จิตรกรรมโกศล #42 - พระบาทห้ารอย

ในพระนิพนธ์ “อธิบายเรื่องพระบาท” ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์เป็นคำนำของหนังสือ “บุณโณวาทคำฉันท์” (พิมพ์ครั้งแรกปี 2466) ตอนหนึ่งทรงอธิบายไว้ว่า

“ส่วนคติที่ถือกันในลังกาทวีปนั้น เปนการเกิดขึ้นชั้นหลัง อ้างว่าพระพุทธองค์ได้ทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทไว้ให้เปนที่สาธุชนสักการบูชา 5 แห่ง คือที่เขาสุวรรณมาลิกแห่ง 1 ที่เขาสุวรรณบรรพตแห่ง 1 ที่เขาสุมนะกูฏแห่ง 1 ที่เมืองโยนกบุรีแห่ง 1 ที่หาดในลำน้ำนัมทานทีแห่ง 1 มีคาถาคำนมัสการแต่งไว้สำหรับสวดท้ายสวดมนต์อย่างเก่าดังนี้

สุวณฺณมาลิเก สุวณฺณปพฺพเต สุมนกูเฏ โยนกปูเร
นมฺมทาย นทิยา ปญฺจปาทวรํ อหํ วนฺทามิ ทูรโตฺ”

คตินี้คงเป็นที่นับถือกันในสยามตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นอย่างช้า ดังปรากฏใน “คำให้การชาวกรุงเก่า” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบันทึกของเชลยศึกชาวอยุธยาหลังสงครามเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 กล่าวอ้าง “พระบาฬี” ว่าพระพุทธองค์ได้เคยประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาแก่โลก รวมห้าแห่ง ดังนี้

“สุวัณณมาลิเก คือรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ที่ยอดเขาในลังกาทวีปแห่ง 1
สุวัณณปัพพเต รอยพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ที่ยอดเขาสุวรรณบรรพต (ในสยามประเทศนี้) แห่ง 1
สุมนกูเฏ รอยพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ที่ยอดเขาสุมนกูฏแห่ง 1
โยนกปุเร รอยพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ในโยนกประเทศแห่ง 1
นัมมทาย นทิยา รอยพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ในแม่น้ำนัมมทานทีแห่ง 1 รวมเป็น 5 แห่ง”

จากหลักฐานเท่าที่เคยพบ ภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปรอยพระพุทธบาทเริ่มปรากฏมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น คือภาพเขียนบนผนังอุโมงค์มณฑปพระอัจนะ วัดศรีชุม เมืองสุโขทัยเก่า กับในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ กลางเกาะเมืองอยุธยา เป็นภาพที่มุ่งเน้นตัวรอยพระพุทธบาท อันเป็นสิ่งสักการะ แต่ดังได้เคยกล่าวมาแล้วว่า ภาพเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในที่ลี้ลับ ห่างจากสายตาคน จึงย่อมสร้างขึ้นเพื่อมุ่งหมายประโยชน์สุขในทางกุศล หรือถวายเป็นพุทธบูชา ยิ่งกว่าจะยังให้ผู้พบเห็นได้บังเกิดศรัทธาปสาทะ

ล่วงมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย คตินิยมความนับถือรอยพระพุทธบาทห้าแห่งที่เชื่อว่าพระพุทธองค์ได้ประทานไว้แต่ครั้งพุทธกาล ทำให้มีการเขียนภาพจิตรกรรมสักการสถานทั้งห้า ซึ่งยังหลงเหลือให้เห็นอยู่หลายที่ เช่นที่ผนังชั้นบนของตึกหลังหนึ่งในวัดพุทไธศวรรย์ นอกเกาะเมืองอยุธยาทางทิศเหนือ เรียกกันว่า “ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์” และบนผนังอุโบสถ วัดเกาะแก้ว เมืองเพชรบุรี อันมีจารึกไว้ว่าเขียนขึ้นเมื่อปี 2277 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

สืบเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงเทพฯ ที่มุขหลังพระวิหารทิศตะวันตก วัดพระเชตุพนฯ ก็เคยเขียนภาพพระบาทห้ารอย ดังที่ “โคลงบอกด้านการปฏิสังขรณ์” บรรยายว่า

“งานรบายฝ่ายมุขหลัง      แลเลอศ แล้วพ่อ
พุทธบทปรากฏิถ้วน แห่งห้าถิ่นเสถียร ฯ

ไกลออกไปกระทั่งวัดหน้าพระธาตุ หรือวัดตะคุ อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา ก็มีภาพเขียนพระบาทห้ารอยนี้เช่นกัน