หนุมานชาญสมร

ธันวาคม 30, 2017 
0


ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต


ในอินเดีย ที่ซึ่ง “พระราม” เป็นองค์อวตารของพระวิษณุ (พระนารายณ์) มหาเทพของศาสนาฮินดู “หนุมาน” วานรเผือก ทหารของพระราม ก็พลอยได้รับความเคารพในฐานะเทพเจ้าองค์หนึ่งไปด้วย

แต่สถานะของ “หนุมาน” ในสังคมไทย กลับมีหลากหลายแตกต่างมาก

ตามวัดหลายแห่ง เราจะสังเกตเห็นว่าบนหน้าบัน (หน้าจั่ว) ของโบสถ์ ทำเป็นลวดลายรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ แต่ที่อาจไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก คือที่เป็นรูปพระลักษมณ์ทรงหนุมาน เช่นที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

รูปพระลักษมณ์ทรงหนุมานนี้ ใช้เป็นเหมือนตราประจำพระองค์ของ “วังหน้า” คือกรมพระราชวังบวร ซึ่งเป็นพระมหาอุปราช ผู้มีอำนาจรองลงมาจากพระเจ้าแผ่นดิน คือตามท้องเรื่องอย่างที่ยกมาแต่ต้น เมื่อพระมหากษัตริย์เปรียบได้ดั่งพระราม ดังนั้น “วังหน้า” จึงเทียบเคียงได้ประดุจพระลักษมณ์ อนุชาของพระราม

ส่วนหนุมานที่คนไทยคุ้นเคยกันดี คือในมิติที่เป็นตัวละครจากวรรณคดี รามเกียรติ์ และในรูปลักษณ์ตัวเอกที่มีสีสันในการแสดงโขน ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หนุมานคือลวดลายตัวภาพที่มีความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ระดับที่พระเกจิอาจารย์มากมายนิยมนำไปผูกลายสักลงผิวเนื้อผู้ศรัทธา

จอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรียุคทศวรรษ 2500 เลือกใช้ตราประจำตัวเป็นรูปหนุมานแผลงฤทธิ์ หาวเป็นดาวเป็นเดือน ทั้งจากความหมายตามปีเกิดของตน คือปีวอก (ปีลิง) 2451 และโดยนัยว่าจอมพลถือตนเองเป็นประดุจ “ทหารของพระจักรี” เช่นเดียวกับหนุมาน ตลอดจนกิจการธุรกิจต่างๆ ที่จอมพลก่อตั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเบียร์ หรือบริษัทประกันภัย ล้วนแต่ใช้ตราหนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือนเป็นโลโก้ทั้งสิ้น

พร้อมกันนั้น คือตั้งแต่ยุค 2500 หนุมานยังถูกทำให้กลายเป็น “สินค้าทางวัฒนธรรม” อย่างแรกๆ ของเมืองไทยตั้งแต่เมื่อเริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมื่อหลายสิบปีก่อน ตัวอย่างเช่นตุ๊กตาหนุมานของบางกอกดอลล์ ต่อเนื่องมาจนถึงการเป็น “มาสคอต” ของหน่วยงานหรืออีเวนต์ต่างๆ อีกหลายต่อหลายรอบ

หรือเมื่อราว 40 ปีมาแล้ว หนุมานยังถูกหยิบยกมาใช้เป็น “ฮีโร่” พันธุ์ไทย ประกบกับ “คาเมนไรเดอร์” และ “ครอบครัวอุลตร้าแมน” อย่างที่คุณสมโพธิ แสงเดือนฉาย แห่งไชโยภาพยนตร์ เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ “หนุมานพบห้าไอ้มดแดง” “หนุมานพบเจ็ดยอดมนุษย์” ตั้งแต่เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว

สุดท้ายจากเทพหรือตัวภาพอันเข้มขลัง หนุมานก็กลายสภาพเป็นสินค้า “น่ารักๆ” เช่นที่มีผู้ทำเครื่องแต่งกายโขนตัวหนุมานเป็นลวดลายเสื้อยืดบ้าง หรือทำเป็นหมอนรองคอบ้าง อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน


srun

ศรัณย์ ทองปาน

เกิดที่จังหวัดพระนคร ปัจจุบันเป็น “นนทบุเรี่ยน” และเป็นบรรณาธิการสร้างสรรค์ นิตยสาร สารคดี

ชื่อจริงและชื่อเล่น (๙) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ชื่อเล่นชุดหนึ่งที่คนไทยสมัยก่อนชอบตั้งให้ลูก แต่เดี๋ยวนี้ค่อยๆ หายไปแล้ว คือ “แหม่ม” และ “หรั่ง” “แหม่ม” เป็นคำที่คนไทยเคยใช้เรียกนำหน้าชื่อผู้หญิงฝรั่ง
ชื่อจริงและชื่อเล่น (๘) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต “พระไอยการบานผแนก” เป็นหนึ่งในกฎหมายเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถูกนำมารวบรวมไว้ใน “กฎหมายตราสามดวง” ยุคต้นกรุงเทพฯ กฎหมายฉบับนี้ตั้งศักราชไว้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง สาระสำคัญคือ “บานแผนก” ว่าด้วยการแบ่งลูกๆ ตามสังกัดไพร่ของพ่อแม่
ชื่อจริงและชื่อเล่น (๗) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ถ้าลองดูจากวรรณคดี เช่น ขุนช้างขุนแผน ซึ่งคงแต่งขึ้นราวสมัยอยุธยาตอนปลายต่อสมัยต้นกรุงเทพฯ เล่าเรื่องที่มาของชื่อตัวละครหลักคือ “ขุนช้าง” และ ”ขุนแผน” ไว้ว่า



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com




Previous Article
30 ธันวาคม
Next Article
31 ธันวาคม




ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ชื่อจริงและชื่อเล่น (๙) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ชื่อเล่นชุดหนึ่งที่คนไทยสมัยก่อนชอบตั้งให้ลูก แต่เดี๋ยวนี้ค่อยๆ หายไปแล้ว คือ “แหม่ม” และ “หรั่ง” “แหม่ม” เป็นคำที่คนไทยเคยใช้เรียกนำหน้าชื่อผู้หญิงฝรั่ง
ชื่อจริงและชื่อเล่น (๘) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต “พระไอยการบานผแนก” เป็นหนึ่งในกฎหมายเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถูกนำมารวบรวมไว้ใน “กฎหมายตราสามดวง” ยุคต้นกรุงเทพฯ กฎหมายฉบับนี้ตั้งศักราชไว้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง สาระสำคัญคือ “บานแผนก” ว่าด้วยการแบ่งลูกๆ ตามสังกัดไพร่ของพ่อแม่
ชื่อจริงและชื่อเล่น (๗) ผีสางเทวดา เกร็ดเรื่องราวความเชื่อผีสาง เทวดา ในวัฒนธรรมไทยแต่อดีต ถ้าลองดูจากวรรณคดี เช่น ขุนช้างขุนแผน ซึ่งคงแต่งขึ้นราวสมัยอยุธยาตอนปลายต่อสมัยต้นกรุงเทพฯ เล่าเรื่องที่มาของชื่อตัวละครหลักคือ “ขุนช้าง” และ ”ขุนแผน” ไว้ว่า