เรื่องและภาพ สุรศักดิ์ เทศขจร

afterdeath01 1

“อัสสลามุอะลัยกุม อัสสลามุอะลัยกุม อัสสลามุอะลัยกุม”

เสียงพูดของลูกดังเข้าหูแม่ แต่แม่ของเธอได้แต่นอนหลับตาอย่างสงบ

“มะหลับให้สบายนะมะ” ลูกพูดข้างหู มะหรือแม่

ความตายอยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลย  หลังสิ้นใจ มุสลิมต้องจัดพิธีฝังศพภายใน ๒๔ ชั่วโมง (อาจมีข้อยกเว้นบางกรณี) นำ “มัยยิต” (mayyit คำที่มุสลิมใช้เรียกผู้เสียชีวิต) ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่มัสยิดและฝังที่ “กุโบร์”  สิ่งที่ญาติต้องเตรียมการคือขุดหลุมฝังลึกประมาณ ๒ เมตร เพื่อไม่ให้สัตว์น้อยใหญ่มาขุดคุ้ยได้ โดยมีทีมอาสาขุดประจำอยู่ที่มัสยิด

afterdeath02 1

afterdeath03 1

afterdeath04 1

[ ๑๓.๐๐ น. ]
ญาติพี่น้องเริ่มทยอยมาเมื่อรู้ว่าจะอาบน้ำมัยยิตเมื่อไร ส่วนใหญ่ครอบครัวจะทำกันเอง หรืออาจมีผู้รู้มาช่วยเตรียมให้บ้าง  การอาบน้ำศพเพื่อทำความสะอาดร่างกายตั้งแต่หัวจดปลายเท้าเหมือนเราอาบน้ำ ถ้ามัยยิตเป็นผู้ชายต้องให้ผู้ชายอาบ ถ้ามัยยิตเป็นผู้หญิงต้องให้ผู้หญิงอาบ โดยมีผ้าปิดร่างกายด้านหน้า  อาบน้ำเสร็จแล้วต้องอาบน้ำละหมาดด้วยน้ำสะอาดและน้ำใบพุทรา หรือน้ำผสมการบูร ถ้าเล็บยาวก็ตัดให้สั้น แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวซับให้แห้ง

afterdeath05 1

afterdeath06 1

[ ๑๓.๔๕ น. ]
เสียงผู้หญิงตะโกนจากหลังม่านที่อาบน้ำศพว่า “ญาติหนุ่ม ๆ ที่แข็งแรงมาช่วยยกมัยยิตหน่อย”  ผ้าขาวสามชั้นปูรอไว้ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ เตรียมการ “กะฝั่น” หรือห่อหุ้ม โดยจัดมัยยิตให้นอนวางมือสองข้างไว้ระดับอก มือขวาทับมือซ้าย โรยด้วยกำยานหรือเครื่องหอม ร่างที่ถูกห่อคลุมเปิดไว้เพียงใบหน้า เพื่อให้ญาติพี่น้องมาอำลาด้วยการหอมที่แก้มมัยยิต แสดงความรักต่อกันโดยห้ามน้ำตาร่วงถูกมัยยิตเด็ดขาด ก่อนจะปิดหน้านำลงโลงศพไม้ขนาดพอดีตัว

afterdeath07 1

[ ๑๔.๐๐ น. ]
ญาติพี่น้องช่วยกันแบกโลงศพที่คลุมผ้าสีดำทอลายอักษรจากคัมภีร์อัลกุรอานไปที่มัสยิดเพื่อทำละหมาดขอพรจากอัลลอฮ์
เป็นครั้งสุดท้ายก่อนนำไปฝัง  เสียงตามสายประกาศว่าวันนี้มีผู้เสียชีวิตชื่อ… นามสกุล… เชิญมาละหมาดร่วมกัน ผู้คนที่ได้ยินก็มาร่วมพิธีละหมาดได้โดยไม่ต้องรู้จักกับผู้ตาย ถือเป็นการส่งบุญถึงผู้ล่วงลับ  หลังการละหมาดก็ช่วยกันแบกโลงศพไปที่กุโบร์เพื่อฝัง

afterdeath08 1

afterdeath09 1

[ ๑๕.๐๐ น. ]
ญาติพี่น้องช่วยกันยกกี่คนก็ได้ไม่กำหนด ด้วยมัยยิตมักจะมีน้ำหนักมากกว่าตอนที่ยังมีชีวิต  พอถึงหลุมที่เตรียมไว้ก็วางโลงไว้ด้านข้าง บังที่ขุดหลุมจะกล่าวว่า “ผมจะเปิดหน้ามัยยิตเพื่อให้ญาติพี่น้องเห็นอีกครั้งนะครับ” ก่อนนำมัยยิตลงสู่ที่นอนดินนุ่ม ๆ อันแสนสงบชั่วนิรันดร์กาล โดยจัดให้นอนตะแคงขวาหันไปทางทิศกิบลัตหรือทิศของนครเมกกะอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม จากนั้นบังก็บอก “เอ้าพวกเรายก” โลงศพที่มีเชือกคล้องค่อย ๆ หย่อนลงหลุม  “ปิดฝาโลงด้วย เชิญครับ โยนดินลงมาได้เลย ช่วยกันฝัง” ญาติพี่น้องจึงช่วยกันโยนดินลงไปเพื่อฝัง “มัยยิต” บังและคนที่ขุดหลุมช่วยกันกลบดินฝัง โต๊ะอิหม่ามเริ่มอ่านดุอาอ์หรือขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าให้แก่ผู้ตาย

ศาสนาอิสลามสอนให้รู้จักความตายว่าไม่ไกล ใกล้ตัวจนสัมผัสได้ถึงเนื้อถึงตัว เพราะญาติพี่น้องมาช่วยกันทำพิธีแต่ละขั้นตอนเองอย่างสงบและเรียบง่าย ไปจนถึงการฝังซึ่งอัลลอฮ์มีคำสั่งว่า ห้ามสร้างหรือจับจองสถานที่แสดงความเป็นเจ้าของ ให้ย่อยสลายไปกับธรรมชาติอย่างสงบและเรียบง่าย

อัสสลามุอะลัยกุม แปลว่า สันติสุข