browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ค่ายนักเขียนสารคดีครั้งที่ ๖ ติวเข้มโค้งสุดท้าย นักเขียน-ช่างภาพ

Posted by on สิงหาคม 3, 2010

 

กลุ่มนักเขียน

วิทยากรสอนเขียนจากซ้าย ครูอรสม, ครูวีและครูแดง

๒๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ค่ายนักเขียนสารคดีครั้งที่ ๖ ที่เปิดอบรมทั้งช่างภาพและนักเขียน ได้เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย คือการส่งงานสารคดีชิ้นสุดท้าย ให้วิทยากรประจำกลุ่มได้อ่าน วิจารณ์ แนะนำ เพื่อปรับปรุงผลงานมาส่งอีกครั้ง ที่ห้องประชุม SCG

ในช่วงเช้าได้วิจารณ์งานภาพรวมด้วยการแบ่งเป็น ๒ กลุ่มหลัก คือ ช่างภาพ และนักเขียน ซึ่งผลงานของน้องๆหลายชิ้นมีความแตกต่างกันออกไปหลายแนว เช่น เรื่องม้าแข่ง, cosplay, โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก, ชาวไทยใหญ่ และคนลิขิตดวง เป็นต้น

กลุ่มของนักเขียนมีวิทยากร ๓ ท่าน คือ ครูอรสม ครูแดง-วิวัฒน์ และครูวี–วีระศักดิ์ ข้อบกพร่องของงานเขียนในครั้งนี้ทีน้องๆส่วนใหญ่มีเหมือนกัน คือ ขาดการสืบค้นข้อมูลย้อนหลัง ไม่มีการบรรยายสภาพของสถานที่ และแหล่งข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมาจากการที่ต้องเป็นคนช่างสังเกต

ครูวี ได้เสริมถึง หัวใจของการเขียนสารคดีว่า มี ๓ ขั้นตอน คือ ๑.การเลือกหัวเรื่องหรือประเด็น ๒.การออกแบบสร้างสรรค์การเก็บข้อมูล ๓.การเขียนและเรียบเรียงออกมาซึ่งก็คือการนำเสนอข้อมูลนั่นเอง แต่สำหรับนักเขียนบางคนที่มีต้องการสร้างสรรค์งานที่มีลักษณะเฉพาะตัวโดยไม่ยึดตามแบบแผนที่ว่ามาก็สามารถทำได้ ถ้าทำออกมาแล้วคนอ่านทึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรงานสารคดีก็ต้องมีข้อมูลถ้าไม่มีข้อมูลต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเป็นสารคดีที่ดีได้

 

ทีมวิทยากรสอนถ่ายภาพจากซ้าย ครูปัง, ครูเวชและครูรอด

ปัญหาแรกของกลุ่มของช่างภาพ ซึ่งวิทยากร คือ ครูรอด-บุญกิจ ครูเวช-ประเวช ครูปัง-วิจิตร คือ การเลือกภาพมาส่ง ส่วนใหญ่จะเลือกใน ช็อต ที่ซ้ำๆกันหรือคล้ายๆกัน ซึ่งควรจะเลือกเอารูปใดรูปหนึ่งไปเลย และภาพถ่ายของบางคนยังไม่สามารถนำเสนอได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ที่สำคัญภาพถ่ายของงานบางชิ้นยังไม่ครอบคลุมในทุกด้าน แต่ก็ยังมีภาพดี ๆให้วิทยากรได้ชื่นใจหลายภาพ เช่น ภาพของคนที่กอดกันในสถานบำบัดผู้ป่วยโรคจิต ที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดี และภาพสนามม้าแข่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของคนดู ซึ่งเป็นไอเดียที่ดี

จากนั้นจึงแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น ๓ กลุ่ม จับคู่ช่างภาพและนักเขียน ร่วมปรึกษาปัญหาในชิ้นงานกับวิทยากรประจำกลุ่ม จากนั้นในช่วงบ่ายแก่ๆ จึงแยกย้ายกันไปเรียนเรื่องการเขียนและการถ่ายภาพอีกครั้ง แต่ในด้านการถ่ายภาพนั้นมีน้องๆบางคนที่มีพื้นฐานการถ่ายภาพที่ดี จึงแยกกลุ่มไปเรียนกับครูเวช ส่วนที่เหลือจึงเรียนเรื่องพื้นฐานการถ่ายภาพกับครูรอด และครูปัง

ส่วนเรื่องการเขียน ครูวีก็ได้เน้นเรื่องการเขียนงานสารคดีว่าการเล่าเรื่องจริงก็ต้องทำให้สมจริงคนจึงจะเชื่อ และสอนเรื่องการแบ่งประเด็นและการย่อและขยายเรื่อง โดยต้องรู้จักขยายตัวละคร เช่น การเล่าย้อนถึงภูมิหลัง โดยยกตัวอย่างจากงานสารคดี คนเป่าแก้ว

แม้การอบรมในวันนี้ ทีมงานจะวางแผนการเรียนการสอนมาอย่างดีเพื่อให้กระชับกับเวลา แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผู้เข้าอบรมที่ซักถามวิทยากรอย่างกระตือรือร้น การอบรมรมในวันนี้จึงกินเวลาถึง ๕ โมงเย็น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปแก้ไขผลงานและส่งให้วิทยากรดูเพื่อรับคำติชมอีกครั้ง ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของค่ายนักเขียนครั้งที่ ๖


ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *