browser icon
You are using an insecure version of your web browser. Please update your browser!
Using an outdated browser makes your computer unsafe. For a safer, faster, more enjoyable user experience, please update your browser today or try a newer browser.

ปิดค่ายนักเขียนสารคดี ครั้งที่ ๖ ทบทวนความรู้ ก่อนเข้าสู่สนามจริง

Posted by on สิงหาคม 25, 2010

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นวันเปิดค่าย นักเขียนสารคดี ครั้งที่ ๖ ครั้งแรก โดยในครั้งนั้นมีผู้เข้าอบรม ๔๔ คน

หลังจากวันนั้น ผู้เข้าอบรมทั้ง ๔๔ คน ก็ได้ผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน เคี่ยวกรำ เป็นระยะระยะเวลา ๓ เดือน จากวิทยากรประจำค่ายทั้ง ๖ ท่าน คือ อรสม สุทธิสาคร, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง และวิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์ ซึ่งดูแลน้องๆทางด้านการเขียน โดยมี บุญกิจ สุทธิญาณานนท์, ประเวช ตันตราภิรมย์ และวิจิตต์ แซ่เฮ้ง สอนเรื่องการถ่ายภาพ รวมถึงวิทยากรขาจรที่มาสร้างแรงบันดาลใจ เช่น ธีรภาพ โลหิตกุล, ศุ บุญเลี้ยง และ นัท สุมนเตมีย์

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ จึงเป็นการพบกันรอบสุดท้ายของของผู้เข้าอบรมในค่าย ซึ่งมีผู้ฝ่าฟันเข้ามาถึงรอบนี้ได้เพียง ๒๓ คน แบ่งเป็นช่างภาพ ๑๑ คน และนักเขียน ๑๒ คน

ในช่วงเช้าของวันนี้ เป็นการตรวจงานสารคดีอีกครั้งหลักจากวิทยากรได้คอมเม้นงานให้กลับไปแก้ไขครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา น้องๆหลายคนได้พูดถึงความรู้สึกในการเข้าค่ายครั้งนี้ด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง

นภัสและธนาคาร

น.ส.นภัส เพชรรัตน์ ผู้เข้าอบรมตำแหน่งช่างภาพ ได้เล่าถึงความรู้สึกที่มีโอกาสได้จับกล้องเก่าของพ่อมาลองถ่ายว่า “ตอนนั้นลองถ่ายรูปดูเล่นๆรู้สึกสนุกดี แต่ถ่ายสักพักก็เริ่มคิดว่าเราต้องการอะไรกันแน่ ต้องการแค่ภาพสวยหรือเปล่า มีอะไรที่ทำให้ภาพเป็นภาพที่มีคุณค่ากว่านี้หรือไม่ เมื่อได้เรียนเรื่องถ่ายภาพก็พบว่าจริงๆแล้วภาพที่มีคุณค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่สวย หรือเทคนิคที่ดีในการถ่ายรูปแค่นั้น แต่มันอยู่ที่เราใส่ใจในรายละเอียดหรือต้องการบอกอะไรด้วย ก็เริ่มรู้สึกว่าต่อจากนี้อยากจะถ่ายรูปให้มันมีเรื่องราวอยู่ในนั้น อยากให้ทุกภาพที่ถ่ายไปมีคุณค่า และได้เปิดมุมมองการถ่ายภาพใหม่ๆของตัวเองต่อไป”

นายธนาคาร จันทิมา ผู้เข้าอบรมตำแหน่งนักเขียน ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า “ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่เราสนใจงานสารคดีแล้วมีมืออาชีพมาแบ่งปันประสบการณ์และติชม ผลงงานของเรา ค่ายนี้เป็นเหมือนแบบฝึกหัดที่เราต้องไปลองทำ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานร่วมกับช่างภาพทำให้รู้วิธีการเล่าเรื่องที่ถึงแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ถ่ายทอดกันออกมาคนละภาษา และยังเปิดโอกาสให้เรามีชิ้นงานเป็นของตัวเองอีกด้วย อยากให้เพื่อนทุกคนที่มีความฝันจะเป็นนักเขียนจง สู้ๆต่อไปครับ”

ครูภาพ

ช่วงบ่ายเป็นการสอนเพิ่มเติมเรื่อง จรรยาบรรณในการถ่ายและการคัดเลือกภาพเพื่อตีพิมพ์ โดยวิทยากรประจำด้านการถ่ายภาพ ทั้ง ๓ ท่าน ได้แนะนำน้องๆว่าการจะเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ต่างควรศึกษาวัฒนธรรม และมารยาท ของท้องถิ่นนั้นๆ ไปก่อน เพื่อการปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง และแต่งกายด้วยความเคารพสถานที่ รวมถึงไม่ควรล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย อับอาย

เรื่องที่สำคัญที่สุดของภาพถ่ายสารคดี คือห้ามใช้เครื่องมือตกแต่งภาพเพื่อบิดเบือนเนื้อเรื่องและสาระสำคัญของเนื้อหา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณอย่างมาก

ครูเขียน

ต่อมาวิทยากรด้านการเขียนได้พูดทบทวนความรู้และข้อควรระวังของงานเขียนสารคดี โดย พี่อรสมได้ย้ำถึงการเขียนงานชิ้นแรกๆว่าควรเลือกเรื่องหรือประเด็นที่เราสนใจ เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ยากจนเกินไป

พี่แดง-วิวัฒน์ ได้เพิ่มเติมแนวคิดเรื่องงานสารคดีอีกรูปแบบว่าสารคดีคือ ความรู้+ความรู้สึก ให้เขียนในแบบของเราโดยใช้ความรู้สึก บอกเล่าเรื่องราวที่เรารู้สึก โดยใช้มุมมองของตัวเองเป็นหลัก ส่วนพี่วี-วีระศักดิ์ ได้พูดถึงการเล่าเรื่องโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า หากยังหาข้อสรุปไม่ได้ก็ควรนำเสนอข้อมูลทั้งสองด้าน และไม่ควรปรุงแต่งข้อมูลเพิ่มเติมจากความเป็นจริง

จากนั้นจึงเป็นพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่น้องๆ โดยคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร สารคดี ได้พูดถึงน้องๆในค่ายครั้งนี้ว่า แม้ว่าทุกคนจะไม่ได้เป็นนักเขียนสารคดี แต่ประสบการณ์ในการทำงานตลอด ๓ เดือนจะบอกอะไรเราบางอย่าง อย่างแรกก็คือก็คือ การแสวงหาความจริง อันเป็นพื้นฐานอยู่ในทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการ ผู้สื่อข่าว พิธีกร ผู้ประกาศ การแสวงหาความจริงคือหัวใจของการทำงานทุกอย่าง ซึ่งในสังคมไทยทุกวันนี้ยังขาดแคลน ครูผู้สอนก็พยายามย้ำเสมอว่าเราต้องซื่อสัตย์กับความจริง นี่คือหัวใจสำคัญของงานเขียนสารคดี อีกประเด็นคือเชื่อว่าหลายๆคนอยากจะทำงานในวงการสื่อ สื่อซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถชี้นำสังคมได้ ถ้าสื่อบอกผิดการชี้นำสังคมก็ผิดพลาดไปด้วย ดังนั้นบทบาทสื่อมวลชนที่สำคัญที่สุดคือการแสวงหาความจริงเพื่อมากระจายไปสู่พี่น้องชาวไทยให้รับทราบต่อไป

คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร และคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

“ปัจจุบันค่ายนักเขียนแบบนี้มีมากขึ้น แค่ค่ายนี้เข้มงวดมากในการสร้างนักเขียนดีๆขึ้นมารวมทั้ง การเรียนการสอนมีความตั้งใจสูง เห็นแล้วรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักเขียนดีๆให้กับผู้อ่าน อยากให้น้องๆนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและผู้รับสาร นักเขียนนอกจากมีความรู้ความเข้าใจและฝีมือแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คือจริยธรรม จรรยาบรรณและความซื่อสัตย์ต่อผู้อ่าน”เป็นคำกล่าวของ คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร เอสซีจี ที่ให้เกียรติมามอบเกียรติบัตรแก่น้องๆในวันนี้

ค่ายนักเขียนสารคดีขอขอบคุณ เอสซีจี ที่ให้การสนับสนุน และเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้เรียนรู้การทำงานสารคดีอย่างมืออาชีพ เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตการทำงานของน้องๆต่อไป


ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *