เรื่องเด่นประจำ สารคดี ฉบับที่ 395 (ปกพลิกหลังลายผ้าทอกลางไพร) - สารคดี.คอม

เรื่องเด่นประจำ สารคดี ฉบับที่ 395 (ปกพลิกหลังลายผ้าทอกลางไพร)

มกราคม 30, 2018 
0


เรื่องเด่นประจำ สารคดี ฉบับที่ 395 (พลิกหลังลายผ้าทอกลางไพร)

“ผ้าทอจอมป่า”
ทรัพย์-ศิลป์ทางปัญญาชาวไพร

อุ้มผางในผืนป่าตะวันตกกลายเป็นแหล่งรวมตัวของดีไซเนอร์
ทั้งนักปลูกฝ้าย ปั่นด้าย ดึงเส้นด้าย ย้อมด้าย ทอผ้า ไปจนนักออกแบบลายผ้า

คนรักงาน craft ได้เห็นเป็นตาวาวให้กระบวนการพึ่งตนแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

คนรักวิถี green ต้องทึ่งในศาสตร์-ศิลป์การประยุกต์ดิน น้ำ ป่า แบบพอเพียง

เสน่ห์ยังอยู่ที่งานทุกชิ้นล้วนมีความเป็น “กะเหรี่ยง” ผสมอยู่ทุกมุมผ้า เป็นหลักฐานว่าชีวิตและการทอผสานกลืนเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งใช้ชีวิตอย่างไรก็ถ่ายทอดลงบนผืนผ้านั่นละที่ทำให้เรื่องราวของคนป่าเชื่อมโยงให้คนเมืองเข้าถึงได้ไม่ยาก

ยิ่งกว่านั้นข้างหลังผ้าล้วนเป็นชีวิตที่งดงามในแบบตนไม่ต่างจากงานศิลปะชิ้นหนึ่ง

บนโลกที่ใคร ๆ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าหาสิ่งใหม่ พวกเขาเชิญให้เรา back to basic

เปลี่ยนโหมดชีวิตให้เป็นสโลว์โมชัน เสพรากเหง้าที่แสนธรรมดาอันลุ่มลึก


Hey ! It’s Drag Queen : ศิลปะบนกรอบของเพศที่คลุมเครือ

ผลงานอีกหนึ่งชิ้นที่น่าติดตามของนักเขียนและช่างภาพจากค่ายสารคดีครั้งที่ ๑๓ ที่ได้เข้าไปทำความรู้จักกับศิลปะการแสดงของ drag queen

แม้ว่าความหมายของ drag queen จะดูสับสนและคลุมเครือด้วยเพศสภาพ

แต่ท่ามกลางแสงไฟและเสียงดนตรี ตัวตนของผู้แสดงนั้นกลับเด่นชัดและเจิดจรัสดั่งราชินี


สำรวจชีวิต “แรงงานไทย” ในสิงคโปร์

ภายใต้ภาพลักษณ์ “เมืองโลกาภิวัตน์” (global city state) ประเทศพัฒนาแล้ว (developed country) และ “สถานที่ชอปปิง” ของขาชอปจากเมืองไทย

สิงคโปร์ ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอีกภาพหนึ่งที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

สิงคโปร์มีประชากรทั้งหมดราว ๕.๕ ล้านคน ที่น่าสนใจคือมีแรงงานต่างชาติอยู่บนเกาะนี้ราว ๒ ล้านคน จำนวนมากเป็น “แรงงานไร้ทักษะ” (unskilled worker) ที่ทำงานหนักในภาคก่อสร้างและใช้แรงงานเข้มข้น ยังไม่นับแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอีกจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นคือ “แรงงานไทย” ที่มีหลักหมื่น และชีวิตของ “คนไทยไกลบ้าน”

กลุ่มนี้ไม่ค่อยเป็นที่รับรู้เท่าใดนักในประเทศบ้านเกิด




ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๓๙๕ มกราคม ๒๕๖๑ ข้างหลังผ้า คือฝีทอของหญิงปกาเกอะญอ บ้านกล้อทอ ตำบลแม่จัน ผู้นั่งยืดขาทอผ้าด้วยกี่เอวอยู่บนชานบ้านยกสูง รอบตัวคืออุปกรณ์งานทอ ใครอาจนิยมทอเสื้อ ย่าม ด้วยด้ายสารพัดสี แต่เธอพอใจทอเพียงผ้าผืนด้วยด้ายสีแดงริ้วขาว ด้วยเชื่อว่าผ้าผืนใช้ประโยชน์ได้สารพัดกว่า และมีมูลค่าสูงสุดยามมอบให้ผู้ใด เธอทอไม่เร็ว แต่ละผืนใช้เวลาหลายเดือน-ปี และไม่เน้นลวดลายปักอันหลากหลาย แต่มุ่งไปที่ลายโบราณ หรือกี่ยุคสมัยก็ยังคงความคลาสสิกอย่างลายน้ำไหล
Change from Under สำรวจนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของสามัญชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกจากเบื้องล่าง เรื่อง  ภัควดี จิตสกุลชัยเดช ภาพ : The Necessary Stage สิงคโปร์เป็นหนึ่งในชาติอาเซียนที่มีความเจริญก้าวหน้าหลายด้าน แต่ก็ขึ้นชื่อในด้านการปกครองแบบอำนาจนิยม รัฐบาลเข้ามาควบคุมชีวิตของพลเมืองและมีกฎข้อบังคับค่อนข้างเข้มงวด ถึงแม้มีการเลือกตั้ง แต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างถูกจำกัด  ในด้านวัฒนธรรมนั้น แม้รัฐบาลพยายามส่งเสริมให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมนานาชาติในภูมิภาคนี้ เช่น การมีโรงละครระดับมาตรฐานสากลและมีการแสดงโด่งดังระดับนานาชาติมาแสดงตลอดทั้งปี แต่ศิลปินและนักเขียนในสิงคโปร์กลับถูกคุกคามจากรัฐหรือต้องเซนเซอร์ตัวเอง นั่นไม่ได้หมายความว่าสิงคโปร์จะขาดไร้กลุ่มคนที่ยึดมั่นในหลักการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  ในด้านศิลปะ กลุ่มละครชาวสิงคโปร์ที่ใช้ชื่อว่า The Necessary Stage (TNS) ยืนหยัดทำละครสะท้อนสังคมอย่างตรงไปตรงมานานถึง ๓๐ ปี ผ่านช่วงเวลาที่รัฐบาลสิงคโปร์ไล่จับนักการละครมาสอบปากคำ (บางคนถูกคุมขังโดยไม่มีการขึ้นศาล) จนกระทั่งได้รับรางวัลระดับชาติและมีชื่อเสียงในระดับนานาประเทศ กระนั้นพวกเขาก็ไม่หยุดยั้งที่จะทำละครโดยไม่เอาใจรัฐ ละครกะเทาะเกล็ด กลุ่มละคร The Necessary Stage เป็นบริษัทละครไม่แสวงหากำไรที่มีการทำงานแบบการกุศล ก่อตั้งโดยบุคคลสำคัญสองคน คนหนึ่งคือ แอลวิน ตัน (Alvin Tan) นักอ่านตัวยงตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เขาอยากทำละคร แต่ตอนนั้นไม่มีภาควิชาการละคร  พอเรียนปี ๒ มีกิจกรรมแข่งขันละครเวที เขากับเพื่อน ๆ
แลไปรอบบ้าน  บันทึกมุมมองสั้นบ้าง (ยาวบ้าง) ของ สุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนสารคดีที่สนใจประเด็นประวัติศาสตร์ ปรากฎการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะการเมือง สิ่งแวดล้อม จนถึงเรื่องราวเล็กๆ ใกล้ตัว “ยอมรับปัญหา (แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร) ว่ายังมีอยู่และควบคุมยาก เนื่องจากมีแท็กซี่ในระบบกว่าแสนคัน
เรือใบเจ้าวายุ จากขอบฝั่งถึงขอบฟ้า วินาทีที่แล่นเรือออกจากฝั่ง เป็นวินาทีที่ยากต่อการอธิบาย นักแล่นใบจะรู้สึกเหมือนตัวเองคือผู้ควบคุมสายน้ำ ดินฟ้า อากาศ กระทั่งสายลมที่ยากต่อการหยั่งถึง เรียนรู้ว่าหากสักวันหนึ่ง โลกไม่มีแม้เครื่องยนต์หรือไม้พาย เพียงมือเปล่าก็สามารถบังคับเรือให้ออกเดินทางไปไหนต่อไหน ตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรง มีเรือใบ มีสายลม พลังเคลื่อนโลกอันไม่รู้จักหมดสิ้น ได้ผูกมิตรกับสรรพสิ่ง ยอมรับความเป็นไปของธรรมชาติ นักแล่นใบคงไม่หยุดแค่เส้นขอบฟ้า เมื่อสิงคโปร์จะเป็น “เมืองจักรยาน” วันนี้ถ้ามีคนบอกว่าสิงคโปร์เคยมีระบบขนส่งย่ำแย่เหมือนกรุงเทพมหานครหลายคนอาจไม่เชื่อ แต่นั่นคือความจริง ก่อนตั้งเป้าเป็นเมืองจักรยาน สิงคโปร์ปฏิวัติระบบขนส่งมาตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๕ พื้นฐานที่ทำให้เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้เดินหน้าเรื่องจักรยานได้ค่อนข้างดีคือการลงทุนกับ “ระบบขนส่งขนาดใหญ่” และทำ “เมืองสีเขียว” บทเรียนจากสิงคโปร์บอกเราว่าการผลักดัน “เมืองจักรยาน” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากพื้นฐานเหล่านี้ สารบัญ
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๒ ฉบับที่ ๓๘๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ กำเนิดกีฬาเรือใบ จาก “ไคมีรา” สู่ “หมูหัวใจคน” Health :