • ที่มาภาพ :