เย็นวันนั้นที่คลองบางพรม

มีผู้เข้าอ่าน 5,130 คน

ใครจะรู้ไหมว่า แค่พ้นจากถนนใหญ่มาเพียงไม่ถึงร้อยเมตร เราก็จะได้พบกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปแล้ว

กรุงเทพแต่เดิมนั้นเป็นเมืองที่อยู่บนที่ลุ่ม บ้านเรือนปลูกกันอยู่ริมน้ำและมีคูคลองซอกซอนไปตามชุมชนต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าการพัฒนาเมืองจะเริ่มต้นจากการถมคลองสร้างถนน บริเวณริมถนนมีการสร้างตึกแถว แต่ว่าเพียงแค่ลองใช้เส้นทางเล็กๆ ริมคลอง โลกเบื้องหน้าสายตาก็เปลี่ยนไป

บางพรม

เส้นทางเล็กๆ ริมคลองบางพรมที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนใหญ่แถบพุทธมณฑล ทำให้เรารู้ว่ายังมีจักรยานคันอื่น และมีคลองที่น้ำใสพอกับการอาบ ถ้าสังเกตสักนิดจะพบว่ายังมี “ยอ” ให้ยก แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ปลามากน้อยแค่ไหน

เย็นวันนั้นผมคว้าจักรยานออกมา กะว่าจะขี่ไปพุทธมณฑลถ่ายรูปจักรยานกับถนนอุทยานเสียหน่อย แต่เพราะยางเริ่มแบน ประกอบกับขี้เกียจสูบลม เลยวิ่งตามหาร้านซ่อมจักรยาน ซึ่งเหมือนกับว่าเคยเห็นอยู่แถบหน้าหมู่บ้าน ปรากฏว่าร้านซ่อมจักรยานเล็กๆ หายไปแล้ว เลยต้องไปหาสูบยางในร้านซ่อมจักรยานยนต์แทน ถึงได้รู้ว่า คนแถวบ้านค่อยๆ เลิกขี่จักรยานไปเรื่อยๆ แล้ว

พอสูบลมเสร็จเห็นว่าพอมีเวลาก็เลยขี่ไปตามถนน แล้วก็เจอเส้นทางเล็กๆ ที่อยู่ริมคลอง เห็นว่าน่าจะปลอดภัยกว่าการผจญรถบนถนน ก็เลยตัดสินใจขี่ไปเรื่อยๆ

ซึ่งคลองนี้สอบถามจากคุณป้าที่ขี่จักรยานสวนมา ป้าบอกว่าสามารถขี่จากถนนพุทธมณฑลสาย ๒ ออกมาทะลุถนนอุทยาน (หรือชื่อถนนอักษะ)ได้ แต่ด้วยเวลาเริ่มเย็น ก็เลยตกลงใจว่า ขี่เล่นๆ แล้วก็กลับบ้านเลยเล็กๆ ในซอยเล็กๆ ริมถนนเข้าไป เราก็จะได้พบกับบรรยากาศของชีวิตที่แตกต่างออกไปแล้ว

สวนผัก

สวนผักริมคลอง ทุกเย็นจะมีเรือขนผักมารับผักไปส่ง บริเวณนี้ดินยังดี น้ำยังสะอาดพอที่จะใช้รดแปลงผัก เสียอย่างเดียว ต้องฉีดยากันแมลงเยอะหน่อย เพราะเหลือสวนผักอยู่ไม่กี่หย่อมแล้ว

สวนผักแถบนี้ปลูกกันทั้ง ผักบุ้ง ผักคะน้า กวางตุ้ง หมุนเวียนกันไป ราคาก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็พออยู่ได้ พอส่งลูกเรียนหนังสือได้  ยิ่งใกล้เทศกาลกินเจ ผักราคาแพงขึ้น แต่ต้นทางก็ขึ้นได้นิดหน่อย ไม่มากมายนัก

 เส้นทางเล็กๆ ข้างบ้าน เราสามารถมองหาได้เสมอ บางครั้งไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล แค่ใกล้ๆ เรื่องราวแปลกใหม่มีให้เรียนรู้เสมอ

เรือขนผัก

5 Responses to “เย็นวันนั้นที่คลองบางพรม”

  1. 0033 Says:

    บรรยากาศน่าปั่นจริงๆด้วยล่ะค่ะ
    แต่ใจกลางกรุงไม่ไหวเรยค่ะ
    ปั่นจักรยานสูดควันพิษ
    ปอดคงทำงานหนักน่าดู

  2. ปากร้าย ใจดำ Says:

    เวลารู้สึกหงอยๆ… คว้าจักรยานออกไปปั่น สัก 10 นาที ความหดหู่ซึมเซามันหายไปหมดเลย
    เวลาสดชื่น คึกคัก.. ออกไปปั่น รู้สึกโลกนี้ช่างสวยงาม
    เวลาโกรธ หงุดหงิด เซ็งโคด.. ออกไปปั่น รู้สึกว่าความรู้สึกคุกรุ่นมันค่อยๆ สลายไป
    .. ช่างวิเศษแท้

    พยายามนึกว่า จักรยาน มีพิษมีภัยบ้างไหม
    ตอนนี้ นึกไม่ออกจริงๆ

    พี่เสือจุ่น ไม่คิดจะจัดทริปจักรยาน ชวนชาวสารคดีและคนกันเองไปปั่นเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพบ้างหรือคะ
    ซอกแซกเข้า “สวนในบางกอก” ก็ได้
    หรือว่าจัดทริปค้างคืนไปชม “สวนนอกบางช้าง” ก็ดี
    หรือว่าพากันไปชมวัดเก่าแก่โบราณแถวบางกรวย คลองอ้อม ก็น่าสน

    ชวนๆ กันในเวปสารคดีนี่แหละ
    ถ้าจัด จะขอไปด้วยคน

  3. SB_^ Says:

    555+ ข้อความข้างบนคิดเหมือนกันเลย อิอิ^^

  4. เจ้านกน้อย Says:

    บางอย่างมันอยู่ใกล้ๆ แต่ทำไมเรามองไม่คอยเห็นก็ไม่รู้ครับ
    ต้องทะเยอทะยานกันไปไกล เพื่อที่จะหาสิ่งที่เหมือนกันกับที่มันอยู่ข้างตัวเรา
    เพื่อที่ถึงแล้วบางทีมันก็ไม่เป็นดั่งหวังเสมอไป
    เพราะบางทีต้องฝ่าฝูงชนที่ต้องการอย่างเดียวกับเรา
    ทำให้ไม่ได้รับสิ่งที่เราหวัง
    บางทีลองมองสิ่งที่อยู่ข้างๆตัวเราจะดีกว่าไหม

  5. supinya Says:

    บ้านอยู่สายสองอยากรู้จังเลยว่าตรงไหน

Leave a Reply