สารคดี Live #3 ไขปริศนา 250 ปี “เสียกรุง” อยุธยา “อ่อนแอก็แพ้ไป” จริงหรือ ?

กุมภาพันธ์ 6, 2017 
0


สารคดี Live #3 ไขปริศนา 250 ปี “เสียกรุง” อยุธยา “อ่อนแอก็แพ้ไป” จริงหรือ ?
ไขข้อข้องใจแบบ “กินง่าย” กับ สุเจน กรรพฤทธิ์
พฤหัสบดีที่ 2 ก.พ. เวลา 17.00 น.
ทาง facebook.com/sarakadeemagazine

ปี 2560 คือปีที่ครบวาระ 250 ปี แห่งการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 แบบเรียนไทย ภาพยนตร์ ละคร บอกเรามาตลอดว่าเพราะอยุธยาอ่อนแอ แตกสามัคคี จึงเสียกรุง

แต่หลักฐานใหม่ๆ กลับไม่บอกเราเช่นนั้น

การเสียกรุงศรีอยุธยา กลับทำให้เกิด “พื้นฐานของราชอาณาจักรสยามสมัยใหม่” และการให้โอกาสกับ “ผุ้นำรุ่นใหม่” อย่าง “พระเจ้าตากสิน”

๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ๒ เมษายน ๒๕๕๘ นับเป็นวาระอันเป็นมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระชนมายุ ๕ รอบ  พระองค์ทรงเป็น “เจ้าฟ้า” ผู้เป็นที่เทิดทูนรักใคร่ของพสกนิกรชาวไทย ด้วยมีพระจริยวัตรอันงดงาม ไม่ถือพระองค์ โปรดฉลองพระองค์แบบเรียบง่าย มีพระอารมณ์ขันอยู่เป็นนิจ  ที่สำคัญเราจะเห็นและรับทราบข่าวของพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมากมายแทบทุกวัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็น “เจ้าฟ้า” ผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพหลายด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญาว่า “วิศิษฏศิลปิน” ด้วยทรงมีผลงานด้านศิลปะหลายสาขา ทั้งวรรณศิลป์ สังคีตศิลป์ และทัศนศิลป์ นิตยสาร สารคดี จึงขอประมวลพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญของพระองค์ใน ๖ ทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวาระอันน่าปลื้มปีติยินดียิ่งนี้ นับถอยหลังอวสานกรุงศรี ฯ ๒๔๘ ปี “วันกรุงแตก” คนไทยและแบบเรียนไทยนับเหตุการณ์ “เสียกรุงครั้งที่ ๒” เป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” ที่จะต้องจดจำและจารึกเพื่อเป็นบทเรียน ต่อมาเรื่อง “กรุงแตก” กลายเป็น “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่ทำให้เรามองเพื่อนบ้านอย่างพม่าไม่ดีนักในระดับจิตใต้สำนึก ด้วยมีภาพจำว่า “พม่ามาตีกรุง” และ “ลอกทอง” ไป ทั้งยังมองว่าหลักฐานยืนยันคือซากโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่แทบไม่เหลืออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทว่า “ประวัติศาสตร์” ก็คือ “ประวัติศาสตร์”  หลักฐานและข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้สารคดี ชวนท่านผู้อ่านกลับมาทบทวนเรื่องราวที่เป็น “ปมใหญ่” ของประวัติศาสตร์ไทยอีกครั้ง เพื่อที่ในอีก ๒ ปีข้างหน้า (๒๕๖๐) เราจะรำลึกการเสียกรุงครั้งที่ ๒ และเข้าใจเพื่อนบ้านได้อย่างแท้จริง
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๖๒ เมษายน ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ สัมภาษณ์ บอย-วิสูตร แสงอรุณเลิศ – งานไม่ประจำอิสระของคนอยากรวย ? จากป่าสู่เมือง
#สำนักพิมพ์สารคดี ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(CUbook) ทำไมเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์กรุงแตก (ในมุมมองใหม่) ร่วมหาคำตอบ จากบันทึกของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใหม่ ในงานเสวนาพิเศษ ๒๓๑๐ อวสานกรุงศรี-กรุงธนบุรีผงาด โดย สุเจน กรรพฤทธิ์ ผู้เขียน



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ๒ เมษายน ๒๕๕๘ นับเป็นวาระอันเป็นมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระชนมายุ ๕ รอบ  พระองค์ทรงเป็น “เจ้าฟ้า” ผู้เป็นที่เทิดทูนรักใคร่ของพสกนิกรชาวไทย ด้วยมีพระจริยวัตรอันงดงาม ไม่ถือพระองค์ โปรดฉลองพระองค์แบบเรียบง่าย มีพระอารมณ์ขันอยู่เป็นนิจ  ที่สำคัญเราจะเห็นและรับทราบข่าวของพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมากมายแทบทุกวัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็น “เจ้าฟ้า” ผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพหลายด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญาว่า “วิศิษฏศิลปิน” ด้วยทรงมีผลงานด้านศิลปะหลายสาขา ทั้งวรรณศิลป์ สังคีตศิลป์ และทัศนศิลป์ นิตยสาร สารคดี จึงขอประมวลพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญของพระองค์ใน ๖ ทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวาระอันน่าปลื้มปีติยินดียิ่งนี้ นับถอยหลังอวสานกรุงศรี ฯ ๒๔๘ ปี “วันกรุงแตก” คนไทยและแบบเรียนไทยนับเหตุการณ์ “เสียกรุงครั้งที่ ๒” เป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของ “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” ที่จะต้องจดจำและจารึกเพื่อเป็นบทเรียน ต่อมาเรื่อง “กรุงแตก” กลายเป็น “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่ทำให้เรามองเพื่อนบ้านอย่างพม่าไม่ดีนักในระดับจิตใต้สำนึก ด้วยมีภาพจำว่า “พม่ามาตีกรุง” และ “ลอกทอง” ไป ทั้งยังมองว่าหลักฐานยืนยันคือซากโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่แทบไม่เหลืออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทว่า “ประวัติศาสตร์” ก็คือ “ประวัติศาสตร์”  หลักฐานและข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้สารคดี ชวนท่านผู้อ่านกลับมาทบทวนเรื่องราวที่เป็น “ปมใหญ่” ของประวัติศาสตร์ไทยอีกครั้ง เพื่อที่ในอีก ๒ ปีข้างหน้า (๒๕๖๐) เราจะรำลึกการเสียกรุงครั้งที่ ๒ และเข้าใจเพื่อนบ้านได้อย่างแท้จริง
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๖๒ เมษายน ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ สัมภาษณ์ บอย-วิสูตร แสงอรุณเลิศ – งานไม่ประจำอิสระของคนอยากรวย ? จากป่าสู่เมือง
#สำนักพิมพ์สารคดี ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(CUbook) ทำไมเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์กรุงแตก (ในมุมมองใหม่) ร่วมหาคำตอบ จากบันทึกของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมหลักฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใหม่ ในงานเสวนาพิเศษ ๒๓๑๐ อวสานกรุงศรี-กรุงธนบุรีผงาด โดย สุเจน กรรพฤทธิ์ ผู้เขียน