ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง
จิตติวัส พรประเสริฐ : ภาพ
ศศิน เฉลิมลาภ : เอื้อเฟื้อภาพพื้นที่ก่อสร้างริมคลองบางพระครู ปี 2569

“ระบบนิเวศ สังคมพืชริมน้ำคลองพระครูที่บรรลัยไปต่อหน้าต่อตา….”

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ และอดีตประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความประกอบภาพถ่ายคลองบางพระครูบริเวณโค้งน้ำ ไม่ไกลจากวัดตาลเอน ตำบลตาลเอน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพื้นที่ตลิ่งริมน้ำถูกปรับสภาพจนราบเรียบ ผืนป่าริมน้ำ (riverine forest) ถูกไถกวาด และมีเสาเข็มนับร้อยต้นถูกปักเรียงรายตลอดแนวลำน้ำ

เมื่อเดือนตุลาคม 2568 นิตยสารสารคดีฉบับ 487 หน้าปก “HIDDEN PARADISE ก่อนธรรมชาติจะสูญหาย” เคยนำเสนอเรื่องราวของลำน้ำสายนี้ ในชื่อสกู๊ป “คลองบางพระครู คลองในตำนาน สายน้ำในนิทาน” โดยเกริ่นว่า “นี่คือเรื่องราวของลำน้ำและป่าที่ราบน้ำท่วมถึง (riparian-floodplain forest) ที่น่าจะสมบูรณ์ที่สุด—คงอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐนักพฤกษศาสตร์ด้านอนุกรมวิธานและสังคมพืช เคยให้สัมภาษณ์ว่า ระบบนิเวศริมคลองบางพระครูซึ่งไหลเชื่อมแม่น้ำลพบุรีกับแม่น้ำป่าสักเปรียบเสมือน “เพชรยอดมงกุฎ” ที่ยังไม่ถูกโครงการต่าง ๆ ของทางการแคะออกไปจากมงกุฎอารยธรรมอันล้ำค่า

“นี่คือ mother nature แม่ที่ให้กำเนิดวัฒนธรรมของเมืองในลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก-ลพบุรี ที่กำลังถูกทำลายสิ้นด้วยการพัฒนา”

ราวหนึ่งปีต่อมา การถางทำลายพื้นที่ริมคลองกำลังเกิดขึ้นกับคลองบางพระครู โดยโครงการก่อสร้างลักษณะเดียวกันก็กำลังเกิดขึ้นตามลำน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย มีการก่อโครงสร้างแข็งในรูปกำแพงปูน พนังหิน ตลิ่งคอนกรีต แนวถนนเลียบน้ำ หรือแม้แต่ทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว

ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการที่กระทรวงมหาดไทยตั้งงบประมาณไว้สูงสุด คือ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำ ซึ่งกระจายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 69,470,707,267 บาท (ราว 7 หมื่นล้านบาท)

ปัจจุบันทั้งสองฝั่งคลองบางพระครูยังมีความหลากหลายของไม้ยืนต้นแบบป่าที่ราบน้ำท่วมถึง อันเป็นแหล่งพันธุกรรมพืชชั้นเลิศตามธรรมชาติ

แต่เมื่อโครงการพัฒนารุกเข้ามา คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงคลองบางพระครูจะถูกเปลี่ยนโฉมอย่างไร หากคือเราจะเหลือพื้นที่ธรรมชาติให้สายน้ำได้เป็นสายน้ำอีกมากเพียงใดกัน

คลองบางพระครูและผืนป่าที่ราบน้ำท่วมถึง (riparian-floodplain forest) หรือผืนป่าริมน้ำ (riverine forest)สภาพดั้งเดิมแต่โบราณกาลที่เหลืออยู่ไม่มากแล้วในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ กล่าวว่า “ป่าน้ำท่วมที่น่าจะสมบูรณ์ที่สุดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถ้าอยากรู้ว่าในหรือรอบ ๆ กรุงเทพฯ สมัยโบราณมีสังคมพืชแบบไหน ก็น่าจะไม่ต่างจากสังคมพืชตามรายคลองบางพระครูแห่งนี้”

ผืนป่าริมน้ำเป็นพื้นที่รักษาพันธุกรรมของพืชพรรณท้องถิ่นนานาชนิด และเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของนกและปลาน้ำจืดหลากหลาย

ระบบนิเวศแบบ riparian-floodplain ที่หลงเหลือยู่ของลุ่มเจ้าพระยาแห่งนี้ยังไม่ถูกโครงการต่าง ๆ ของรัฐทำลายไปดังที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

สีเสียดน้ำ (Mallotus plicatus) ยืนต้นเด่นริมตลิ่งคลองบางพระครู เติบโตสมบูรณ์แม้ในสภาพน้ำท่วมขังเป็นประจำช่วงน้ำหลาก

พรรณไม้ชายน้ำ (riparian) ที่พบมากริมคลองบางพระครูช่วงที่ไหลผ่านตำบลตาลเอน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น สีเสียดน้ำหรือแพงพวยบก (Mallotus plicatus (Müll.Arg.) Airy Shaw), ก้านเหลืองหรือกระทุ่ม (Anthocephalus chinensis), กระทุ่มน้ำ (Mitragyna diversifolia) มะกอกน้ำ (Elaeocarpus hygrophilus Kurz) กุ่มน้ำ (Crateva magna) กางหรือคาง (Albizia lebbekoides) จิกนา [Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.ula] ฯลฯ

ผืนป่ารกชัฏริมลำน้ำที่คนทั่วไปมองเห็นเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เป็นที่ถิ่นอาศัยของค้างคาวแม่ไก่ สัตว์ป่าคุ้มครองที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มีบทบาทช่วยผสมเกสรและกระจายเมล็ดพันธุ์พืชในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ศศิน เฉลิมลาภ ที่มีบ้านเกิดอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวถึงพฤติกรรมของค้างคาวแม่ไก่ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ช่วยถ่ายเรณูและกระจายเมล็ดพันธุ์พืชว่า “แมลงไม่กินเลยนะ มันกินแต่ผลไม้ แต่ละคืนบินไปกลับร่วมร้อยกิโลเมตร เอาเมล็ดพันธุ์ไปกระจายตามที่ต่าง ๆ ทั้งระบบนิเวศ ไปไกลถึงโคราช ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาประชากรพืช”