สารคดีพิเศษ ฉบับที่ 368

ตุลาคม 28, 2015 
1


368special1๑๐ ปีมรดกโลก เบื้องหลังเลนส์ สัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” ของประเทศเมื่อปี ๒๕๔๗ จนถึงปีนี้นับเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว วาระสำคัญนี้จุดประกายให้ช่างภาพถ่ายสัตว์ป่าระดับแนวหน้าของเมืองไทย คือ ณรงค์ สุวรรณรงค์ และเพื่อน วางแผนติดตามถ่ายภาพสัตว์ป่าในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยเริ่มเข้าถ่ายภาพตั้งแต่ปี ๒๕๔๗  กว่าจะเรียนรู้ธรรมชาติและการดำเนินชีวิตของสัตว์ป่าแต่ละชนิดก็ใช้เวลาหลายปี  แต่ละภาพอาศัยความเพียรพยายามอย่างหนักกับการติดตามและรอจังหวะเวลา เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวของสัตว์ชนิดนั้นได้ดีที่สุด ทั้งสัตว์ป่าหายากและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งทำกิจกรรมของนักท่องเที่ยว แต่คนส่วนใหญ่มักไม่เคยสังเกตหรือสนใจ ทั้ง ๆ ที่สัตว์ป่าก็มีชีวิตอยู่ในบริเวณนั้น

ติดตามเบื้องหลังการถ่ายภาพสัตว์ป่าซึ่งเป็นตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ที่ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก พร้อมกับย้อนตำนานเก่าแก่ของป่าดงพญาไฟ ป่าดงพญาเย็น ที่เคยเล่าขานด้วยความหวาดกลัวมานับแต่อดีตว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร และคำถามถึงอนาคตของผืนป่ามรดกโลกที่ยังคงถูกคุกคามจากการลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากที่อาจทำให้ฐานะความเป็น “มรดกโลก” ต้องมีการพิจารณาใหม่

 

368special2เยือนถิ่นซินเจียง-อุยกูร์

ชาวอุยกูร์มีถิ่นฐานเดิมอยู่ใน “ทุ่งหญ้าที่สวยงาม” ระหว่างเทือกเขาอัลไตกับเทือกเขาเทียนซาน และต่อมาพวกเขาคือพลเมืองกลุ่มหลักของซินเจียง-มณฑลทางตะวันตกสุดของจีน

แต่ไม่มีอะไรให้เราต้องสนใจจะรู้จัก

จนกระทั่งเกิดเหตุวางระเบิดครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม คนไทยจึงเริ่มคุ้นชื่ออุยกูร์ในฐานะกลุ่มก่อการร้าย ? คนเร่ร่อนหลบหนีเข้าเมือง ? มุสลิมหัวรุนแรง ? คนต่างด้าวไม่ทราบสัญชาติแน่ชัด ? ฯลฯ

แต่อุยกูร์มีแผ่นดิน ถิ่นฐานบ้านช่อง อาชีพ วัฒนธรรม มีสังคมชุมชน ชะตากรรมที่ต้องเผชิญ ซึ่งนักเขียนจากกองบรรณาธิการสารคดี ไปเห็นมาแล้ว และมีเรื่องราวจะเล่าให้ฟัง

ศรัณย์ บุญประเสริฐ : เรื่อง เฮาหากเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ขุนบรมพุ้นดาย  เจ้าอยากได้บ้านได้เมือง ให้เจ้าเอาแต่เขตแดนดงสามเส้า (ดงพญาไฟ) เมือเท่าพูพะยาผ่อและแดนเมืองนะคอนไทเป็นเจ้าท้อน  อันหนึ่งข้อยจักส่งน้ำอ้อยน้ำตาลซู่ปี  อันหนึ่ง ลูกหญิงข้าชื่อนางแก้วยอดฟ้า ใหญ่มาแล้วจักส่งเมือให้ปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าแล… นี่คือข้อความที่พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ตอบพระราชสาส์นไปถึงเจ้าฟ้างุ้ม ปฐมกษัตริย์แห่งล้านช้าง เมื่อครั้งเจ้าฟ้างุ้มคิดขยายดินแดนลงมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่ง มหาสิลา วีระวงส์ บิดาแห่งประวัติศาสตร์ลาว เขียนไว้ในหนังสือ พงศาวดารลาว เป็นข้อมูลเก่าแก่สุดที่เอ่ยถึงผืนป่าดงพญาเย็น  มหาสิลาเชื่อว่า ป่าที่เรียกว่า “ดงสามเส้า” ในสมัยเจ้าฟ้างุ้มนั้นคือป่าที่ในยุคหลังเรียกว่า “ดงพญาไฟ” และกลายมาเป็น “ดงพญาเย็น” ในปัจจุบัน เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดว่าป่าดงพญาไฟนั้นกินอาณาบริเวณกว้างใหญ่เพียงไหน นอกจากระบุได้ว่า หมายถึงผืนป่าใหญ่ที่กั้นเขตแดนเมืองโคราชกับสระบุรี-ลพบุรี และแบ่งแดนระหว่างภาคอีสานกับภาคกลาง ซึ่งป่าแต่ละจุดก็มีชื่อเรียกตามความคุ้นเคยของนักนิยมไพรที่มักเรียกตามสภาพภูมิประเทศของที่นั้น ๆ เช่น ดงพญากลาง ทุ่งซับจำปา ป่าเหวตาบัว นับแต่สมัยโบราณการเดินทางจากที่ราบสูงอีสานสู่ภาคกลางนั้นจำเป็นต้องผ่านป่าดงพญาไฟอย่างไม่มีทางเลี่ยง โดยมีทางด่านสำหรับสัญจรหลายช่องทาง เช่น ช่องสำราญ ช่องตานุด ช่องตะพานหินหรือช่องสระผม ช่องเขาน้อยหรือช่องเหวตาบัว เหล่านี้เป็นเส้นทางโบราณซึ่งผู้คนนับแต่อดีตใช้เดินทางไป-มาระหว่างชุมชนจากลุ่มน้ำเจ้าพระยากับเขตที่ราบสูงโคราช อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งแต่ครั้งเมืองพระนคร (นครวัด-นครธม) ยังรุ่งเรือง  โบราณสถานที่พบระหว่างเส้นทางคือ ปรางค์นางผมหอมใกล้บ้านโคกคลี นั่นแสดงว่าการติดต่อระหว่างเมืองพระนครผ่านเมืองพิมายไปยังละโว้ (ลพบุรี) และเมืองศรีเทพ ล้วนต้องผ่านเส้นทางนี้ ในสมัยอยุธยาเส้นทางผ่านดงพญาไฟช่วงจากลพบุรีไปโคราช เป็นเส้นทางที่กองทัพของเจ้าสามพระยาและสมเด็จพระนเรศวรมหาราชใช้เดินทัพไปโจมตีเมืองเขมร บรรดานายฮ้อยแห่งที่ราบสูงอีสานสมัยก่อนก็ต้อนวัว-ควายลงมาขายยังภาคกลางตามเส้นทางช่องสำราญและช่องตะพานหิน ดังเช่น อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิในปัจจุบัน สมัยก่อนเรียกว่า บ้านวะตะแบก เป็นที่พักแรมทางจุดสุดท้ายบนที่ราบสูงของเหล่านายฮ้อยพ่อค้าวัว-ควาย แล้วต้อนฝูงสัตว์ลงสู่ภาคกลางผ่านทางช่องสำราญ
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๖๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ ตำนานดงพญาเย็น สู่มรดกโลก Person - คนสับปลาร้า (ทรงเครื่อง) อาหารสุขภาพพื้นบ้านไทย รอบโลก
รวมพลแฟนคลับและสมาชิกนิตยสารสารคดี ผู้มีใจรักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ สนใจการเดินป่า และศึกษาระบบนิเวศทางธรรมชาติ ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไปกับสารคดี FC โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญการเดินป่า คุณนพรัตน์ นาคสถิตย์และคุณรุ่งสุริยา บัวสาลี นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม



ผู้ดูแล และลงข้อมูลประจำเวบไซต์ sarakadee.com








ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

ศรัณย์ บุญประเสริฐ : เรื่อง เฮาหากเป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่ขุนบรมพุ้นดาย  เจ้าอยากได้บ้านได้เมือง ให้เจ้าเอาแต่เขตแดนดงสามเส้า (ดงพญาไฟ) เมือเท่าพูพะยาผ่อและแดนเมืองนะคอนไทเป็นเจ้าท้อน  อันหนึ่งข้อยจักส่งน้ำอ้อยน้ำตาลซู่ปี  อันหนึ่ง ลูกหญิงข้าชื่อนางแก้วยอดฟ้า ใหญ่มาแล้วจักส่งเมือให้ปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าแล… นี่คือข้อความที่พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ตอบพระราชสาส์นไปถึงเจ้าฟ้างุ้ม ปฐมกษัตริย์แห่งล้านช้าง เมื่อครั้งเจ้าฟ้างุ้มคิดขยายดินแดนลงมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่ง มหาสิลา วีระวงส์ บิดาแห่งประวัติศาสตร์ลาว เขียนไว้ในหนังสือ พงศาวดารลาว เป็นข้อมูลเก่าแก่สุดที่เอ่ยถึงผืนป่าดงพญาเย็น  มหาสิลาเชื่อว่า ป่าที่เรียกว่า “ดงสามเส้า” ในสมัยเจ้าฟ้างุ้มนั้นคือป่าที่ในยุคหลังเรียกว่า “ดงพญาไฟ” และกลายมาเป็น “ดงพญาเย็น” ในปัจจุบัน เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดว่าป่าดงพญาไฟนั้นกินอาณาบริเวณกว้างใหญ่เพียงไหน นอกจากระบุได้ว่า หมายถึงผืนป่าใหญ่ที่กั้นเขตแดนเมืองโคราชกับสระบุรี-ลพบุรี และแบ่งแดนระหว่างภาคอีสานกับภาคกลาง ซึ่งป่าแต่ละจุดก็มีชื่อเรียกตามความคุ้นเคยของนักนิยมไพรที่มักเรียกตามสภาพภูมิประเทศของที่นั้น ๆ เช่น ดงพญากลาง ทุ่งซับจำปา ป่าเหวตาบัว นับแต่สมัยโบราณการเดินทางจากที่ราบสูงอีสานสู่ภาคกลางนั้นจำเป็นต้องผ่านป่าดงพญาไฟอย่างไม่มีทางเลี่ยง โดยมีทางด่านสำหรับสัญจรหลายช่องทาง เช่น ช่องสำราญ ช่องตานุด ช่องตะพานหินหรือช่องสระผม ช่องเขาน้อยหรือช่องเหวตาบัว เหล่านี้เป็นเส้นทางโบราณซึ่งผู้คนนับแต่อดีตใช้เดินทางไป-มาระหว่างชุมชนจากลุ่มน้ำเจ้าพระยากับเขตที่ราบสูงโคราช อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งแต่ครั้งเมืองพระนคร (นครวัด-นครธม) ยังรุ่งเรือง  โบราณสถานที่พบระหว่างเส้นทางคือ ปรางค์นางผมหอมใกล้บ้านโคกคลี นั่นแสดงว่าการติดต่อระหว่างเมืองพระนครผ่านเมืองพิมายไปยังละโว้ (ลพบุรี) และเมืองศรีเทพ ล้วนต้องผ่านเส้นทางนี้ ในสมัยอยุธยาเส้นทางผ่านดงพญาไฟช่วงจากลพบุรีไปโคราช เป็นเส้นทางที่กองทัพของเจ้าสามพระยาและสมเด็จพระนเรศวรมหาราชใช้เดินทัพไปโจมตีเมืองเขมร บรรดานายฮ้อยแห่งที่ราบสูงอีสานสมัยก่อนก็ต้อนวัว-ควายลงมาขายยังภาคกลางตามเส้นทางช่องสำราญและช่องตะพานหิน ดังเช่น อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิในปัจจุบัน สมัยก่อนเรียกว่า บ้านวะตะแบก เป็นที่พักแรมทางจุดสุดท้ายบนที่ราบสูงของเหล่านายฮ้อยพ่อค้าวัว-ควาย แล้วต้อนฝูงสัตว์ลงสู่ภาคกลางผ่านทางช่องสำราญ
นิตยสารสารคดี ปีที่ ๓๑ ฉบับที่ ๓๖๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ บทความที่ลงในเว็บไซต์ แนะนำสารคดีพิเศษ ตำนานดงพญาเย็น สู่มรดกโลก Person - คนสับปลาร้า (ทรงเครื่อง) อาหารสุขภาพพื้นบ้านไทย รอบโลก
รวมพลแฟนคลับและสมาชิกนิตยสารสารคดี ผู้มีใจรักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ สนใจการเดินป่า และศึกษาระบบนิเวศทางธรรมชาติ ร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไปกับสารคดี FC โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญการเดินป่า คุณนพรัตน์ นาคสถิตย์และคุณรุ่งสุริยา บัวสาลี นักนิเวศวิทยาป่าไม้ ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม