ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยังมีจิตรกรรมฝาผนังในพระอารามหลวงอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งยิ่งมีเนื้อหาแปลกแตกต่างไปจากที่อื่นๆ คือพระวิหาร วัดโสมนัสวิหาร ริมคลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดโสมนัสวิหารขึ้น เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี (2377-2395) พระอัครมเหสีพระองค์แรก ซึ่งเสด็จสวรรคตขณะมีพระชนมายุเพียง 18 พรรษา

ภาพจิตรกรรมในพระวิหาร ผนังด้านหลังพระประธานเขียนเป็นเรื่องพุทธประวัติตามประเพณี แต่ที่เหลืออีกสามด้านกลับเขียนเป็นเรื่องอิเหนา วรรณคดีชวาที่สยามรับเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ด้วยเหตุที่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีทรงเอาพระทัยใส่ในการละครเป็นพิเศษ ถึงแก่ทรงฝึกหัดคณะละครข้าหลวงด้วยพระองค์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอิเหนานี้เป็นที่โปรดปรานเป็นพิเศษ

ในประวัติคุณท้าววรจันทร หรือเจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4 (2384-2482) “คุณย่า” ของกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (2428-2517) เสด็จในกรมทรงเขียนเล่าเรื่องพระราชนิยมละครอิเหนาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่า

“คุณย่าอายุได้ 10 ก็สิ้นรัชกาลที่สาม ลุถึงรัชกาลที่ 4 คุณนาค ป้าของท่านซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูท่านตั้งแต่เล็กมานั้น ได้นำท่านไปถวายตัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ตรัสกับสมเด็จพระนางโสมนัสว่า ‘แม่หนู ฉันจะเล่นละครก็ได้แล้ว วันนี้เขาเอาตัวอิเหนามาให้แต่ฉันไม่เล่น’ ต่อมาไม่ช้าคุณนาคขัดใจด้วยเรื่องอื่นเลยขอพระราชทานกราบถวายบังคมลาท่านออกเสียจากราชการ ครั้นสมเด็จพระนางโสมนัสทรงฝึกหัดข้าหลวงรำละครสำหรับเวลาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เสด็จเสวยที่ตำหนัก ก็ตรัสขอตัวคุณย่าอีก คุณนาคกราบทูลว่าต้องขอประทานให้หลานเป็นตัวนายโรงจึงจะถวาย สมเด็จพระนางโสมนัสทรงรับและโปรดให้เป็นพระเอกในระบำ กับเป็นตัวอิเหนาด้วย เวลาเสด็จลงเสวยก็มีละครข้าหลวงถวายทอดพระเนตร มักเล่นตอนอิเหนาสั่งถ้ำ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงจำท่านได้ ตรัสว่า ‘นางคนนี้ยายนาคเคยเอามาให้ฉันทีหนึ่งแล้ว แต่แกโกรธเลยเอาออกไปเสีย’…

“คุณย่าเป็นศิษย์ของเจ้าจอมมารดาแย้มรัชกาลที่สอง บุตรีพระยาไกรเพ็ชรรัตนสงคราม ซึ่งเป็นตัวอิเหนาในรัชกาลนั้น เป็นศิษย์ที่รักด้วย มีเรื่องเล่าต่างๆ เช่นเมื่อท่านยังเล็กเป็นละครใหม่ๆ ละครข้างในเล่นเรื่องอิเหนาตอนใช้บน ถึงบทอิเหนาชมโฉมบุษบา ซึ่งกำลังเล่นธารอยู่ว่า ‘พักตร์น้องละอองนวลปลั่งเปล่ง ดังดวงจันทร์วันเพ็งประไพศรี’ สมเด็จพระนางโสมนัสไม่พอพระทัยผู้ที่เป็นอิเหนาอยู่ในขณะนั้น รับสั่งให้ตามตัวคุณย่าออกมารำ แต่ขัดข้องเพราะท่านยังไม่เคยหัดบทนี้ สมเด็จทรงสั่งให้หัดออกมาให้ได้ในเดี๋ยวนั้น ขณะนั้นท่านเป็นตัวสังคามารตา คุณครูจึงบอกท่าให้ในทันที แล้วให้รีบออกไปรำถวาย ที่จริงบทชมโฉมนี้มิใช่บทสั้น แต่ออกไปรำได้สำเร็จเป็นที่ยินดียิ่งนักของคุณครู”

เมื่อวัดนี้สร้างขึ้นในพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระวิหาร เป็นเรื่องอิเหนา เพื่อแสดงให้ปรากฏว่าละครเรื่องนี้ คือสิ่งที่พระนางเจ้าทรงพอพระราชหฤทัย โดยแทบทั้งหมดมิได้มีนัยทางศาสนาแต่อย่างใด ทว่าเขียนขึ้นด้วยความมุ่งหวังให้เป็นอนุสาวรีย์ คือเครื่องแสดงความอาลัยแก่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย