





























“ไหนน้องๆ ลองให้คะแนนตัวเองหน่อย จาก 1 ถึง 3 เราพร้อมทำงานชิ้นต่อไปมากแค่ไหน ก้าวเท้าเดินออกมาเท่ากับคะแนนที่เราให้ตัวเอง” กระบวนกรประจำค่ายเอ่ยถามในช่วงท้ายของกิจกรรม
น้องๆ บางคนก้าวออกมาสามก้าวด้วยความมั่นใจ บางคนสองก้าว บางคนก้าวเดียว มีแม้กระทั่งคนที่ไม่ขยับจากจุดเริ่มต้น และคนที่อยากจะก้าวถอยหลังด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป
3 สิงหาคม น้องๆ ค่ายสารคดีครั้งที่ 20 มาพร้อมหน้ากันที่ห้องเรียนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะต้องแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองในโจทย์ “The Other เสียงของความหลากหลาย” ตลอดเวลาเดือนกว่าๆ นี้
กิจกรรมครึ่งวันเช้า ครูค่ายพาน้องๆ มานั่งเรียนรู้ร่วมกันทั้ง 30 คนแบบข้ามศาสตร์ ไม่จำกัดว่าใครเป็นคนเขียน ใครเป็นช่างภาพ ใครเป็นวิดีโอครีเอเตอร์ ฉายภาพยนตร์สารคดีและแลกเปลี่ยนถอดบทเรียนกัน เส้นเรื่องที่ผู้กำกับเลือกใช้เป็นอย่างไร มุมมองของตัวละครแต่ละตัวเป็นแบบไหน การเลือกใช้ภาพเพื่อสื่อความหมายในซีนต่างๆ ไปจนถึงการพยายามขุดคุ้ยวิธีการมองโลกของผู้ผลิตสารคดีชิ้นนี้ เพราะวิธีที่เรามองโลก มองปัญหาในสังคม มองชีวิตที่ต่างไปจากเรา สิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกส่วนสำคัญที่หล่อหลอมออกมาเป็นชิ้นงาน
กิจกรรมในช่วงบ่ายค่ายสารคดีได้รับเกียรติจากวิทยากรบันดาลใจ สายัณห์ ชื่นอุดมสวัสดิ์ ช่างภาพสารคดีผู้บันทึกการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับทั้งสื่อในประเทศไทยและสื่อต่างประเทศกว่า 20 ปี มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานจริงให้น้องๆ ฟัง ผ่านการเปิดตัวอย่างผลงานจริงที่ได้เผยแพร่ แล้วเล่าย้อนไปถึงเบื้องหลังวิธีคิดการทำงานแต่ละชิ้น
“เราเป็นช่างภาพแนวสารคดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเนื้อหา คือองค์ความรู้ของเรื่องที่น้องๆ ต้องการไปทำ พี่ถ่ายภาพเรื่องการเปลี่ยนแปลงของผู้คนริมแม่น้ำโขง พี่ก็ต้องไปค้นคว้าก่อนว่าเรื่องราวของเขามันเป็นยังไง ความรู้ความเข้าใจต่อเรื่องราวมาก่อนเสมอ เทคนิคการถ่ายภาพมันเป็นเรื่องรองลงมา” สายัณห์เล่าหลักการการทำงานของตนเอง
กิจกรรมหลักของวันนี้คือการนำเสนอโครงงาน ว่าน้องๆ ตีความ “The Other เสียงของความหลากหลาย” ออกมาแบบไหน อยากไปเก็บรวบรวมเสียงของใครมาตีแผ่ออกสู่สังคม นำเสนอกับครูค่ายผู้รับบทเป็นทั้งบรรณาธิการและผู้อนุมัติทุนการผลิต บางชิ้นยังต้องกลับไปทำการบ้านเพิ่ม หรือยังต้องรอการยินยอมจากตัวแหล่งข้อมูลเอง บางหัวข้อที่นำเสนอมาอาจจะดูท้าทายสำหรับนักสารคดีมือใหม่ แต่เชื่อว่าน้องๆ จะหาทางทำงานออกมาได้ในที่สุด
“น้องๆ ผ่านงานค่ายชิ้นแรกที่สังขละบุรีมาแล้ว ทุกคนพัฒนาขึ้นกว่าวันที่ยื่นใบสมัครเข้ามาแน่นอน งานจริงๆ เริ่มจากนี้แหละ ขอให้ทำให้เต็มที่ แม้ครูจะไม่ได้ไปลงพื้นที่ด้วยเหมือนตอนอยู่สังขละบุรีแต่ก็ส่งข้อความมาถามครูๆ ทีมงานได้เสมอ ทุกคนยินดีให้คำปรึกษา หนึ่งเดือนหลังจากนี้ขอให้ทุกคนไปมีประสบการณ์ที่ดีและน่าจำจด” ครูค่ายพูดทิ้งท้าย
ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน
สนับสนุนโดย
- วิริยะประกันภัย
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- มูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์
- กลุ่มธุรกิจ TCP
- Nikon
- TheDigital STM
- Hollyland Thailand
- MilibooThailand
- Nanlite Thailand
- Sigma Thailand
- Srishti Digilife Thailand
กิจกรรมโดย : SarakadeeMagazine
