หนังสือดีที่คนตายจะได้อ่าน

สิงหาคม 27, 2017 
0


วิชาสารคดี ๑๐๑ ศาสตร์ ศิลป์ เคล็ดวิธี ว่าด้วยการเขียนสารคดี


goodbooks01

บอกกล่าวแกมชักชักชวนกันตั้งแต่เปิดอบรมการเขียนหนังสืองานศพตัวเอง Book of Memorial ครั้งแรกเมื่อปลายปีก่อน

“อย่าเพิ่งตาย ถ้ายังไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้”

เป็นคำท้าทายเชิงลองใจ ว่ากล้าไหมที่จะนั่งลงเขียนหนังสืองานศพตัวเอง

จากแนวคิดของเครือข่ายพุทธิกาที่เชื่อว่า สังคมจะเปลี่ยนไป ถ้าผู้คนตระหนักเรื่องความตาย

ถ้าได้ระลึกรู้ว่า เราอาจจากไปในตอนไหนก็ได้ เราก็จะสะสางทุกสิ่งไว้เสร็จสิ้นเสมอแบบ “ทำเสร็จทุกวัน” ไม่ว่าการงาน ทรัพย์สิน หรือสิ่งคั่งค้างใดๆ

ทุกการพบเจอ หากเราได้ตระหนักเสมอว่านี่อาจเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย คำพูดจาท่าทีที่มีต่อกันก็ย่อมเป็นไปในทางอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และปฏิบัติต่อกันอย่างดีที่สุด

การผัดวันประกันพรุ่ง รีรอต่อสิ่งที่ตั้งใจจะทำย่อมไม่มีอีกต่อไป ความตั้งใจที่จะดูแล ทำดีต่อพ่อแม่ ความรัก ความเอาใจใส่ ความตั้งใจที่จะโอบกอดให้ความอบอุ่นแก่ลูกหลาน ฯลฯ ก็จะได้รับการลงมือทำทันทีนับแต่บัดนี้ เพื่อจะไม่ต้องรู้สึกติดค้างหรือนึกเสียใจภายหลัง

ไกลกว่านั้นไปถึงขั้นปรมัตถ์ หากการเจริญภาวนาระลึกถึงความตาย ทำให้เราปล่อยวางจนละทุกสิ่งได้เมื่อเผชิญหน้ากับวาระสุดท้าย ก็ถือว่าได้เข้าถึง “การตายก่อนตาย” ดังที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้

ที่เชิญชวนให้เขียนหนังสืออนุสรณ์งานศพตัวเอง หรือ Book of Memorial ก็เป็นกุศโลบายหนึ่งที่เครือข่ายพุทธิกาหวังว่าจะเป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางให้คนกล้าพูดถึง นึกคิด พินิจกับความตาย และเป็นการได้ทบทวนทางชีวิตที่ผ่านมา แล้วบันทึกแง่มุมที่อยากให้คนรุ่นหลังได้รู้ผ่านเรื่องราวที่เราบอกเล่าไว้เอง

goodbooks02

ผมได้รับการชักชวนให้มาช่วยในด้านเทคนิควิธีการเล่าเรื่องด้วยภาษาเขียน

หนังสืออนุสรณ์งานศพโดยทั่วไป เนื้อหาไม่พ้นจาก ๓ หมวดใหญ่ๆ ได้แก่

ประวัติของผู้จากไป ทั้งแบบที่ไล่เรียงเป็นหัวข้อ เรียงลำดับเหตุการณ์สำคัญตามปี พ.ศ. หรือแบบร้อยเรียงเป็นเรื่องราว

ผลงาน สิ่งที่สร้างทำไว้ อาจเป็นงานอาชีพ งานฝีมือ โครงการ งานค้นคว้า คิดค้น งานประดิษฐกรรม ความเชี่ยวชาญ งานภาพถ่าย ผลงานเขียน งานวิชาการ ฯลฯ

คำไว้อาลัย เป็นถ้อยคำที่คนอื่นกล่าวขานถึงเขา

ตามขนบเนื้อหาทั้งหมดนี้มักเกิดขึ้นหลังเจ้าของเรื่องราวลาโลกไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนข้างหลังทำให้เขา

การเขียนหนังสืองานศพตัวเองก็สามารถอิงตามองค์ประกอบโครงสร้างตามนี้ได้ เพียงแต่พลิกเปลี่ยนจากการรอให้คนข้างหลังทำให้ เป็นการจัดทำไว้ด้วยตัวเอง

โดยหลักทฤษฎีการเขียน งานแนวนี้จัดอยู่ในประเภทสารคดีชีวิต เป็นอัตชีวประวัติ หรือเรื่องเล่าส่วนตัว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับกฎเกณฑ์หลักการเขียนแบบเคร่งครัดนัก

เพราะอย่างน้อยที่สุดหนังสืออนุสรณ์งานศพก็มีคนอ่านกลุ่มหนึ่งแน่นอนอยู่แล้ว คือญาติมิตรที่มาร่วมงานศพ ซึ่งย่อมอยากรู้เรื่องราวของผู้จากไปอย่างละเอียด

แต่มากกว่านั้น หนังสือเล่มหนึ่งอาจเป็นประโยชน์กับคนอ่านมากกว่าแค่ในหมู่คนรู้จัก หากหนังสือเล่มนั้นมีความน่าสนใจ มีเนื้อหาที่จับใจและให้บทเรียนแก่คนอ่าน ก็จะกลายเป็นหนังสือที่ “อยู่นาน” และมีคุณค่า

ส่วนหลังนี้ที่กระบวนการอบรมและการเรียนรู้เทคนิควิธีการเขียน จะมีส่วนช่วยหนุนเสริมให้ไปสู่จุดหมายดังกล่าวนั้นได้

goodbooks03

ไม่ถึงกับต้องแม่นทฤษฎี กฎเกณฑ์ หรือหลักการเขียนแบบเข้มข้นแต่อย่างใด

แค่เริ่มจากการ “ตั้งชื่อเรื่อง” ที่เจาะจง จูงใจ ซึ่งจะช่วยให้คนเขียนมีจุดยึดกุม คุมประเด็นที่อยู่ในความคิดไม่ให้ฟุ้งออกนอกเรื่อง และเรียกความสนใจจากคนอ่านได้เมื่อเห็นชื่อเรื่อง

กับความใส่ใจในการ “เปิดเรื่อง” ที่เร้าความอยากรู้-อยากอ่านต่อจากผู้อ่าน

จากนั้นก็ “เล่าเรื่อง” ไปตามที่อยากเล่า ไปจนจบ

ในตัวเรื่อง ถ้าจะให้ดีก็ควรมีจุดเด่นผุดโผล่ขึ้นมาให้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจคนอ่านบ้างเป็นระยะ ไม่ให้ตลอดเรื่องแบนราบ เรียบเรื่อยจนชวนง่วง หรือผละจากไปก่อนอ่านจบ

และตั้งใจกับการ “ปิดเรื่อง” ที่เป็นส่วนทิ้งท้าย หรือสรุปบทเรียนประเด็นที่เล่า แบบไม่ใช่การกล่าวสรุป

กลวิธีการสร้างอรรถรสให้งานเขียนมีหลากหลาย แต่เคล็ดลับเบื้องต้นอย่างง่ายที่สุด คือการ “ย่อหน้าบ่อยๆ” เมื่อขึ้นประเด็นใหม่ หรือเรื่องราวดำเนินไป เท่านี้ก็สร้างความสบายตาน่าอ่าน พาผู้เสพลื่นไหลไปกับเรื่องเล่าอย่างรื่นรมย์

ชิ้นงานฝึกหัดของนักเขียนใหม่ ลองปรับจัดย่อหน้าเสียใหม่ให้ลงตัว งานชิ้นนั้นก็จะดีขึ้นโดยยังไม่ต้องแก้ถ้อยคำใดๆ

อีกอย่างที่ทำได้ง่ายๆ คือการเล่าด้วยการสำแดงให้เห็นเหตุการณ์ แทนที่จะเล่าแต่โดยน้ำเสียงของผู้เขียน ไปตลอดทั้งเรื่อง ก็ลองให้มีเสียงสนทนาของผู้คนที่อยู่ในเรื่องปรากฏออกมาบ้าง เรื่องเล่าก็จะมีสีสันขึ้น

เป็นเทคนิคอย่างง่ายที่ทุกคนสามารถทำได้เมื่อรู้เคล็ดวิธี

goodbooks04

ช่วงสัปดาห์ต้นเดือนสิงหาคม ธนาคารกรุงไทยเชิญให้ไปฝึกอบรมการทำหนังสืองานศพให้กับพนักงานและผู้ได้รับเชิญเป็นการเฉพาะจำนวน ๓๐ คน หลายคนเริ่มต้นเขียนบางบทสำหรับหนังสืองานศพตัวเองได้อย่างน่าสนใจและเห็นแง่มุมที่สามารถเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อเนื่องถึงคนอ่าน

มีบางคนเสียดายกับช่วงเวลา ๓ ปีตอนอยู่มัธยมปลาย ที่ขัดแย้งกับแม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน เนื่องจากสาขาวิชาที่ลูกเลือกเรียนไม่ตรงกับที่แม่ต้องการ สถานการณ์คลี่คลายลงแล้วหลังจากเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คณะที่ไม่น้อยหน้าคนอื่น แต่เธอยังอยากชดเชยเยียวยาเวลา ๓ ปีที่เสียไป

บางคนเข้าใจและเชื่อมั่นเรื่องการตายดี และอยากให้พ่อได้เข้าสู่วาระสุดสุดท้ายเช่นนั้น ท่ามกลางญาติพี่น้องที่ปรารถนาจะยื้อลมหายใจด้วยเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ แต่โชคดีที่พ่อเห็นด้วยกับเธอ

บางคนแบ่งปันบทเรียนจากประสบการณ์ที่เกือบจะกลายเป็นความรู้สึกผิดติดค้างใจไปตลอด จากการทิ้งผู้ป่วยไปให้ความสำคัญกับสิ่งอื่น จนเกือบไม่ได้กล่าวคำลาในวาระสุดท้ายของญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด

บางคนแบ่งเหตุการณ์ป่วยไข้เฉียดตายของตัวเองเมื่อ ๘ ปีก่อน ซึ่งเพื่อนร่วมงานบางคนก็เพิ่งได้รับรู้ผ่านงานเขียนของเธอนี่เอง

อีกคนเขียนเล่าถึงวันสำคัญในชีวิต วันเกิดปีหนึ่งของเธอคุณย่าลาจากโลกไปในโรงพยาบาล พร้อมกับที่เธอได้เห็นการลืมตามาดูโลกของเด็กอีกคน ผู้เขียนนำเอา ๓ เหตุการณ์ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าเชื่อมโยงกันอย่างมีมิติ และมีชั้นเชิงวรรณศิลป์

เป็นการอบรมระยะสั้นที่ย่นย่อหลักสูตร ๓ วัน ให้จบในวันเดียว ได้เนื้อหาและเนื้องานพอสังเขปตามเงื่อนเวลา

จากนั้นก็ได้แต่หวังใจและยุยงส่งเสริมให้ไปเขียนต่อจนเสร็จเป็นเล่ม

เป็นหนังสือส่วนตัวที่เจ้าตัวจะได้อ่าน ก่อนเผยแพร่วงกว้างในงานศพตัวเอง


veeวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร และตีพิมพ์รวมแล่มมากมาย อาทิ แผ่นดินนี้ที่อีกฟากเขา และแสงใต้ในเงามรสุม และ อีสานบ้านเฮ





You might also like



อังคาร-เก็บตกจากลงพื้นที่ บางเรื่องที่ไม่ได้เขียนลงสารคดี...จากการลงพื้นที่ภาคสนาม ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล : เรื่อง รศ. ดร. ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้สร้างวรรณกรรม
MP3 Soundcloud Youtube Podcast สารคดี ประจำ 9 เมษายน 2560 ยังคงรับกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 45 กับการทำความรู้จักกับหนังสือเปลี่ยนชีวิตของ คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ
ศรัณย์ ทองปาน ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา น. ณ ปากน้ำ สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘ ๕๓๖ หน้า ๕๕๐ บาท
MP3 Soundcloud Youtube Podcast สารคดี วันนี้เปลี่ยนมาฟังแบบสั้นๆ รับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 45 กับการทำความรู้จักกับหนังสือเปลี่ยนชีวิตของ คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง นักเขียนประจำกองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี ที่มีผลงานตีพิมพ์ทั้งในนิตยสาร
เก็บตกการเฟซบุ๊คไลฟ์ กองบรรณาธิการนิตยสาร สารคดี นำโดย คุณุสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ ร่วมด้วยนักเขียน และกองบรรณาธิการประจำนิตยสาร สารคดี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 เวลา 16.30