จักรยานแบบไหน เหมาะสำหรับใช้ขี่ในเมือง

มีผู้เข้าอ่าน 8,143 คน

เวลาที่เรานั่งอยู่บนรถเมล์ที่ติดอยู่กับที่ แล้วมองเห็นจักรยานวิ่งปรูดปราดแซงหน้าเราไป บางทีก็ทำให้หงุดหงิดหัวใจ แต่บางทีก็ทำให้เราอยากจะหาจักรยานมาใช้ขี่ในเมืองสักคัน

แล้วจักรยานแบบไหนล่ะ ที่น่าจะเหมาะกับเรา เพื่อใช้ขี่ในเมือง

เรื่องอย่างนี้ต้องพิจารณาตั้งแต่ว่า ขี่ในเมืองที่เราว่าเนี่ย เป็นการขี่จักรยานระยะไกลหรือระยะใกล้ในชีวิตประจำวัน (และรวมไปถึงการขี่จักรยานท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆ เช่น ขี่จักรยานในเชียงคาน เมืองปาย หรือยะลา)

bikebuddamontol


ดังนั้นถ้าต้องการจักรยานสักคันสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แต่ใช้เพียงแค่ระยะทางใกล้ๆ เช่น ขี่จักรยานจากบ้านท้ายซอยไปปากซอยเพื่อไปซื้อน้ำเต้าหู้ เต้าฮวย ปาท่องโก๋ หรือจะขี่ไกลออกไปในระยะทางไกลๆ เกินกว่าสิบกิโลเมตรจากบ้านไปที่ทำงาน (แล้วก็จอดไว้ที่ทำงาน – บางทีก็ขี่ตอนกลางวันไปกินข้าว) แล้วก็ขี่กลับบ้าน เราก็จะมีจักรยานหลากหลายแบบที่น่าสนใจ

ปกติแล้วถ้าระยะทางใกล้ๆ เราจะใช้ จักรยานทั่วไป หรือบางครั้งเรียกว่าจักรยานจ่ายกับข้าว ส่วนมากเป็นจักรยานไม่มีเกียร์ มักจะขายสำเร็จรูปพร้อมอุปกรณ์ประกอบ เช่น บังโคลน ไฟหน้า ขาตั้ง บังโซ่ อานซ้อนท้าย รวมไปถึงตะแกรงหน้า จักรยานแบบนี้มีน้ำหนักมาก จึงต้องใช้แรงมาก แต่มีข้อดี คือ ราคาถูก (ประมาณ 1,500 -3,000 บาท) และหาซื้อได้ทั่วไป รวมทั้งเมื่อชำรุดก็มีร้านซ่อมอยู่ทั่ว ๆ ไปด้วย

ในช่วงสองสามปีมานี้มีจักรยานมือสองมาจากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นจักรยานแม่บ้านจ่ายกับข้าวเหมือนกัน แต่ด้วยการออกแบบ วัสดุอุปกรณ์ที่ค่อนข้างจะดีกว่า (ตามสไตล์ของญีปุ่น) ทำให้ได้จักรยานที่เบากว่า ขี่ง่าย บางครั้งมีเกียร์มาให้สองสามเกียร์ด้วยซ้ำ ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงไปกว่าจักรยานบ้านใหม่ๆ

citybike01

แต่สำหรับการใช้ขี่ออกกำลังหรือทำงาน มักจะเป็นจักรยานอเนกประสงค์ คือมีตะแกรงหน้า ตะแกรงท้าย สำหรับไว้วางสัมภาระ มีชุดบังโคลน และขาตั้งติดมากับรถ ระบบเกียร์มีให้เลือกตั้งแต่ 10 ถึง 18 เกียร์ บางครั้งสามารถนำไปขี่ท่องเที่ยวในระยทางไม่ไกลจากเมืองมากนักได้ด้วย จักรยานแบบนี้ไม่ค่อยมีของใหม่ขายในเมืองไทย เพราะส่วนใหญ่จะเน้นเป็นจักรยานบ้าน หรือจักรยานเสือภูเขาไปเลย

และจักรยานที่เหมาะสำหรับที่จะใช้ขี่จากบ้านไปทำงาน หรือบางคนใช้เป็นจักรยานส่งเอกสาร มักจะเป็นจักรยานพันทาง (Hybrid Bike) เป็นลูกผสมระหว่างจักรยานท่องเที่ยวกับจักรยานเสือภูเขาคือ ออกแบบให้ใช้งานสมบุกสมบันได้อย่างเสือภูเขา แต่เมื่อขี่บนถนนธรรมดา ก็สามารถไปได้เร็วด้วย จักรยานลูกผสมนี้ มีลักษณะคล้ายเสือภุเขา แต่ยางล้อจะเล็กหรือผอมกว่า และดอกยางไม่ลึกนัก เมื่อขี่ในเมืองจึงเปลืองแรงน้อยกว่า บางครั้งเรียกจักรยานแบบนี้ว่า เป็น ซิตี้ไบค์ (City Bike) หรือ จักรยานเมือง

แต่กระนั้นหลายคนก็ยังนิยมที่จะใส่บังโคลน เพราะว่าในเมืองไทยนั้นฝนตกเฉอะแฉะเป็นที่สุด ส่วนราคารจักรยานแบบนี้มีตั้งแต่หลายพัน ไปจนถึงหลายหมื่นบาท

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่นิยมใช้จักรยานพับได้ ซึ่งการออกแบบจักรยานพับได้นี้เหมาะสำหรับเมืองใหญ่ๆ ที่หาที่จอดจักรยานยาก หรือสำหรับผู้ที่ทำงานในตึกสำนักงานสูงๆ สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าสะพายขึ้นรถไฟฟ้า แล้วนำมาขี่ไปที่ทำงาน มีขนาดล้อเล็ก น้ำหนักเบา ราคาก็มีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาทเช่นกัน

clockTowerSriracha01

เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็คงสามารถพิจารณาได้ว่า เราจะหาจักรยานแบบไหนมาใช้ในเมือง

ส่วนตัวผมเองนั้น ไม่ได้ขี่จักรยานมาทำงานเลย เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยในท้องถนน (ซึ่งผมจะยกเป็นประเด็นการขี่จักรยานในเมืองคราวหน้า) แต่ใช้จักรยานออกจากบ้านมาถึงปากซอยระยะทางประมาณ 4 กม. ทุกเช้า-เย็น ก็เลยไปหาจักรยานญี่ปุ่นมือสองไม่มีเกียร์ แต่วงล้อและลูกปืนเบาหวิว บางวันเสาร์-อาทิตย์ ยังสามารถขี่ไปเที่ยวแถวพุทธมณฑล หรือบริเวณศาลายา ได้อีกด้วย(บ้านผมอยู่บริเวณ ถ. พุทธมณฑลสาย 3)

นอกจากนี้ยังมีเสือภูเขาแบบฮาร์ดเทล อายุเกินสิบปีอยู่คันหนึ่ง ยังใช้งานระยะทางไกลได้สบายๆ (โดยไม่ได้แบกสัมภาระ ใช้วิ่งไม่เกินร้อยกิโลเมตรต่อวัน) ซึ่งหลังๆ ก็ไม่ค่อยได้นำมาใช้แล้ว เพราะไม่ค่อยได้ไปท่องเที่ยวทางจักรยาน แต่ยังหวังว่าสักวันจะพากันเดินทางไปไกลๆ เหมือนเมื่อสักสิบปีก่อน ที่พาเสือภูเขาไปขี่รอบเกาะช้าง หรือวิ่งในทางดินที่ปางสีดา

ดังนั้น ถ้าอยากจะเดินทางในเมืองของเราเอง ก็พิจารณาเถิดว่า จักรยานแบบไหนเหมาะกับเรา เพราะเมืองเล็กๆ กับเมืองใหญ่ๆ นั้นมีปัจจัยในการเดินทางไม่เหมือนกัน

หมายเหตุ 20 กันยายนนี้ ร่วมขี่จักรยานในงาน คาร์ฟรีเดย์ ให้จักรยานมีถนนเป็นของตนเอง ทั้งประเทศ

7 Responses to “จักรยานแบบไหน เหมาะสำหรับใช้ขี่ในเมือง”

  1. Konphantang Says:

    หวัดดีครับคุณเสือจุ่น

    ไม่นานมานี้ผมก็ได้รับการอนุเคราะห์จักรยานมาคันหนึ่งครับ (จากคนที่ผมรัก ตามที่ผมได้เขียนไว้ที่ โอเคฯ นั่นแหละครับ) มันใช้ได้ทีเดียวครับ สำหรับระยะทางใกล้ๆ เช่นหาของกินประทังชีวิต โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำมันจากรถยนต์ (ที่พักผมค่อนข้างไกลปืนเที่ยงครับ) เย็นๆ ก็ปั่นวนรอบๆ ในละแวกนั้นเพื่อเป็นการออกกำลังกายได้อีกด้วย

    ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่า “ไฮบริด” ได้หรือเปล่านะครับ แต่รูปทรงนั้นเพรียวมาก น้ำหนักเบา มีคานเหมือนจักรยานผู้ชาย มีเกียร์อีก 5 เกียร์ซะด้วย

    ชีวิตมีความสุขมากขึ้น แม้ไม่มากมายก่ายกอง แต่ก็ได้ชื่อว่าความสุขแล้วใช่มั้ยครับ

    หวัดดียายบ่ายๆ นะครับ
    😉

  2. สมวุฒิ สุนทรวิจิตร Says:

    ถึง เสือจุ่น
    ผมเป็นคนศรีราชาเหมือนกันครับ เคยพาจักรยานข้ามไปขี่บนเกาะสีชัง สองครั้ง กับขึ่บริเวณเมือง ออกมาตอนเช้ามืด ถึงตลาด ต้องระวังรถตรงแยกไฟแดง การขี่จักรยานทำให้เรามีความสุข โลดแล่นเสรี และมีความคิดใหม่ ๆ บางวันเห็นคนนั่งเป็นกลุ่ม คุยกับขวดเหล้าจนถึงเช้า หรือไม่ก็เห็นคนออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ไปทำงาน เห็นคนขึ่จักรยานไปพร้อมกับล็อตเตอรี่แต่เช้า หาคนโชคดี เห็นการทำมาหากินอะไรแปลก ๆ และ สิ่งใหม่ ๆ ที่ถ้าสังเกตก็สดชื่นรื่นรมย์ ที่โรงงานก็มีชมรมจักรยานแต่เสียดายยังไม่ได้ไปร่วมแจมรายการที่ต่าง ๆ เพราะติดงานกับครอบครัว ยินดีที่ได้อ่านบันทึกของเสือจุ่นทุกครั้ง สมวุฒิ

  3. yuttipung Says:

    เกือบอ่านผิดว่าเป็น จักรยานแบบไหน เหมาะสำหรับใช้ “ขี้” ในเมือง 😆

  4. Tigerjun Says:

    สวัสดีครับ คุณสมวุฒิ

    ได้ข่าว่า ไม่ได้ทำงานโรงงาน แต่อยู่โรงกลั่นไม่ใช่เหรอครับ

    คิดถึงเหมือนกันว่าอยากไปตามศึกษาประวัติการตั้งโรงกลั่นในศรีราชา กว่า 40 ปีแล้วนะครับที่โรงกลั่นตั้งสองแห่งอยู่ที่นั่น

    สวัสดีครับ คุณคนผ่านทาง

    ก็ยังขี่จักรยานกันอยู่นี่ครับ

    ส่วนยัติภังค์ อ่านหนังสือช้าๆครับ จะได้อ่านถูก (ฮา)

  5. สมวุฒิ สุนทรวิจิตร Says:

    โรงกลั่น ไทยออยล์ ตั้งก่อน Esso ไม่นาน แต่เดิม โรงกลั่น ฯ Esso กลั่นยางมะตอย ให้บริษัท summit แต่โรงกลั่น ไทยออยล์ กลั่นน้ำมันขายให้ทุกยี่ห้อ คุยรายละเอียด เท่าที่ผมทราบได้อีกครั้งครับ สมวุฒิ

  6. arkanay Says:

    “ผมอ่านบทความแล้วรู้สึกว่ากระชับดีมาก เข้าใจเร็วดีมาก”
    “ผมต้องการนำบทความนี้ไปลงในเวปฯ ได้รึเปล่าครับ”
    “ขอนุญาติกันก่อน”
    “ติดต่อผมได้ที่
    http://www.hatyaicycling.net
    hatyaicycling@gmaill.com
    หรือ
    nationmusic50@hotmail.com
    สะดวกที่ไหนโปรดติดต่อกลับเพื่อคุยกันบ้างนะครับ….
    ขอบคุณมาก

  7. Tigerjun Says:

    เชิญครับ ด้วยความยินดี

Leave a Reply