พุธ-ไซแอนซ์ – ทำไม “กลิ่นทุเรียน” หอม (หรือเหม็น) ?? ไขความลับโดยนักวิจัยมะเร็ง (มาเกี่ยวอะไรด้วย?)

ตุลาคม 11, 2017 
0


putscienceพุธ-ไซแอนซ์

ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด


36485641 - woman smelling a disgusting smell of durian

นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์มะเร็งแห่งชาติสิงคโปร์ และโรงเรียนการแพทย์ Duke-NUS ร่วมกันทำวิจัยถึงสามปี เพื่อทำแผนที่จีโนม (แผนที่ยีนทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ) ของทุเรียนพันธุ์มูซังคิงส์ของมาเลเซีย จนสำเร็จ

พวกเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ชอบกินทุเรียน และเริ่มทำแผนที่จีโนมของทุเรียนเพียงเพราะอยากหาคำตอบเกี่ยวกับกลิ่นหอมรัญจวนของทุเรียน

ผลการวิจัยที่เพิ่งประกาศพบว่า ยีนตัวการกำกับนั้นมีชื่อว่า MGLs (Methionine Gamma Lyases) ซึ่งทำให้เกิดการผลิตสารประกอบของกำมะถันที่ระเหยได้

ทุเรียนมียีนตัวนี้มากเป็นสองเท่าของฝ้าย และสี่เท่าของโกโก้

จากการวิจัยนี้ทำให้พบว่า ทุเรียนเป็นญาติกับฝ้าย

และที่ไม่อยากจะเชื่อเลย คือบรรพบุรุษของทุเรียนก็คือ โกโก้ (โอย กลิ่นมันคนละเรื่องกันเลยนะนี่ แต่ผมชอบกินทั้งสองอย่างเลยขอรับ)

ทุเรียนยังมียีนทั้งหมดถึง 46,000 ยีน มากกว่ายีนของมนุษย์ถึงสองเท่า

นักวิจัยบอกว่านอกจากเรื่องกลิ่นทุเรียนแล้ว แผนที่จีโนมของทุเรียนจะช่วยบอกเกี่ยวกับยีนที่ต้านโรค ยีนที่ทนความแห้งแล้ง และอื่นๆ

แต่ที่เอาไปต่อยอดได้อีกมาก คือเทคนิคการทำแผนที่จีโนมที่นักวิจัยพัฒนาขึ้นใหม่นี้ จะประยุกต์ใช้ทำแผนที่จีโนมของพืชหรือสมุนไพรอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางยาได้ และยังช่วยให้การปรับปรุงทุเรียนพันธุ์มูซังคิงส์เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ร่นเวลาจาก 20-30 ปีตามวิธีการเดิม เหลือเพียง 5 ปี

เรื่องนี้บอกว่า ความอยากรู้จริงจังกับอะไรที่เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ไม่สลักสำคัญ กลายเป็นเรื่องที่อาจส่งผลให้เกิดมูลค่ามหาศาลต่อไปได้อีก

ในแง่รสชาติ มูซังคิงส์เป็นคู่แข่งกับหมอนทองเราเลยทีเดียว

แต่ในแง่การสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เรายังต้องตามหลังเขาไปอีกแค่ไหน

ติดตาม พุธ-ไซแอนซ์ ทุกวันพุธ

อ้างอิง
http://www.todayonline.com/singapore/cancer-scientists-sniff-out-durian-genome
https://phys.org/news/2017-10-durian-fruit-cancer-scientists-genome.html


dumสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ :

บก. ดำ ผู้ชอบจับแพะมาชนกับแกะ จับแมวโยนไปให้ถึงดวงดาว เพราะหลงเชื่อว่าจักรวาลนี้ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกัน




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








1. หมาและแมวตาบอดสี ? หมาและแมวสามารถเห็นสีฟ้าและสีเขียว แมวจะเห็นสีแดงและสีชมพูเป็นสีออกเขียว ส่วนสีม่วงจะเห็นเป็นสีฟ้า 2. นกกระจอกเทศเอาหัวมุดทรายเพื่อหลบภัย ? นกกระจอกเทศไม่เคยมุดหัวในทราย บางครั้งถ้ามีอันตรายใกล้ตัวมันอาจล้มตัวลงนอนแกล้งตาย 3. ปลาทองความจำสั้นแค่ไม่กี่วินาที ? ปลาทองมีความจำดีทีเดียว
เป็นสายวันที่แดดร้อนเปรี้ยง แต่ทุกคนที่นั่งตรงนั้นไม่มีใครขยับหนีไปไหนซ้ำยังมีคนทยอยเดินเข้ามาขอนั่งสมทบในที่ว่าง ข้างผมเป็นหญิงวัยกลางคนที่มาจากจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เธออยู่ตรงนี้เป็นวันที่ ๔ แล้ว เธอบอกว่าจะอยู่จนถึงวันสุดท้ายของพระราชพิธีเพื่อส่ง “พ่อ” ก่อนริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารจากสนามหลวงจะเคลื่อนมาถึงตรงที่เรานั่งกันอยู่เล็กน้อย คงด้วยทั้งแดดกล้าและความอ่อนล้ามาหลายวัน ผู้หญิงข้างผมและผู้สูงอายุอีกสองสามคนจึงเกิดหน้ามืดจะเป็นลมต้องพาไปปฐมพยาบาลกันใต้ร่มเงาด้านหลังเมื่อริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน รอบตัวผมมีแต่เสียงสะอื้นไห้และน้ำตา ... หลังฝนตกหนักตอนบ่ายวันก่อนหน้านั้น ผู้คนรอถวายดอกไม้จันทน์ยังยืนแถวเป็นระเบียบต่อกันยาวเหยียด ใครก็อาจคาดคะเนได้ว่า ถึงเวลา ๔ ทุ่ม คนสุดท้ายของแถวตอนนี้ก็อาจยังไม่ได้ถวายดอกไม้จันทน์ แต่ทุกคนที่ยืนรอไม่แสดงอาการหวั่นไหว ดึกเกือบ ๕ ทุ่ม ผมฝ่าฝูงชนคลาคล่ำเข้ามายืนอยู่หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันเป็นที่ตั้งของศูนย์สื่อมวลชนฯ ท่ามกลางความสับสนของหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจริงเพราะไม่มีการแจ้งข่าวและเผยแพร่ภาพในโทรทัศน์ กลุ่มควันที่ลอยปกคลุมเหนือพระเมรุมาศในความมืดทำให้ประชาชนที่นั่งเฝ้าอยู่บริเวณนั้นต่างจ้องมองมวลสีเทาที่แปรเปลี่ยนรูปร่างไปไม่หยุดนิ่ง หลายคนพนมมือไหว้แล้วปาดน้ำตา สักครู่ดูเหมือนควันจะจางหาย แต่ไม่นานก็ปรากฏกลุ่มควันลอยคลุ้งชุดใหม่ผมยืนเหม่อมองด้วยความนิ่งงัน … สองสัปดาห์ถัดมา ผมยืนทำใจสงบอยู่หน้าพระเมรุมาศสีทองอร่าม ท่ามกลางบรรยากาศอันค่อนข้างวุ่นวายของประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินชมและถ่ายภาพนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นยามสนธยาที่มีแสงสีชมพูและสีเหลืองส้มฉายทาบหมู่เมฆใกล้ขอบฟ้า ก่อนรัตติกาลจะค่อย ๆ เข้าโอบคลุม เป็นช่วงกาลรอยต่อที่มิใช่ทั้งกลางวันและกลางคืนอันน่าฉงน
สัมภาษณ์  : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ ถ่ายภาพ  : ประเวช ตันตราภิรมย์ “มายาคติด้านพลังงานเรื่องไหนร้ายแรงที่สุด” เป็นคำถามที่ผมไม่ต้องรอคำตอบจากหญิงสาวตรงหน้า เพราะเธอสวนกลับแทบทันทีว่า “เยอะมาก !” ตามด้วยคำอธิบายที่พรั่งพรูมาราวกับสายน้ำ สฤณี อาชวานันทกุล คือสาวไฮเปอร์ระดับตัวแม่ เธอมีหลายสิบภาคในตัวเอง ทั้งนักเขียน นักแปล ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า สำนักพิมพ์ openworld เจ้าของสำนักพิมพ์ชายขอบ จัดพิมพ์หนังสือแนวบทกวี (งานเขียนที่เธอชื่นชอบ) นักเล่นบอร์ดเกมมือวางอันดับ ๑ (แทบไม่มีสัปดาห์ไหนที่เธอไม่เล่น) ไปจนถึงภาคนักเคลื่อนไหว ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้เธอเป็นแถวหน้าในการคัดค้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ ยากจะจินตนาการว่าใน ๑ วันเธอแบ่งภาคทำกิจกรรมอะไรบ้าง แต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ผมขอแทรกเวลาในเย็นวันหนึ่ง เพื่อนัดคุยกับเธอในภาคนักวิชาการสายเศรษฐศาสตร์ และหัวเรือใหญ่คนหนึ่งของบริษัทป่าสาละ จำกัด ที่นิยามตนเองว่าเป็นบริษัท “ปลูกธุรกิจที่ยั่งยืน” แห่งแรกในประเทศไทย เน้นการจัดทำงานวิจัย การอบรม และจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ sustainable development ซึ่งกำลังเป็นคำฮอตฮิต หลังจากที่สหประชาชาติได้ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ๑๗ ข้อ (sustainable development goals หรือ SDGs 17) เมื่อปี ๒๕๕๘ ทำให้รัฐบาลไทยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ รวมทั้งนายกรัฐมนตรียังเสนอปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนไว้ในเวทีการประชุมระดับโลก ล่าสุดในช่วงประเด็นร้อนของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ สฤณีโพสต์ลิงก์ให้ดาวน์โหลดฟรีพีดีเอฟของหนังสือชื่อ มายาคติพลังงาน ที่จัดทำโดยบริษัทป่าสาละ จำกัด (เขียนโดย สฤณี อาชวานันทกุล ณัฐเมธี สัยเวช และ สุณีย์ ม่วงเจริญ) ในเล่มรวมคำถามคำตอบที่พยายามให้ตรรกะ วิธีคิด พร้อมข้อมูล ที่จะทลายมายาคติหลายเรื่องเกี่ยวกับการจัดการพลังงานในประเทศไทย เช่น ตกลงเมืองไทยรวยน้ำมันไหม ค่าไฟต้องแพงไหม นิวเคลียร์ถูกจริงไหม พลังงานแสงอาทิตย์แพงจริงไหม (สนใจดาวน์โหลดได้ ที่นี่ “ถ้าจะพูดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน เราต้องพูดถึงการจัดการพลังงานด้วย เพราะพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อนทุกสิ่งอย่าง และไม่มีทางที่เราจะพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนด้วยการใช้พลังงานสกปรก” เธอย้ำ การคุยกับหญิงสาวมากพลังครั้งนี้จึงพัลวันกันหลายหัวข้อโดยมี “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เป็นแกนหลักใจกลางความยุ่งเหยิง
พุธ-ไซแอนซ์ ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด 1. “อูมัวมัว” แท่งหินประหลาดจากนอกระบบสุริยะ ดาวเคราะห์น้อยรูปร่างเป็นแท่งหินยาว 400 เมตรเหมือนหอกยักษ์ เดินทางข้ามอวกาศเข้ามาในระบบสุริยะของเรา ด้วยความเร็วกว่า 1 แสนกิโลเมตรต่อชั่วโมง
พุธ-ไซแอนซ์ ติดปีกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกวันพุธ เพราะเทพเจ้าประจำดาวพุธคือ Mercury บุรุษเทพแห่งการสื่อสารที่ไปได้เร็วเท่าความคิด ขณะที่พี่ตูนกำลังวิ่ง “ก้าวคนละก้าว” เพื่อระดมเงินบริจาคช่วยโรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่นั้น นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติของออสเตรเลีย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ก็ประกาศผลการวิจัยครั้งแรกที่ยืนยันว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกช่วยส่งผลดีต่อสมองของมนุษย์ จากที่เคยมีแต่รายงานผลการวิจัยยืนยันในหนู ปรกติสมองของคนเราจะเสื่อมลงตามอายุ โดยหลังจากอายุเกิน

ปิดโหมดสีเทา